การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
6759
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/10/11
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1328 รหัสสำเนา 17408
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามฮุเซนเคยจำแนกระหว่างอรับและชนชาติอื่น หรือเคยกล่าวตำหนิชนชาติอื่นหรือไม่?
คำถาม
คุณมีทัศนะอย่างไรต่อฮะดีษจากอิมามฮุเซน(อ.)ที่กล่าวถึงอรับชนชาติอื่นๆ ซึ่งบันทึกไว้ในหนังสือสะฟีนะตุ้ลบิฮาร หน้า 164 และหนังสือมะดีนะตุ้ลอะห์กามวั้ลอาษ้ารของเชคอะหมัดกุมี?
คำตอบโดยสังเขป

ฮะดีษที่อ้างอิงมานั้น เป็นฮะดีษจากอิมามศอดิก(.)มิไช่อิมามฮุเซน(.) ฮะดีษกล่าวว่า "เราสืบเชื้อสายกุเรช และเหล่าชีอะฮ์ของเราล้วนเป็นอรับแท้ ส่วนผองศัตรูของเราล้วนเป็น"อะญัม"(ชนชาติอื่น) ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่สายรายงานหรือเนื้อหา จะพบว่าฮะดีษนี้ปราศจากความน่าเชื่อถือใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะสายรายงานของฮะดีษนี้มีนักรายงานฮะดีษที่ไม่น่าเชื่อถือ(เฎาะอี้ฟ)ปรากฏอยู่ ส่วนเนื้อหาทั่วไปของฮะดีษนี้นอกจากขัดต่อสติปัญญาแล้ว ยังขัดต่อโองการกุรอาน ฮะดีษมากมายที่ถือว่าอีหม่านและตักวาเท่านั้นที่เป็นมาตรวัดคุณค่ามนุษย์ หาไช่ชาติพันธุ์ไม่ ทั้งนี้ท่านนบีได้ให้หลักเกณฑ์ไว้ว่า "หากฮะดีษที่รายงานจากเราขัดต่อประกาศิตของกุรอาน ก็จงขว้างใส่กำแพงเสีย(ไม่ต้องสนใจ)"

อย่างไรก็ดี เราปฏิเสธที่จะรับฮะดีษดังกล่าวในกรณีที่ตีความตามความหมายทั่วไปเท่านั้น แต่น่าสังเกตุว่าคำว่า"อรับ"และ"อะญัม"หาได้หมายถึงชาติพันธุ์เท่านั้น แต่ในทางภาษาศาสตร์แล้ว สองคำนี้สามารถสื่อถึงคุณลักษณะบางอย่างได้

สองคำนี้สามารถใช้กับสมาชิกเผ่าพันธุ์เดียวกันก็ได้ อาทิเช่น คำว่าอรับสามารถตีความได้ว่าหมายถึงการ"มีชาติตระกูล" และอะญัมอาจหมายถึง"คนไร้ชาติตระกูล" ในกรณีนี้ สมมติว่าฮะดีษผ่านการตรวจสอบสายรายงานมาได้ ก็ถือว่าไม่มีปัญหาในแง่เนื้อหา ทั้งนี้ก็เพราะเรามีฮะดีษมากมายที่ยกย่องชาติพันธุ์ที่ไม่ไช่อรับเนื่องจากมีอีหม่าน อะมั้ลที่ดีงาม และความอดทน

คำตอบเชิงรายละเอียด

ในหนังสือสะฟีนะตุ้ลบิฮ้ารประพันธ์โดยเชคอะหมัด กุมี หน้า163 ซึ่งเป็นหมวดว่าด้วยคำว่า "อะญัม"นั้น มีฮะดีษมากมายที่รวบรวมมาจากหนังสือชุดบิฮารุลอันว้าร ในหมวดนี้ไม่พบฮะดีษจากอิมามฮุเซน แต่มีฮะดีษจากท่านอบูอับดิลลาฮ์ซึ่งหมายถึงอิมามศอดิกที่รายงานผ่าน ฎุร็อยส์ บิน อับดุลมะลิกว่า "เรามีเชื้อสายกุเรช และชีอะฮ์ของเราล้วนเป็นอรับ แต่ศัตรูของเราล้วนเป็นอะญัม"[1]

