การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
5410
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2562/06/12
 
รหัสในเว็บไซต์ id13592 รหัสสำเนา 24940
คำถามอย่างย่อ
นมาซมีรหัสยะและปรัชญาอย่างไรในทัศนะของชีอะฮ์?
คำถาม
การบัญญัตินมาซมีปรัชญาอย่างไรในทัศนะของชีอะฮ์? ดิฉันทราบมาว่ามีไม่มากนัก จะดีกว่าใหมหากจะมีเหตุผลสำหรับทุกท่วงท่าและบทอ่านในนมาซมากกว่านี้
คำตอบโดยสังเขป

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าบทบัญญัติทุกข้อของพระองค์ย่อมมีปรัชญาและเหตุผลแฝงอยู่ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเสาะหาเหตุผลของบทบัญญัติแต่ละข้อเสมอไป มุสลิมจะต้องสยบแด่สาส์นแห่งวิวรณ์โดยดุษณี จิตที่สยบเช่นนี้แหล่ะคือความสมบูรณ์ของมนุษย์ ซึ่งจริงๆแล้วบทบัญญัติบางข้อก็มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบจิตประเภทดังกล่าว
อย่างไรก็ดี กุรอานได้ระบุถึงเหตุผลของบทบัญญัติศาสนาในหลายวาระด้วยกัน บรรดาอิมามมะอ์ศูมก็เคยกล่าวถึงประเด็นเหล่านี้ไว้ นอกจากนี้ นักวิชาการมุสลิมก็ได้ประพันธ์หนังสือเกี่ยวกับรหัสยะและปรัชญาของบทบัญญัติศาสนา อาทิเช่นองค์ประกอบต่างๆของนมาซไม่ว่าจะเป็น การเหนียต ตะชะฮุด รุกู้อ์ สุญูด สลาม ฯลฯ ไว้หลายเล่มด้วยกัน

คำตอบเชิงรายละเอียด

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าบทบัญญัติทุกข้อของพระองค์ย่อมมีปรัชญาและเหตุผล แต่ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเสาะหาเหตุผลของบทบัญญัติแต่ละข้อเสมอไป มุสลิมจะต้องสยบแด่สาส์นแห่งวิวรณ์โดยดุษณี จิตที่สยบเช่นนี้แหล่ะคือความสมบูรณ์ของมนุษย์ ซึ่งจริงๆแล้วบทบัญญัติบางข้อก็มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบจิตประเภทดังกล่าว พระบัญชาของอัลลอฮ์ที่กำหนดให้นบีอิบรอฮีมต้องเชือดพลีอิสมาอีลบุตรชายก็ถือเป็นบทบัญญัติประเภทนี้

ประเด็นที่ถือเป็นข้อสรุปของข้อเขียนนี้คือความเชื่อที่ว่าทุกบทบัญญัติในอิสลามล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น
ประการแรก. เนื่องจากมีโองการและฮะดีษกว่าร้อยบทรณรงค์ให้มนุษย์ไตร่ตรองด้วยสติ[1]
ประการที่สอง. ข้อวิพากษ์ที่สำคัญของกุรอานที่มีต่อกาเฟรมุชริกีนก็คือ การที่พวกเขาเลียนแบบบรรพบุรุษอย่างหูหนวกตาบอด[2]
ประการที่สาม. กุรอานเองระบุถึงเหตุผลภายหลังจากนำเสนอบทบัญญัติในหลายวาระด้วยกัน[3] บรรดาอิมามมะอ์ศูมก็เคยกล่าวถึงประเด็นเหล่านี้ไว้ นอกจากนี้ นักวิชาการมุสลิมหลายท่านก็เคยประพันธ์ตำราเกี่ยวกับรหัสยะและปรัชญาของบทบัญญัติศาสนาไว้

จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ได้ข้อสรุปว่า
หนึ่ง. มิไช่ว่าผู้คนแต่ละยุคสมัยจะสามารถเข้าใจเหตุผลของบทบัญญัติได้ทุกคน
สอง. เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ควรคำนึงถึงผลประโยชน์เชิงวัตถุอาทิเช่น เศรษฐกิจ สุขภาวะ ฯลฯ โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์สุขด้านจิตวิญญาณ
สาม. ผู้ที่ศรัทธาว่าอัลลอฮ์ทรงเปี่ยมด้วยวิทยปัญญา และเชื่อว่าบทบัญญัติของพระองค์สอดคล้องกับวิทยปัญญา บุคคลเช่นนี้ไม่ควรเน้นเสาะหาเหตุผลให้มากนัก แต่ควรมอบหมายแด่พระองค์ อย่างไรก็ดี ได้มีการกล่าวถึงเหตุผลในกรณีขององค์ประกอบนมาซบางประการอาทิเช่น การเหนียต ตะชะฮุด รุกู้อ์ สุญูด สลาม ฯลฯ ซึ่งเราจะขอหยิบยกมาเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

