การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4735
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa7416 รหัสสำเนา 20023
หมวดหมู่ تاريخ بزرگان
คำถามอย่างย่อ
การสู่ขออดีตภรรยาของอับดุลลอฮ์ บิน สะลามที่ชื่ออุร็อยนับโดยอิมามฮุเซน(อ.)และยะซีดในเวลาเดียวกัน มีผลต่อเหตุการณ์กัรบะลาอย่างไร?
คำถาม
1. เรื่องราวการสู่ขออุร็อยนับ อดีตภรรยาของอับดุลลอฮ์ บิน สะลาม โดยอิมามฮุเซน(อ.)และยะซีดในเวลาเดียวกัน เชื่อถือได้เพียงใด?
2. หากเชื่อถือได้ กรุณาเล่ารายละเอียดให้ฟังด้วยค่ะ
3. คุณคิดว่าอิมามฮุเซน(อ.)เข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้เพื่ออะไร?
4. จริงหรือไม่ที่ว่าเรื่องดังกล่าวมีส่วนทำให้ยะซีดโกรธและบงการให้เกิดเหตุนองเลือดที่กัรบะลา
จะขอบคุณมาก หากจะกรุณาแนะนำหนังสือภาษาฟารซีเกี่ยวกับเรื่องนี้
คำตอบโดยสังเขป

ตำราประวัติศาสตร์บางเล่มระบุว่า แม้ยะซีดจะมีสิ่งบำเรอกามารมณ์อย่างครบครัน แต่ก็ยังอยากจะเชยชมหญิงที่มีสามีแล้วอย่างอุร็อยนับ บินติ อิสฮ้าก ภรรยาของอับดุลลอฮ์ บิน สะลาม
มุอาวิยะฮ์ผู้เป็นพ่อของยะซีดจึงคิดอุบายที่จะพรากหญิงสาวคนนี้จากสามีเพื่อให้ลูกชายของตนสมหวังในกามราคะ อิมามฮุเซน(.) ทราบเรื่องนี้เข้าจึงคิดขัดขวางแผนการดังกล่าว โดยใช้บทบัญญัติอิสลามทำลายอุบายของมุอาวิยะฮ์ และปล่อยให้อุร็อยนับคืนสู่อับดุลลอฮ์ บิน สะลามผู้เป็นสามีอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ยะซีดหมดโอกาสที่จะย่ำยีครอบครัวนี้ได้อีกต่อไป
แม้รายงานทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้จะมีข้อกังขามากพอสมควร แต่สมมติว่าเป็นเรื่องจริง ก็มิไช่เรื่องเสียหายสำหรับอิมามฮุเซนแต่อย่างใด กลับจะชี้ให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและเมตตาธรรมของท่านในการรักษาเกียรติยศครอบครัวมุสลิมได้เป็นอย่างดี
อนึ่ง ไม่มีตำราที่มีชื่อเสียงเล่มใดระบุว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ยะซีดแค้นฝังใจและก่อเหตุนองเลือดที่กัรบะลา

คำตอบเชิงรายละเอียด

สิ่งที่ตำราประวัติศาสตร์บันทึกไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ในรัชสมัยของมุอาวิยะฮ์ มีสตรีผู้ศรัทธาคนหนึ่งนามว่า อุร็อยนับ บุตรีของอิสฮ้าก ซึ่งชื่อเสียงความงดงามของเธอเลื่องลือไปทั่ว
ยะซีดซึ่งยังดำรงตำแหน่งมกุฏราชกุมารอยู่ ได้ยินเช่นนั้นก็หลงรักเธอ แต่ก่อนที่ยะซีดจะดำเนินการเพื่อให้ได้เชยชมเธอ เธอก็ตัดสินใจแต่งงานกับญาติที่มีนามว่า อับดุลลอฮ์ บิน สะลาม เสียก่อน และใช้ชีวิตที่แผ่นดินอิรักอย่างรื่นรมย์ใจ