ในการพิจารณาฮะดีษทำนองนี้ จำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. อันดับแรกต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของนักรายงานฮะดีษทุกคนที่ปรากฏในสายรายงานเสียก่อน ในสายรายงานนี้มี สัลมะฮ์ บิน ค็อฏฏ้อบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิชาริญ้าลถือว่าเขาเป็นนักรายงานที่เฎาะอี้ฟ(ไม่น่าเชื่อถือ)[2] อีกทั้งสายรายงานขาดความต่อเนื่องระหว่างนักรายงาน แสดงว่ามีนักรายงานบางคนตกหล่นไป ทำให้ฮะดีษนี้ขาดความน่าเชื่อถือโดยปริยาย
2.
อันดับต่อมาคือการพิจารณาเปรียบเทียบเนื้อหาฮะดีษกับประกาศิตของกุรอาน ฮะดีษ
เนื้อหาทั่วไป[3]ของฮะดีษข้างต้น ขัดต่อประกาศิตของกุรอาน[4] ขุมฮะดีษ[5] และสติปัญญา ที่บ่งชี้ว่าตักวาเท่านั้นที่เป็นมาตรวัดคุณค่าของมนุษย์ ตลอดจนปฏิเสธการเหยียดชาติพันธุ์ ทั้งนี้ ท่านนบี(..)และบรรดาอิมาม(.)กำชับไว้ว่า หากพบเจอฮะดีษที่ขัดต่อประกาศิตกุรอานและซุนนะฮ์ แสดงว่าฮะดีษนั้นไม่น่าเชื่อถือ[6]
3.
ข้อโต้แย้งดังกล่าวมีผลต่อกรณีที่ยึดถือความหมายทั่วไปของคำว่าอรับและอะญัม แต่ต้องทราบว่าสองคำนี้มิได้สื่อถึงการแบ่งแยกชาติพันธุ์เพียงอย่างเดียว หากแต่สามารถสื่อถึงคุณสมบัติสองประการที่อาจมีอยู่ในเผ่าพันธุ์เดียวกัน นั่นคือ คำว่าอรับอาจสื่อถึงการมีชาติตระกูล ส่วนคำว่าอะญัมอาจสื่อถึงสิ่งจอมปลอม หากยึดถือความหมายดังนี้ก็น่าจะยอมรับได้ในกรณีที่สายรายงานเศาะฮี้ห์

ขยายความ: การจะเข้าใจความหมายของแต่ละคำ จะต้องย้อนไปพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อความหมายของคำในแต่ละยุคสมัย เนื่องจากโดยทั่วไป ภาษาจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในกรณีฮะดีษข้างต้น คำว่าอรับและอะญัมซึ่งแต่เดิมมักแปลว่าชนชาติที่พูดภาษาอรับและชนชาติอื่นๆ สามารถจะให้ความหมายอื่นๆได้เช่นกัน อาทิเช่น คำว่า "อะอ์ร็อบ" แปลว่าการเปล่งคำพูดอย่างอาจหาญชัดเจน หรือคำว่า อัลอะร็อบ แปลว่าความร่าเริงก็ได้[7] ในขณะที่คำว่า "อะอ์ญัม"หมายถึงผู้ที่พูดจาคลุมเครือทุกคนรวมถึงชาวอรับเองด้วย ส่วนคำว่า "อัญมาอ์" แปลว่าปศุสัตว์ทั่วไปที่ไม่เข้าใจภาษา[8] มีผู้ถามอิมามว่าอะญัมแปลว่าอะไร อิมามตอบว่า "หมายถึงแกะ วัว นกพิราบ ฯลฯ"[9]

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องพิจารณาความหมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคำว่าอรับและอะญัมที่ปรากฏในฮะดีษนี้ ทำให้ต้องพิจารณาร่วมกับฮะดีษอื่นๆที่เอ่ยถึงสองคำนี้ รวมถึงคำที่มีความหมายใกล้เคียง
เมื่อพิจารณาฮะดีษต่างๆทำนองนี้[10]จะพบว่า คำว่าอรับในที่นี้หมายถึงความมั่นคง ชัดเจน มีที่มาที่ไป ส่วนอะญัมแปลว่าความไร้แก่นสาร ปราศจากความคิด ซึ่งล้วนแล้วแต่สอดรับกับความหมายเชิงพจนานุกรมทั้งสิ้น
การสอดรับกันของความหมายแท้กับความหมายเชิงอุปมาของสองคำนี้เกิดขึ้นเนื่องจากในอดีตมีการให้ความสำคัญต่อการพิสูจน์ความเป็นเชื้อชาติอรับอย่างสุดโต่ง ทำให้ฐานะภาพของอรับแท้ค่อนข้างสูงกว่าผู้อื่นในสายตาของชาวอรับ ด้วยเหตุนี้บรรดาอิมามจึงต้องการแก้ไขภาพมายาดังกล่าวโดยสอนว่าการยึดถือแนวทางที่เที่ยงตรงเท่านั้นที่สื่อถึงการมีชาติตระกูลที่ดี ด้วยเหตุนี้บรรดาอิมามและเหล่าชีอะฮ์(สาวก)ของท่านจึงเป็นอรับและมีชาติตระกูลทั้งสิ้น