นมาซจะช่วยยับยั้งกิเลสตัณหา
กุรอานกล่าวถึงนมาซไว้ว่า นมาซจะช่วยยับยั้งมนุษย์ให้ออกห่างจากบาปกรรมต่างๆ[4]

นมาซช่วยขจัดความหลงดุนยา
อีกโองการหนึ่งกล่าวว่า จงนมาซเพื่อรำลึกถึงฉัน[5]

นมาซช่วยให้จิตใจสงบ
กุรอานกล่าวว่า ด้วยการระลึกถึงพระองค์ จิตใจจะสงบมั่น[6]

ต่อสู้กับอุปนิสัยเย่อหยิ่ง
ในฐานะที่นมาซคือการเพ่งสมาธิสู่พระผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งความยิ่งใหญ่ทั้งปวง และถือเป็นการขอความช่วยเหลือจากแหล่งอำนาจอันเกรียงไกร ทำให้สามารถขจัดความเย่อหยิ่งให้หมดไปจากมนุษย์ได้ กล่าวคือ นมาซจะทำลายความหยิ่งจองหอง เนื่องจากคนเรานมาซสิบเจ็ดเราะกะอัตในแต่ละวัน แต่ละเราะกะอัตมีการศิโรราบต่อพระองค์เหนือดินสองครั้ง ทำให้ตระหนักได้ว่าตนเองเสมือนดั่งผงธุลีเบื้องหน้าความยิ่งใหญ่ของพระองค์ อันจะช่วยลบเลือนความเย่อหยิ่งได้ ด้วยเหตุนี้เองที่ท่านอิมามอลี(อ.)จึงอธิบายเกี่ยวกับนมาซในฐานะที่เป็นอิบาดะฮ์ประการแรกภายหลังจากที่ได้กล่าวถึงอีหม่านไว้ว่า “อัลลอฮ์ทรงกำหนดให้มีอีหม่านเพื่อขจัดความคลางแคลงใจ และบัญชาให้นมาซเพื่อขจัดความทรนงตน”[7]

ส่งเสริมระเบียบวินัย
นมาซจะช่วยเสริมอุปนิสัยความมีวินัย เพราะศาสนกิจประเภทนี้จะต้องปฏิบัติในช่วงเวลาอันจำเพาะ การกระทำก่อนหรือหลังเวลาที่กำหนดจะทำให้เป็นโมฆะ นอกจากนี้ ความรอบคอบในกรณีของกฏเกณฑ์อื่นๆอาทิเช่นการเหนียต การยืน รุกู้อ์ สุญูด นั่ง ฯลฯ ก็มีส่วนช่วยให้มนุษย์ปรับตัวให้มีระเบียบวินัยอย่างง่ายดาย

ระลึกถึงวันปรโลก
เมื่อผู้นมาซกล่าวคำว่า “มาลิกิเยามิดดีน” ก็ทำให้หวลรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของกิยามะฮ์ อีกทั้งยังทำให้ตระหนักว่ายังมีอีกภพหนึ่งที่เป็นผลสะท้อนของภพปัจจุบัน

ตะวัลลาและตะบัรรอ
ตะวัลลา(ความรัก)และตะบัรรอ(ความชัง)ถือเป็นปรัชญาข้อหนึ่งที่ได้จากซูเราะฮ์ฟาติฮะฮ์ เมื่อผู้นมาซเปล่งคำว่า “อียากะนะอ์บุดุ วะอียากะนัสตะอีน อิฮ์ดินัศศิรอฎ็อลมุสตะกีม ศิรอฏ็อลละซีนะอันอัมตะอะลัยฮิม” ถือว่ากำลังวอนขอและจาริกสู่มิตรภาพจากอัลลอฮ์ เหล่าศาสนทูต บรรดาผู้สัจจริง เหล่าผู้พลีชีพ และผู้บำเพ็ญธรรม และเมื่อเปล่งคำว่า “ฆ็อยริลมัฆฎูบิ อะลัยฮิม วะลัฎฎอลลีน” ถือว่าได้แสดงความจำนงที่จะออกห่างจากพวกหลงทางแล้ว