มุอาวิยะฮ์ผู้เป็นพ่อทราบความทั้งหมด จึงสัญญาว่าจะทำให้ยะซีดสมปรารถนาให้จงได้ โดย  เวลานั้นอับดุลลอฮ์เป็นข้าราชการคนหนึ่งของมุอาวิยะฮ์ในอิรัก มุอาวิยะฮ์เรียกตัวอับดุลลอฮ์มาที่เมืองชาม โดยแจ้งแก่เขาผ่านอบูดัรดาอ์และอบูฮุร็อยเราะฮ์ว่าประสงค์จะยกลูกสาวตนให้แต่งงานกับอับดุลลอฮ์ เนื่องจากมีศักยภาพพอที่จะเป็นราชบุตรเขยของมุอาวิยะฮ์

อับดุลลอฮ์ตอบรับอุบาย อบูฮุร็อยเราะฮ์และอบูดัรดาอ์รีบแจ้งแก่มุอาวิยะฮ์  มุอาวิยะฮ์ซักซ้อมกับลูกสาวตนเองว่า หากสองคนนั้นมาสู่ขอเธอให้อับดุลลอฮ์ จงแสร้งทำเป็นตอบรับการสู่ขอ แต่จงบอกไปว่าเธอมีเงื่อนไขว่าอับดุลลอฮ์จะต้องหย่าขาดจากภรรยาคนเก่าเสียก่อนจึงจะยอมแต่งงาน
ในที่สุด อับดุลลอฮ์ก็หลงอุบายและยอมหย่าจากภรรยา โดยขอให้มุอาวิยะฮ์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้

มุอาวิยะฮ์ตอบว่าหากลูกสาวของข้าพึงพอใจ ข้าก็ไม่ว่ากระไรอบูดัรดาและอบูฮุร็อยเราะฮ์หารือกับลูกสาวมุอาวิยะฮ์และแจ้งให้ทราบว่าอับดุลลอฮ์ได้หย่าจากอุร็อยนับแล้ว แต่นางตอบว่า ขอฉันไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียก่อน

เวลาผ่านไปกระทั่งอิดดะฮ์ของอุร็อยนับสิ้นสุดลง ทั้งสองคนสอบถามลูกสาวมุอาวิยะฮ์อีกครั้ง นางตอบปฏิเสธว่าฉันเห็นว่าไม่เหมาะสม !มุอาวิยะฮ์รีบส่งสองคนนี้ไปที่อิรักเพื่อให้สู่ขออุร็อยนับให้แก่ยะซีด เมื่อทั้งสองย่างเข้าสู่อิรัก ก็ทราบว่าอิมามฮุเซน(.) ก็พำนักอยู่ที่อิรักเช่นกัน จึงตัดสินใจจะไปเยี่ยมอิมามก่อน แล้วจึงหวนไปปฏิบัติภารกิจของมุอาวิยะฮ์ต่อ เมื่อได้พบอิมาม ท่านถามว่า พวกท่านมาทำอะไรที่อิรัก? อบูดัรดาเล่าความทั้งหมดให้อิมามฟัง ท่านจึงกล่าวว่าฉันเองก็ตัดสินใจจะสู่ขออุร็อยนับอยู่เหมือนกัน ในเมื่อท่านจะไปอยู่แล้ว ก็ขอฝากไปบอกเรื่องนี้แก่เธอด้วยเมื่อไปถึงบ้านอุร็อยนับ อบูดัรดาจึงสู่ขอให้กับยะซีดและอิมามฮุเซนพร้อมกัน นางขอคำปรึกษาว่าจะเลือกผู้ใดดี อบูดัรดาตอบว่า อิมามฮุเซนเหมาะจะเป็นสามีของเธอมากกว่า ด้วยเหตุฉะนี้ อิมามฮุเซนจึงแต่งงานกับเธอด้วยสินสอดเท่ากับจำนวนเงินที่ยะซีดฝากมาเพื่อการนี้

