การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4129
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2555/05/17
คำถามอย่างย่อ
สถานะและบุคลิกภาพของซุรอเราะฮฺ ณ บรรดาอิมามเป็นอย่างไร?
คำถาม
เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของซุรอเราะฮฺ ณ อิมาม เป็นอย่างไร? แล้วเพราะเหตุใดรายงานที่มาจากเขาจึงสามารถยอมรับได้ทั้งหมด?
คำตอบโดยสังเขป

ซุรอเราะฮฺ เป็นหนึ่งในสหายของอิมามมะอฺซูม (อ.) ที่มีฐานะภาพและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ณ อิมาม เขาถูกจัดว่าเป็นสหายอิจญฺมาอฺ หมายถึงความหน้าเชื่อถือ ความซื่อตรง และการพูดความจริงของเขา เป็นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รับรู้กันดีในหมู่สหายของอิมาม (อ.) แม้ว่าจะมีรายงานกล่าววิจารณ์เขาอยู่บ้างก็ตาม, แต่เมื่อนำเอารายงานเหล่านั้นมารวมกันแล้ว สามารถสรุปให้เห็นถึงความถูกต้องของเขามากกว่า และจัดว่าเขาเป็นหนึ่งในสหายที่ยิ่งใหญ่ และมีเกียรติคนหนึ่งของอิมาม (อ.)

คำตอบเชิงรายละเอียด

ซุรอเราะฮฺ บิน อะอีน ชัยบานียฺ เป็นสหายผู้ยิ่งใหญ่ของท่านอิมามบากิร (อ.) และอิมามซอดิก (อ.) เขาได้รายงานฮะดีซมาจากอิมามทั้งสองท่าน[1]

ต้นตระกูลของซุรอเราะฮฺ มาจากโรมหรือตุรกีในปัจจุบัน บิดาของท่านเป็นชาวตุรกี ถูกจับตัวมาในฐานะของทาสรับใช้อยู่ในครอบครัวของชัยบานียฺ แต่เนื่องจากท่านได้เรียนรู้อัลกุรอานเป็นอย่างดี จึงได้รับอิสรภาพจากพวกเขา[2]

จากคำกล่าวของชัยค์ ฏูซียฺ, ตระกูล อะอีน เป็นตระกูลใหญ่และมีชื่อเสียงฝ่ายชีอะฮฺ ซึ่งตระกูลนี้ได้ทุ่มเทงานค้นคว้าและงานเขียนฮะดีซ และด้านอิลม์อุซูลไว้เป็นจำนวนมาก[3]

นะญาชียฺ กล่าวถึงบุคลิกของ ซุรอเราะฮฺไว้ว่า: เขาเป็นผู้รู้ และเป็นสหายที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติของท่านอิมาม (อ.) ในยุคสมัยของตน, เขาเป็นนักกอรียฺ, เป็นฟะกีฮฺ, นักเทวศาสตร์, และเป็นนักกวีผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งบุคลิกภาพที่ดีทั้งหลายต่างรวมอยู่ในตัวของซุรอเราะฮฺ. สิ่งที่ซุรอเราะฮฺได้กล่าวหรือรายงานมานั้น ล้วนเป็นความจริงที่เชื่อถือได้ทั้งสิ้น[4]

ซุรอเราะฮฺ จัดว่าเป็นอัซฮาบอิจญฺมาอฺ หมายถึงความหน้าเชื่อถือ ความซื่อตรง และการพูดความจริงของเขา เป็นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รับรู้กันดี ซึ่งเป็นความเห็นพร้องต้องกันในหมู่สหายของอิมาม (อ.)[5]

“กะชียฺ” ได้บันทึกรายงานไว้ในหนังสือของตน โดยรายงานมาจาก อิบนุ กูละวียะฮฺ และเขาได้รายงานมาจากสายรายของเขา จากท่านอิมามมูซากาซิม (อ.) ว่า : ในวันกิยามะฮฺ, จะมีเสียงร้องเรียกดังขึ้นว่า สหายของมุฮัมมัด บินอับดุลลอฮฺ (ซ็อล ฯ) ที่พวกเขาได้ยืนหยัดบนพันธสัญญาอย่างมั่นคง โดยไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ไหน? ฉะนั้น ท่านซัลมาน, มิกดาร และอบูซัรได้ลุกขึ้นยืน “แล้วท่านอิมามได้กล่าวถึงสหายของบรรดาอิมามที่ละคน จนมาถึงสหายของท่านอิมามบากิร และอิมามซอดิก (อ.) หลังจากนั้น ท่านอิมามกล่าวว่า : “แล้วจะมีเสียงดังขึ้นว่า สหายของท่านอิมามบากิร (อ.) และอิมามซอดิก ที่ไม่ได้เบี่ยงเบนอยู่ที่ไหนกันหมด : เวลานั้นจะมีกลุ่มหนึ่งยืนขึ้น ซึ่ง ซุรอเราะฮฺ ก็อยู่ในหมู่พวกเขาด้วย[6]