ฉะนั้น ฮะดีษที่ว่า "เราคืออรับ และชีอะฮ์ของเราก็คือพวกเรา"[11] และฮะดีษที่ว่า "ผู้ใดถือกำเนิดเป็นมุสลิมก็ถือเป็นอรับทั้งสิ้น"[12] จึงสื่อถึงความหมายดังกล่าว
และจากการที่เผ่ากุเรชถือเป็นเผ่าที่มีชาติตระกูลดีที่สุดในสายตาชาวอรับ จึงได้รับการเปรียบเปรยในฮะดีษว่าหมายถึงการมีความมั่นคงและถูกต้อง ซึ่งจะแปลฮะดีษนั้นได้ว่า "เราเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความบริสุทธิ์ที่สุด และเหล่าชีอะฮ์ของเราก็มีลักษณะเด่นดังกล่าวเช่นกัน แต่ศัตรูของเราล้วนเป็นผู้ที่ไร้แก่นสารทั้งสิ้น"

4. มีฮะดีษมากมายที่ยกย่องเชิดชูชาติพันธุ์อื่นๆที่ไม่ไช่อรับ ทั้งนี้เพราะพวกเขามีอีหม่าน ตักวา และความซื่อสัตย์สุจริต อาทิเช่นฮะดีษต่อไปนี้:
อิมามบากิร(.)เคยเล่าว่าผู้สนับสนุนอิมามมะฮ์ดีส่วนหนึ่งมิไช่ชาวอรับ[13]
รายงานจากอิมามอลี(.)ว่า" ในอนาคตจะมีชนชาติอื่นตระเตรียมสถานที่ในมัสญิดกูฟะฮ์เพื่อสอนกุรอานแก่ประชาชนตามที่เคยประทานลงมา"[14]
รายงานจากอิมามอลี(.)ที่กล่าวถึงชาวเปอร์เซียว่า พวกท่าน(อรับ)ต่อสู้กับพวกเขาเพื่อการประทานลงมาของกุรอาน แต่ก่อนวันโลกาวินาศ พวกเขาจะต่อสู้กับพวกท่านเพื่อให้ยอมรับในเนื้อหาของกุรอาน (หมายถึงพวกท่านจะละทิ้งเนื้อหากุรอาน ในขณะที่พวกเขายังยึดถืออย่างเคร่งครัด)[15]



[1] แหล่งที่มาของฮะดีษนี้คือหนังสือ มะอานี อัลอัคบ้าร,หน้า404

[2] มุอ์ญะมุรริญ้าล,ซัยยิดอบุ้ลกอซิม อัลคูอี้,เล่ม 4,หน้า 9

[3] (ซึ่งความหมายเดิมของอรับก็คือเผ่ากุเรช และอะญัมก็หมายถึงเผ่าอื่นๆที่มีชื่อเสียง)

[4] อัลหุญุร้อต,13 :
 
یا أَیُّهَا النَّاسُ إِنَّا خَلَقْناکُمْ مِنْ ذَکَرٍ وَ أُنْثى‏ وَ جَعَلْناکُمْ شُعُوباً وَ قَبائِلَ لِتَعارَفُوا إِنَّ أَکْرَمَکُمْ عِنْدَ اللَّهِ أَتْقاکُمْ إِنَّ اللَّهَ عَلیمٌ خَبیرٌ

[5] มะอ์ดินิ้ลญะวาฮิร, หน้า 21 :
قال سیدنا رسول الله (ص) أیها الناس إن ربکم واحد و إن أباکم واحد لا فضل لعربی على عجمی و لا لعجمی على عربی و لا لأحمر على أسود و لا لأسود على أحمر إلا بالتقوى قال الله تعالى إِنَّ أَکْرَمَکُمْ عِنْدَ اللَّهِ أَتْقاکُم