เมื่ออับดุลลอฮ์ (ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ที่เมืองชาม) ทราบว่าตนเองพ่ายกลอุบายของมุอาวิยะฮ์และถูกตัดเงินเดือน จึงกลับสู่อิรักเพื่อจะมารับของที่เคยฝากไว้กับอุร็อยนับคืนไป เขาเข้าพบอิมามฮุเซนและแจ้งว่าต้องการเพียงแค่จะรับของฝากจากอดีตภรรยาเท่านั้น เมื่ออดีตคู่รักเจอหน้ากัน จึงหวลรำลึกถึงอดีตแล้วร้องไห้ด้วยกัน ท่านอิมามเห็นเช่นนั้นจึงสงสารพร้อมกับกล่าวว่าฉันหย่าขาดจากนางสามครั้งแล้ว โอ้อัลลอฮ์ พระองค์ทรงทราบดีว่าข้าพระองค์มิได้สมรสกับนางเพราะต้องการทรัพย์สินหรือความเลอโฉม แต่เพื่อจะส่งมอบนางแก่สามีเท่านั้นจากนั้นอิมามจึงมอบมะฮัรแก่นาง อับดุลลอฮ์และภรรยาต้องการจะมอบของกำนัล แต่ท่านอิมามกล่าวว่า ของกำนัลที่ฉันหวังจากพระองค์นั้นยิ่งใหญ่กว่านี้นักแล้วสองสามีภรรยาก็กลับไปใช้ชีวิตเช่นอดีต[1]

ข้อสังเกตุที่พบเห็นได้ในเรื่องราวนี้ที่สามารถบ่งบอกว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้นก็คือ
1. เรื่องดังกล่าวไม่มีสายรายงาน จึงไม่สามารถนำมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ เนื่องจากอิบนิ กุตัยบะฮ์ (ผู้ประพันธ์หนังสืออัลอิมามะฮ์วัสสิยาสะฮ์) มีชีวิตในศตวรรษที่สาม (..) ถือกำเนิดในปีฮ..213 ในขณะที่อิมามฮุเซนเสียชีวิตที่กัรบะลาในปีฮ.. 61 แสดงว่าเขาถือกำเนิดหลังเหตุการณ์กัรบะลาถึง 152  ปี ย่อมจะต้องรายงานเรื่องนี้มาจากผู้อื่น ทว่าเขาไม่ระบุสายรายงาน ทำให้ไม่สามารถจะตรวจสอบได้ ซึ่งมีความเป็นได้ที่อาจมีผู้กุเรื่องแล้วเล่าให้เขาฟัง

2. อบูดัรดาซึ่งในเรื่องนี้ระบุว่าเป็นสื่อกลางระหว่างมุอาวิยะฮ์และอับดุลลอฮ์ บิน สะลามและอุร็อยนับนั้น เป็นที่ทราบกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่าเสียชีวิตตั้งแต่สมัยอุษมานแล้ว (ราวๆปี .. 38,39)[2] ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นช่วยท้ายรัชสมัยของมุอาวิยะฮ์ขณะที่ยะซีดเป็นมกุฏราชกุมาร?

3. ไม่มีตำราที่มีชื่อเสียงเล่มใดบันทึกเรื่องราวดังกล่าวเลย ตำราที่พอจะเป็นที่รู้จักที่รายงานไว้ก็คือ อัลอิมามะฮ์ วัสสิยาสะฮ์ ของอิบนิ กุตัยบะฮ์ ซึ่งหลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นงานเขียนของเขาจริงหรือไม่[3]

4. ไม่มีตำราที่น่าเชื่อถือเล่มใดระบุว่าอิมามฮุเซนกลับมาที่อิรัก ภายหลังจากที่เดินทางกลับมะดีนะฮ์หลังอิมามอลี(.)เสียชีวิต นอกจากเหตุการณ์อาชูรอ ในขณะที่เรื่องอุร็อยนับอ้างว่าเกิดขึ้นก่อนกัรบะลา

5. เรื่องนี้ระบุว่าอิมามหย่าขาดจากอุร็อยนับสามรอบในคราเดียว ในขณะที่ตามฮุก่มฝ่ายชีอะฮ์นั้น การหย่าสามรอบในคราเดียวถือว่าไม่มีผล และให้นับเป็นหนึ่งรอบ[4]