ท้ายนี้ขอเรียนว่า นมาซบัญญัติไว้เพื่อจุดประสงค์ของการเทิดไท้อัลลอฮ์ในฐานะพระผู้เป็นเจ้า, ต่อต้านการตั้งภาคี, ยืนขึ้นเบื้องหน้าพระองค์อย่างสุดความนอบน้อม, สารภาพบาปและขอลุแก่โทษในสิ่งที่เคยผิดพลาด นอกจากนี้ยังทำให้มนุษย์มีสติอยู่ตลอดเวลา มิให้ฝุ่นผงแห่งความหลงลืมเกรอะกรังหัวใจ ให้กลายเป็นผู้นอบน้อมไม่อหังการ์ และเป็นผู้ที่แสวงหาผลกำไรทั้งในโลกนี้และโลกหน้า[8]

ท้ายนี้ขอแจ้งให้ทราบว่านักวิชาการชีอะฮ์หลายท่านได้กรุณาประพันธ์หนังสือเกี่ยวกับรหัสยะของการนมาซไว้มากมาย อาทิเช่น
อิละลุชชะรอยิอ์ โดยเชคเศาะดู้ก
สิรรุศเศาะลาฮ์ วะ อาดาบุศเศาะลาฮ์ โดยอิมามโคมัยนี
ปรัชญาแห่งบทบัญญัติ โดยมุฮัมมัด วะฮีดี
รัศมีรหัสยะแห่งการนมาซ โดยมุฮ์ซิน กิรออะตี

ระเบียนที่เกี่ยวข้อง
นัยยะและผลดีของการนมาซ, 2997 (ลำดับในเว็บไซต์ 3242)
ปรัชญาแห่งเวลานมาซทั้งห้า, 3837 (ลำดับในเว็บไซต์ 4101)
ปรัชญาแห่งการตะชะฮุดและสลาม, 13141(ลำดับในเว็บไซต์ 12808)
ความจำเริญและคุณูปการของการนมาซในเชิงวัตถุและจิตวิญญาณ, 9593(ลำดับในเว็บไซต์ 10797)

 


[1] อันนะฮ์ลิ, 44 และ อาลิอิมรอน, 191

[2] อะอ์ร้อฟ, 173

[3] อัลอังกะบู้ต, 45 และ อัลบะเกาะเราะฮ์, 183

[4] อัลอังกะบู้ต, 45

[5] ฏอฮา, 14

[6] อัรเราะอ์ดุ, 24

[7] นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์, ฮิกมะฮ์ที่ 252 وَ قَالَ (ع) فَرَضَ اللَّهُ الْإِیمَانَ تَطْهِیراً مِنَ الشِّرْکِ وَ الصَّلَاةَ تَنْزِیهاً عَنِ الْکِبْر

[8] เชคเศาะดู้ก, มันลายะฮ์ฎุรุฮุ้ลฟะกี้ฮ์,เล่ม1,หน้า 214, ญามิอะฮ์ มุดัรริซีน,กุม,พิมพ์ครั้งที่สอง,ฮ.ศ.1404 และ เชคเศาะดู้ก, อิละลุชชะรอยิอ์,เล่ม 2,หน้า 317,ดอวะรี,กุม,พิมพ์ครั้งแรก

إنّ علة الصلاة أنها إقرار بالرّبوبیة للّه عزّ و جلّ، و خلع الأنداد و قیام بین یدی الجبّار جلّ جلاله بالذّلة و المسکنة و الخضوع و الاعتراف، و الطّلب للإقالة من سالف الذّنوب، و وضع الوجه على الأرض کلّ یوم إعظاما للّه جلّ جلاله و أن یکون ذاکرا غیر ناس و لا بطر.و یکون خاشعا متذلّلا راغبا طالبا للزیادة فی الدّین و الدنیا مع ما فیه من الإیجاب، و المداومة على ذکر اللّه عزّ و جل باللّیل و النهار و لئلّا ینسى العبد سیّده و مدبّره و خالقه، فیبطر و یطغى و یکون ذلک فی ذکره لربّه عزّ و جلّ، و قیامه بین یدی"

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    59520 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    56949 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    41752 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    38516 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    38483 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    33535 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    27590 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    27350 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    27222 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    25286 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...