[6] อัลกาฟี,เล่ม 1,หน้า 69 :
قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ (ص) إِنَّ عَلَى کُلِّ حَقٍّ حَقِیقَةً وَ عَلَى کُلِّ صَوَابٍ نُوراً فَمَا وَافَقَ کِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ وَ مَا خَالَفَ کِتَابَ اللَّهِ

[7] ดู: ลิซานุ้ลอรับ,เล่ม 1,หน้า 589

[8] อ้างแล้ว,เล่ม 12,หน้า 384

[9] มัจมะอุ้ลบะห์ร็อยน์,เล่ม 6,หน้า 112

[10] มะอานี อัลอัคบ้าร,หน้า 404

[11] อ้างแล้ว

[12] อ้างแล้ว

[13] สะฟีนะตุ้ลบิฮ้าร,เล่ม 2,หน้า 164

[14] อ้างแล้ว

[15] กุ้รบุ้ลอัสน้าด,หน้า 52 และ บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 64,หน้า 174

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • อิสลามมีทัศนะอย่างไร เกี่ยวกับใบยาสูบ?
    10105 สิ่งเสพติด 2555/07/16
    อิสลามได้ห้ามการบริโภค ดื่ม และการใช้สิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และสุขภาพ และถ้าอันตรายยิ่งมีมากเท่าใด การห้ามโดยสาเหตุก็ยิ่งหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นไปตามลำดับ, จนถึงระดับของการ ฮะรอม ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) กล่าวว่า : “การบริโภคสิ่งของที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ถือว่า ฮะรอม”[1] เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่า เกณฑ์ของฮะรอม, ขึ้นอยู่กับอันตราย กล่าวคือไม่ว่าอันตรายจะเกิดจากการบริโภค หรือเกิดจากแนวทางอื่นก็ตาม, มิได้มีการระบุไว้ตายตัวแน่นอน. บุหรี่เป็นหนึ่งในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่อันตรายนั้นจะถึงขั้นที่ว่า การสูบบุหรี่เป็นฮะรอมหรือไม่? บรรดาแพทย์ส่วนใหญ่และผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้, ต่างมีความเห็นพร้องต้องกันว่า บุหรี่เป็นอันตรายสำคัญและผลเสียเกิดขึ้นตามมามากมาย หนังสือและตำราต่างๆ จำนวนมากได้กล่าวอธิบายถึงอันตรายและผลเสียต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ใบยาสูบ,โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่,ซึ่งได้กลายเป็นสาขาหนึ่งที่มีการวิเคราะห์วิจัยออกมาอย่างกว้างขวาง[2] ...
  • ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อรุก็อยยะฮ์ไช่หรือไม่?
    9260 تاريخ بزرگان 2554/12/04
    คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์ ...
  • ผมเป็นชาวฟิลิปินส์ ในสถานการณ์ที่ผมไม่สามารถไปหามุจตะฮิดคนใดคนหนึ่งได้ และในกรณีที่ผมไม่มั่นใจว่ามีผู้ที่เป็นซัยยิด (เป็นลูกหลานของท่านศาสดา (ซ.ล.) ที่เป็นผู้ยากไร้อาศัยอยู่ในประเทศของผมหรือไม่นั้น ผมจะต้องจ่ายคุมุสแก่ผู้ใด?
    7276 สิทธิและกฎหมาย 2555/02/05
    คำตอบที่ได้รับมาจากสำนักงานต่างๆของบรรดามัรยิอ์มีดังนี้สำนักงานท่านอายะตุลลอฮ์ซิซตานี–คุณสามารถที่จะแยกเงินคุมุสของท่านไว้และเก็บไว้ก่อนจนกว่าจะมีโอกาสที่จะนำเงินดังกล่าวไปมอบให้กับตัวแทนของท่านอายะตุลลอฮ์สำนักงานท่านอายะตุลลอฮ์มะการิมชีรอซี–สามารถจ่ายทางเว็บไซต์ของมัรญะอ์ดังกล่าวได้คำตอบของท่านอายะตุลลอฮ์ฮาดาวีย์เตหะรานีเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวคือคุณสามารถจ่ายทางอินเตอร์เน็ตได้โดยโอนเงินให้กับมุจตะฮิดหรือตัวแทนของท่านและทางที่ดีควรจ่ายให้กับผู้นำรัฐหรือตัวแทนของท่านในทุกกรณีไม่สามารถจ่ายเงินคุมุสให้กับผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านหรือตัวแทนของท่านเสียก่อน ...