6. หนึ่งในเงื่อนไขของการหย่าร้างก็คือการมีพยานสองคน กุรอานกล่าวว่า “...และจงจัดให้มีพยานชายสองคนในหมู่สูเจ้า และจงเป็นพยานเพื่ออัลลอฮ์[5] อิมามศอดิกเคยกล่าวไว้ว่าการหย่าร้างจะไม่เกิดขึ้นเว้นแต่มีพยานสองคน[6]

ข้อสังเกตุแต่ละข้อก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราต้องตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเล่าดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี หากจะมองข้ามข้อบกพร่องเรื่องสายรายงานและเนื้อหา โดยสมมติว่ายอมรับเรื่องดังกล่าว ไม่เพียงแต่อิมามฮุเซนจะไม่ด่างพร้อยในเรื่องนี้ กลับจะชี้ให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและเมตตาธรรมของท่านในการรักษาเกียรติยศครอบครัวมุสลิมได้เป็นอย่างดี

ตามเนื้อหาของเรื่องเล่านี้ อิมามฮุเซน(.)ได้ช่วยหญิงสาวให้พ้นจากกลอุบายอันสกปรกของมุอาวิยะฮ์ และคืนแก่สามีของนาง โดยเฉพาะที่ระบุว่าท่านกล่าวว่าโอ้อัลลอฮ์ พระองค์ทรงทราบดีว่าข้าพระองค์มิได้สมรสกับนางเพราะต้องการทรัพย์สินหรือความเลอโฉมทันทีที่ท่านเห็นความรักระหว่างคนสองคน ท่านก็ได้หย่าจากนางทันที
ดังนั้น จึงสัมผัสได้ถึงความประสงค์อันแรงกล้าของท่านในการปกป้องสิทธิของผู้ถูกกดขี่ได้อย่างชัดเจน

พึงทราบว่า ไม่มีตำราที่มีชื่อเสียงเล่มใดระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักหรือสาเหตุรอง ที่ทำให้ยะซีดแค้นฝังใจและก่อเหตุโศกนาฏกรรมกัรบะลาขึ้น 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือผู้นำและการเมือง (แปลจากอัลอิมามะฮ์วัสสิยาซะฮ์) หน้า 212-216



[1] ดัยนะวะรี,อบูมุฮัมมัด อับดุลลอฮ์ บิน มุสลิม บิน กุตัยบะฮ์, อัลอิมามะฮ์วัสสิยาซะฮ์, ค้นคว้าเพิ่มโดยอลี ชีรี, เล่ม 1,หน้า 217 เป็นต้นไป,สำนักพิมพ์ ดารุลอัฎวาอ์,เบรุต

[2] อิบนุ อะษี้ร, อัลกามิล ฟิตตารีค, เล่ม 3,หน้า 129, สำนักพิมพ์ดาร ศอดิร, เบรุต และ อิบนุ อับดิร็อบบิฮ์, อัลอิสตีอ้าบ, เล่ม 3,หน้า 1229,1230, ค้นคว้าเพิ่มโดย มุฮัมมัด อัลบะญาวี, สำนักพิมพ์ดารุลญะบัล,เบรุต ..1414 และ อิบนุ ฮะญัร อัสเกาะลานี,อัลอิศอบะฮ์ ฟี ตะมีซิศเศาะฮาบะฮ์,เล่ม 4,หน้า 622,ค้นคว้าเพิ่มโดย อาดิล อะห์มัด อับดุลเมาญู้ด และ อลีมุฮัมมัด มุเอาวัฎ, สำนักพิมพ์ดารุลกุตุบิลอิสลามียะฮ์,เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,..1415

[3] อภิสารานุกรมอิสลาม,เล่ม,บทความที่ (อัลอิมามะฮ์วัสสิยาซะฮ์), สำนักพิมพ์ศูนย์อภิสารานุกรมอิสลาม,เตหราน,1376

[4] ฮุร อามิลี, วะซาอิลุชชีอะฮ์,เล่ม 22,หน้า 21,สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์

[5] อัฏเฏาะล้าก, 2 وَ أَشهْدُواْ ذَوَىْ عَدْلٍ مِّنکمُ‏ْ وَ أَقِیمُواْ الشَّهَادَةَ لله

[6] ฮุร อามิลี, วะซาอิลุชชีอะฮ์,เล่ม 22,หน้า 25 و لا یجوز الطلاق إلا بشاهدین ...

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • เหตุใดอัลลอฮ์จึงกำชับให้ขอบคุณต่อเนียะอฺมัตที่ทรงประทานให้?
    11579 เทววิทยาดั้งเดิม
    “ชุโกร”ในทางภาษาอรับหมายถึง การมโนภาพเนียะอฺมัต(ความโปรดปรานจากพระองค์)แล้วเผยความกตัญญูรู้คุณผ่านคำพูดหรือการกระทำ[i] ส่วนที่ว่าทำไมต้องชุโกรขอบคุณพระองค์ในฐานะที่ประทานเนียะอฺมัตต่างๆนั้น ขอให้ลองพิจารณาประเด็นต่อไปนี้:1.
  • จุดประสงค์ของประโยคที่อัลกุรอาน กล่าว่า “สตรีคือไร่นาของบุรุษ” หมายถึงอะไร?
    6770 زن
    ความหมายของประโยคดังกล่าวที่ว่า “สตรีคือไร่นาของบุรุษ” หมายถึงเป็นการอุปมาสตรีเมื่อสัมพันธ์ไปยังสังคมมนุษย์ ประหนึ่งไร่นาของสังคมมนุษย์นั่นเอง ดั่งประที่ประจักษ์ว่าถ้าหากสังคมปราศจากซึ่งไร่นาแล้วไซร้ พืชพันธ์ธัญญาหาร ต่างๆ ก็จะไม่มีและสูญเสียจนหมดสิ้น สังคมจะปราศจากซึ่งอาหาร สำหรับการดำรงชีพ เวลานั้นพงศ์พันธ์ของมนุษย์ก็จะไม่มีหลงเหลือสืบต่อไปอีกเช่นกัน ดังนั้น ถ้าหากโลกนี้ไม่มีสตรี เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่อาจสืบสานสายตระกูลต่อไปอีกได้ เชื้อสายมนุษย์จะสิ้นสุดลงในที่สุด[1] ตามความเป็นจริงแล้ว อัลกุรอาน ต้องการที่จะแสดงให้สังคมได้เห็นว่า การมีอยู่ของสตรีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคม อย่าเข้าใจผิดว่าสตรีคือที่ระบายความใคร่ หรือกามรมย์ของบุรุษแต่เพียงอย่างเดียว ดังที่บางสังคมเข้าใจเช่นนั้น พวกเขาจึงใช้สตรีไปในวิถีทางที่ผิด ฉะนั้น อัลกุรอานต้องการแสดงให้เห็นว่า ความน่ารักของสตรีมิใช่ที่ระบายตัณหาราคะของผู้ชาย ทว่าพวกนางคือสื่อสำหรับปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้ดำรงสืบต่อไป[2] ดังนั้น โองการข้างต้นคือตัวอธิบายให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างบุรุษและสตรี ดั่งเช่นที่ไร่นาสาโทถ้าปราศจากเมล็ดพันธ์พืช จะไม่มีประโยชน์อันใดอีกต่อไป ในทำนองเดียวกันเมล็ดพันธ์ ถ้าปราศจากไร่นาก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน มีคำพูดกล่าวว่า จากโองการข้างต้นเข้าใจความหมายได้ว่า หน้าที่ของบุรุษคือ ต้องใส่ใจและดูแลภรรยาของตนอย่างดี เพื่อการได้รับประโยชน์ และขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่สังคม
  • ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ให้บัยอัตแก่อบูบักรฺ อุมัร และอุสมานหรือไม่? เพราะอะไร?
    5950 امام علی ع و خلفا