  • "การซิยารัตอิมามฮุเซนเสมือนการซิยารัตอัลลอฮ์ ณ อะรัช" หมายความว่าอย่างไร?
    10068 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/12/07
    ท่านฮุเซนบินอลี (อิมามที่สามของชีอะฮ์) ได้รับฐานะภาพอันสูงส่งจากอัลลอฮ์เนื่องจากมีเป้าหมายวัตรปฏิบัติการเสียสละ
  • อัลกุรอาน บทนิซาอฺ โองการที่ 29 กล่าวว่า(... إِلاَّ أَن تَكُونَ تِجَارَةً عَن تَرَاضٍ مِّنكُمْ): ทำไมจึงกล่าวว่า تَرَاضٍ مِّنكُمْ ความพอใจในหมู่สูเจ้า เพราะเหตุใดไม่กล่าวว่า تراض بینکم ความพอใจระหว่างพวกเจ้า
    9569 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/05/17
    อัลกุรอาน กล่าวว่า »โอ้ บรรดาผู้มีศรัทธา! จงอย่ากินทรัพย์ของสูเจ้าในระหว่างสูเจ้ากันเองโดยทุจริต (ได้มาโดยวิธีต้องห้าม) นอกจากจะเป็นการค้าขายที่เกิดจากความพอใจในหมู่สูเจ้ากันเอง[1]« โองการนี้เป็นหนึ่งบทบัญญัติของอิสลามที่ว่าด้วยเรื่อง การค้าขายแลกเปลี่ยนและธุรกรรมการเงิน ด้วยเหตุนี้ บทบัญญัติอิสลาม จึงได้ใช้โองการข้างต้นพิสูจน์ปัญหาเรื่องการค้าขาย ประโยคที่กล่าวว่า «إلَّا أَنْ تَكُونَ تِجارَةً عَنْ تَراضٍ» “นอกจากจะเป็นการค้าขายที่เกิดจากความพอใจในหมู่สูเจ้ากันเอง” ในโองการข้างต้น, เป็นการละเว้นเด็ดขาดจากบทบัญญัติทั่วไปก่อนหน้านี้, ด้วยคำอธิบายว่า การหยิบจ่ายใช้สอยทรัพย์สินของคนอื่นแบบไม่ถูกต้อง (บาฏิล) หรือไม่ยุติธรรมและไม่เป็นที่พอใจของเขา หรือไม่ถูกต้องตามหลักการคำสอน, ถือว่าฮะรอมและบาฏิล เว้นเสียแต่ว่าจะได้มาโดยการทำการค้าขาย (การเป็นเจ้าของด้วยเงื่อนไขการกำหนดข้อตกลง) แต่สิ่งนั้นก็ยังต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ที่ได้ตกลงทำการค้าขายกัน, ด้วยเหตุนี้ ธุรกรรมการเงินทั้งหมด และการค้าขายทุกประเภทต้องเกิดจากความพอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว ...
  • ความหมายของอักษรย่อในอัลกุรอานคือ อะไร?
    15051 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    อักษรย่อ หมายถึงอักษาซึ่งได้เริ่มต้นบทอัลกุรอาน บางบท ไม่มีความหมายเป็นเอกเทศ ตัฟซีรกุรอาน มีการตีความอักษรเหล่านี้ด้วยทัศนะที่แตกต่างกัน ซึ่งทัศนะที่ถูกต้องที่สุดคือ อักษรย่อเป็นรหัส ซึ่งเท่าเราะซูลและหมู่มิตรของอัลลอฮฺ เข้าใจในสิ่งนั้น ประโยคที่ว่า «صراط علی حق نمسکه» นักค้นคว้าบางคนกล่าวว่า ไม่มีที่มาจากแหล่งรายงานฮะดีซ ...
  • สถานภาพของจริยธรรมในการออกกำลังกายเป็นอย่างไร?
    9651 จริยธรรมปฏิบัติ 2555/01/23
    ศาสนาอิสลามในฐานะที่เป็นศาสนาสมบูรณ์และเป็นศาสนาสากลซึ่งมีแนวคิดครอบคลุมทุกมิติของชีวิตที่สมบูรณ์และแนวทางทั้งหมดของอิสลามได้สิ้นสุดลงที่ความเจริญผาสุกแห่งโลกนี้และปรโลก
  • อาริสโตเติลเป็นศาสดาแห่งพระเจ้าหรือไม่?
    10303 تاريخ بزرگان 2554/09/25
    อาริสโตเติล, เป็นนักฟิสิกส์ปราชญ์และนักปรัชญากรีกโบราณเป็นลูกศิษย์ของเพลโตและเป็นอาจารย์ของอเล็กซานเดอร์มหาราชท่านและเพลโตได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักปรัชญาที่มีอิทธิพลสูงที่สุดท่านหนึ่งในโลกตะวันตก
  • กฎของการออกนอกศาสนาของบุคคลหนึ่ง, ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ปกครองหรือไม่?