    ประการแรก: ท่านอิมามอะลี (อ.) และบรรดาสหายกลุ่มหนึ่งของท่าน พร้อมกับสหายของท่านศาสดา มิได้ให้บัยอัตกับท่านอบูบักรฺตั้งแต่แรก แต่ต่อมาคนกลุ่มนี้ได้ให้บัยอัต ก็เนื่องจากว่าต้องการปกปักรักษาอิสลาม และความสงบสันติในรัฐอิสลาม ประการที่สอง: ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นไม่อาจคลี่คลายให้เสร็จสิ้นได้ด้วยคมดาบ หรือความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว และมิได้หมายความว่าทุกที่จะสามารถใช้กำลังได้ทั้งหมด เนื่องจากมนุษย์เป็นผู้มีสติปัญญา และฉลาดหลักแหลม สามารถใช้เครื่องมืออันเฉพาะแก้ไขปัญหาได้ ประการที่สาม: ถ้าหากท่านอิมามยอมให้บัยอัตกับบางคน เพื่อปกป้องรักษาสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า เช่น ปกป้องศาสนาของพระเจ้า และความยากลำบากของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) นั่นมิได้หมายความว่า ท่านเกรงกลัวอำนาจของพวกเขา และต้องการรักษาชีวิตของตนให้รอดปลอดภัย หรือท่านมีอำนาจต่อรองในตำแหน่งอิมามะฮฺและการเป็นผู้นำน้อยกว่าพวกเขาแต่อย่างใด ประการที่สี่ : จากประวัติศาสตร์และคำพูดของท่านอิมามอะลี (อ.) เข้าใจได้ว่า ท่านอิมาม ได้พยายามคัดค้านและท้วงติงพวกเขาหลายต่อหลายครั้ง เกี่ยวกับสถานภาพตามความจริง ในช่วงการปกครองของพวกเขา แต่ในที่สุดท่านได้พยายามปกปักรักษาอิสลามด้วยการนิ่งเงียบ และช่วยเหลืองานรัฐอิสลามเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ...
  • อาริสโตเติลเป็นศาสดาแห่งพระเจ้าหรือไม่?
    6213 تاريخ بزرگان
    อาริสโตเติล, เป็นนักฟิสิกส์ปราชญ์และนักปรัชญากรีกโบราณเป็นลูกศิษย์ของเพลโตและเป็นอาจารย์ของอเล็กซานเดอร์มหาราชท่านและเพลโตได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักปรัชญาที่มีอิทธิพลสูงที่สุดท่านหนึ่งในโลกตะวันตก
  • ท่านอิมามอลี(อ.)อธิบายถึงการก้าวสู่ตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ของเคาะลีฟะฮ์สามคนแรกไว้ในคุฏบะฮ์บทใด?
    4017 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    ท่านอิมามอลี(อ.)กล่าวถึงการก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ของเคาะลีฟะฮ์สามคนแรกไว้ในคุฏบะฮ์ที่สามซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในนาม “คุฏบะฮ์ชิกชิกียะฮ์” จากคำที่ท่านกล่าวตอนท้ายคุฏบะฮ์คุฏบะฮ์นี้มีเนื้อหาครอบคลุมคำตัดพ้อของท่านอิมามอลี(อ.)เกี่ยวกับประเด็นคิลาฟะฮ์และเล่าถึงความอดทนต่อการสูญเสียตำแหน่งดังกล่าวอีกทั้งเหตุการณ์ที่ประชาชนให้สัตยาบันต่อท่านซึ่งจะนำเสนอรายละเอียดในคำตอบแบบสมบูรณ์ ...
  • จนถึงปัจจุบันมีผู้ใดบ้างได้ยืนหยัดต่อสู้กับชัยฎอน และแนวทางการต่อสู้ของเขาเป็นอย่างไร?
    5489 จริยธรรมปฏิบัติ
    ตามทัศนะของอัลกุรอาน ชัยฏอนไม่อาจมีอิทธิพลเหนือปวงบ่าวที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าได้ ปวงบ่าวที่เป็น มุคลิซีน หมายถึง บุคคลที่ได้ไปถึงยังตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งชัยฏอนไม่อาจมีอำนาจเหนือพวกเขาได้ แน่นอน การต่อสู้กับชัยฏอนจำเป็นต้องมีสื่อและอุปกรณ์จำเป็นประกอบการต่อสู้ ซึ่งการมีอุปกรณ์เหล่านี้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับชัยฏอนได้ และจะได้รับชัยชนะในการต่อสู้ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างอุปกรณ์บางอย่างเหล่านั้น ได้แก่ 1.อีมาน : อัลกุรอานกะรีมกล่าวว่า อีมาน คือ ตัวการหลักที่ขัดขวางการมีอิทธิพลของชัยฏอนเหนือผู้ศรัทธา 2. ตะวักกัล : อีกหนึ่งตัวการที่สามารถเอาชนะชัยฏอนและพลพรรคได้ คือการตะวักกัลป์ มอบหมายภารกิจแด่อัลลอฮฺ 3. อิสติอาซะฮฺ : หมายถึงการขอความช่วยเหลือ หรือสถานพักพิงต่ออัลลอฮฺ 4. การรำลึกถึงอัลลอฮฺ : การรำลึกถึงอัลลอฮฺ จะให้ความสว่างแก่มนุษย์ ...
  • กรุณาอธิบายเกี่ยวกับฮูรุลอัยน์ และถามว่าจะมีฮูรุลอัยน์เพศชายสำหรับสุภาพสตรีชาวสวรรค์หรือไม่?
    7242 การตีความ (ตัฟซีร)
    สรวงสวรรค์นับเป็นความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมอบเป็นรางวัลสำหรับผู้ศรัทธาและประพฤติดีโดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศจากการยืนยันโดยกุรอานและฮะดีษพบว่า “ฮูรุลอัยน์”คือหนึ่งในผลรางวัลที่อัลลอฮ์ทรงมอบให้ชาวสวรรค์น่าสังเกตุว่านักอรรถาธิบายกุรอานส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าในสวรรค์ไม่มีพิธีแต่งงานส่วนคำว่าแต่งงานกับฮูรุลอัยน์ที่ปรากฏในกุรอานนั้นตีความกันว่าหมายถึงการมอบฮูรุลอัยน์ให้เคียงคู่ชาวสวรรค์โดยไม่ต้องแต่งงาน.นอกจากนี้คำว่าฮูรุลอัยน์ยังสามารถใช้กับเพศชายและเพศหญิงได้ทำให้มีความหมายกว้างครอบคลุมคู่ครองทั้งหมดในสวรรค์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อคู่สาวสำหรับชายหนุ่มผู้ศรัทธาหรืออาจจะเป็นเนื้อคู่หนุ่มสำหรับหญิงสาวผู้ศรัทธา[i]นอกจากเนื้อคู่แล้วยังมี“ฆิลมาน”หรือบรรดาเด็กหนุ่มที่คอยรับใช้ชาวสวรรค์ทั้งชายและหญิงอีกด้วย[i]ดีดอเรย้อร(โลกหน้าในครรลองวะฮีย์),อ.มะการิมชีรอซี,หน้า
  • เกิดอะไรขึ้นกับม้าของอิมามฮุเซน (อ.) ที่กัรบะลา
    5205 تاريخ بزرگان
    สายรายงานไม่ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของม้าของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ที่มีนามว่า "ซุลญะนาฮ" อย่างละเอียดนักแต่สายรายงานที่เชื่อถือได้ส่วนใหญ่ระบุว่าหลังจากที่อิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้วม้าตัวนี้ได้เกลือกกลั้วขนแผงคอกับเลือดอันบริสุทธิ์ของท่านแล้วมุ่งหน้าไปยังกระโจมและส่งเสียงร้องโหยหวนบรรดาผู้ที่อยู่ในกระโจมเมื่อได้ยินเสียงของซุลญะนาฮก็รีบวิ่งออกมาจากกระโจมจึงได้รับรู้ว่าอิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้ว[1]แต่ทว่าสายรายงานและหนังสือบางเล่มที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่เช่นหนังสือนาซิคุตตะวารีคได้กล่าวถึงเหตุการณ์อื่นๆนอกเหนือจากนี้เช่นกล่าวไว้ว่าม้าตัวนั้นได้โขกหัวกับพื้นบริเวณหน้ากระโจมจนตายหรือควบตะบึงไปยังแม่น้ำฟูรอตและกระโดดลงในแม่น้ำ[2][1]ซิยาเราะฮ์นาฮิยะฮ์