    6978 ปัจจัยที่ทำให้นมาซเป็นโมฆะ 2555/05/17
    มีอยู่ 12 ประการที่ทำให้นมาซบาฏิล (เสีย) ซึ่งเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า มุบฏิลลาตของนมาซ 1.สูญเสียหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญระหว่างนมาซ 2.สิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้วุฎูอฺ หรือฆุซลฺบาฏิล (เสีย) ได้เล็ดรอดออกมาขณะนมาซ 3. กอดอกขณะนมาซ 4.กล่าวคำว่า “อามีน” หลังจากกล่าวซูเราะฮฺฟาติฮะฮฺจบ 5. ผินหน้าออกจากกิบละฮฺ ขณะนมาซ 6.กล่าวคำพูดบางคำขณะนมาซ 7.หัวเราะโดยมีเสียดังออกมาหรือกระทำสิ่งที่คล้ายคลึงกัน 8.ตั้งใจร้องไห้เพื่อภารกิจทางโลก โดยมีเสียงดังออกมา 9. กระทำบางภารกิจอันเป็นเหตุทำให้สูญเสียสภาพนมาซ 10.กินและดื่ม
  • จุดประสงค์ของท่านอิมามอะลี (อ.) จากการที่อัลลอฮฺทรงนิ่งเงียบต่อบางบทบัญญัติ? เพราะเหตุใดจึงตรัสว่าเพื่อการได้รับสิ่งนั้นไม่ต้องทำตนให้ลำบากดอก?
    7923 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/04/07
    ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวในคำพูดของท่านว่า อัลลอฮฺ (ซบ.) มิทรงอธิบายแก่แท้ของทุกสิ่งเกี่ยวบทบัญญัติและวิชาการ, ทว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่พระองค์มิทรงกำหนดให้เป็นหน้าที่แก่มนุษย์ พระองค์ทรงนิ่งเงียบกับสิ่งเหล่านั้น, เช่น หน้าที่ในการรับรู้วิชาการบางอย่างโดยละเอียด ซึ่งไม่มีผลต่อปรโลกแต่อย่างใด, แต่พระองค์ก็มิได้เฉยเมยเนื่องจากการหลงลืมแต่อย่างใด, เนื่องจากอัลลอฮฺทรงห่างไกลจากการหลงลืมทั้งปวง, ทว่าเนื่องจากสิ่งนั้นไม่มีมรรคผลอันใดแก่ปรโลกของมนุษย์ และด้วยเหตุผลที่ว่าการหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น เป็นสาเหตุทำให้มนุษย์ต้องละทิ้งความรู้อันก่อเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง บางทีจุดประสงค์จาก การนิ่งเฉย เกี่ยวกับบางอย่าง, อาจเป็นเรื่องมุบาฮฺก็ได้ เช่น ความรู้เรื่องดาราศาสตร์, การคำนวณ, เรขาคณิต, บทกวี, หัตถกรรมโดยประณีต และ... การละเลยสิ่งเหล่านี้เนื่องจากไม่ให้ความสำคัญ และเป็นการไม่ใส่ใจของตัวท่านเอง แน่นอน มีวิชาการที่ค่อนข้างยากเช่น เรื่องเทววิทยา ปรัชญา หรือปรัชญาของบทบัญญัติ การจมดิ่งอยู่กับสิ่งเหล่านี้ – สำหรับบุคคลทั่วไปที่มิใช่นักวิชาการ หรือไม่มีความฉลาดเพียงพอ- นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อันเป็นประโยชน์แล้ว ยังอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดเบี่ยงเบนทางความเชื่อได้อีกต่างหาก ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    61383 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    58978 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    43407 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    41580 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    40041 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    35203 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    29306 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    29233 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    29076 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    26913 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...