  • เนื่องจากการเสริมสวยใบหน้า ดังนั้น กรณีนี้สามารถทำตะยัมมุมแทนวุฎูอฺได้หรือไม่?
    5446 شرایط انتقال به تیمم
    ทัศนะบรรดามัรญิอฺ ตักลีดเห็นพร้องต้องกันว่า สิ่งที่กล่าวมาในคำถามนั้นไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้าง เพื่อละทิ้งวุฎูอฺหรือฆุซลฺ และทำตะยัมมุมแทนได้เด็ดขาด[1] กรณีลักษณะเช่นนี้ ผู้ที่มีความสำรวมตนส่วนใหญ่จะวางแผนไว้ก่อน เพื่อไม่ให้โปรแกรมเสริมสวยมามีผลกระทบกับการปฏิบัติสิ่งวาญิบของตน ซึ่งส่วนใหญ่จะทราบเป็นอย่างดีว่าเวลาที่ใช้ในการเสริมสวยแต่ละครั้งจะไม่เกิน 6 ชม. ดังนั้น ช่วงเวลาซุฮฺรฺ เจ้าสาวสามารถทำวุฏูอฺและนะมาซในร้านเสริมสวย หลังจากนั้นค่อยเริ่มแต่งหน้าเสริมสวย จนกว่าจะถึงอะซานมัฆริบให้รักษาวุฏูอฺเอาไว้ และเมื่ออะซานมัฆริบดังขึ้น เธอสามารถทำนะมาซมัฆริบและอิชาอฺได้ทันที ดังนั้น ถ้าหากมีการจัดระเบียบเวลาให้เรียบร้อยก่อน เธอก็สามารถทำได้ตามกล่าวมาอย่างลงตัว อย่างไรก็ตามเจ้าสาวต้องรู้ว่าเครื่องสำอางที่เธอแต่งหน้าไว้นั้น ต้องสามารถล้างน้ำออกได้อย่างง่ายดาย และต้องไม่เป็นอุปสรรคกีดกั้นน้ำสำหรับการทำวุฎูอฺเพื่อนะมาซซุบฮฺในวันใหม่ [1] มะการิมชีรอซียฺ,นาซิร,อะฮฺกามบานูวอน, ...
  • ทำอย่างไรจึงจะฝันเห็นท่านเราะซูล(ซ.ล.)
    7606 จริยธรรมปฏิบัติ
    ในหนังสือมะฟาตีฮุลญินาน(เล่มสมบูรณ์)มีซิเกรและอะมั้ลที่ทำให้สามารถฝันเห็นเอาลิยาอ์ของอัลลอฮ์ได้อย่างไรก็ดีวิธีเหล่านี้ไม่อาจจะเป็นมูลเหตุสมบูรณ์ที่ทำให้สามารถฝันเห็นบุคคลที่เราต้องการเสมอไปกล่าวคือไม่ไช่ว่าทุกคนจะสามารถฝันเห็นท่านศาสดาด้วยอะมั้ลเหล่านี้ได้ทั้งนี้ก็เนื่องจากทักษะดังกล่าวจำเป็นต้องควบคู่กับการหยุดทำบาปและปฏิบัติศาสนกิจภาคบังคับอย่างเคร่งครัดตลอดจนต้องมีจิตใจอันบริสุทธิเพียงพอเสียก่อน. ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    51467 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    49028 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    35998 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    33272 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    28900 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    27974 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    23664 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    22297 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    21725 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    20954 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...