แต่ก็มีบางรายงานที่กล่าวถึงบางเรื่องราวโดยพาดพิงไปถึงซุรอเราะฮฺ ซึ่งท่านอิมาม (อ.) ได้ประณามเอาไว้ พร้อมกับปกป้องว่า ซุรอเราะฮฺ เป็นผู้ห่างไกลจากสิ่งที่กล่าวถึง

อบูบะซีร ถามท่านอิมามซอดิก (อ) เกี่ยวกับโองการที่กล่าวว่า «الذين آمنوا و لم يلبسوا إيمانهم بظلم‏» บรรดาผู้ศรัทธา ที่ไม่ได้ให้การศรัทธาของพวกเขาปะปนกับการอธรรม[7] ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า : โอ้ อบูบะซีรเอ๋ยฉันกับเธอต้องขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ เพื่อให้พ้นภัยจากการอธรรม, ซึ่งองค์ประกอบของโองการนี้คือ ซุรอเราะฮฺ อบูฮะนีฟะฮฺ และเหล่าสภายของพวกเขา[8]

และนี่คือทัศนะของท่านอิมาม ซอดิก (อ.) ที่กล่าวเกี่ยวกับ ซุรอเราะฮฺ แต่ภายหลังท่านอิมาม (อ.) ได้ปฏิเสธรายงานเหล่านี้อย่างรุนแรง, และบางรายงานท่านได้ตำหนิซุรอเราะฮฺ ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องชีวิตเขาให้ปลอดภัย

อับดุลลอฮฺ บิน ซุรอเราะฮฺ ได้รายงานมาจากท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า : ฉันฝากสลามถึงบิดา (ซุรอเราะฮฺ) ด้วย และบอกกับเขาด้วยว่า สิ่งที่ฉันได้ตำหนิซุรอเราะฮฺ ไปนั้น มีเจตนาเพื่อปกป้องชีวิตของเขา, เนื่องจากศัตรูของเราจะระราน และโจมตีทุกคนที่เราได้สรรเสริญยกย่องเขา หรือไม่ก็จะกลั่นแกล้งเขา และเขาอาจจะถูกฆาตกรรมก็เป็นไปได้ ฉันได้ตำหนิเขาเพื่อจะได้ไม่แพร่งพรายให้ศัตรูได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับฉัน และเขาจะได้ไม่ถูกระราน

ฉันขอสาบานว่า ซุรอเราะฮฺ คือสหายที่ดีที่สุดของฉันและของบิดาของฉัน[9]

เมื่อพิจารณารายงานเหล่านี้แล้ว จะเห็นว่าบรรดานักปราชญ์ และวิชาการต่างยอมรับ และยกย่องบุคลิกภาพของ ซุรอเราะฮฺ ด้วยกันทั้งสิ้น และทั้งหมดยอมรับว่า ซุรอเราะฮฺ คือสหายที่ดีที่สุดของบรรดาอิมาม (อ.), ท่านอัลลามะฮฺฮิลลียฺ ได้นำเอารายงานทั้งสองมารวมกัน เพื่อหาวิธีแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างรายงาน ท่านกล่าวว่า : เมื่อพิจารณารายงานที่กล่าวตำหนิ ซึ่งกะชีย์ ได้รายงานเอาไว้ (โดยเอารายงานที่ตำหนิกับสรรเสริญมารวมกัน) ดังนั้น รายงานของบุคคลนี้ สำหรับฉันแล้วเป็นที่ยอมรับแน่นอน[10]

ท่านอัลลามะฮฺ มุฮฺซิน อะมีนนียฺ ได้บันทึกรายชื่อนักปราชญ์ชั้นนำไว้ในหนังสือของท่าน ซึ่งมีทั้งสองรายงาน แต่ส่วนใหญ่ให้การยกย่องสรรเสริญบุคลิกของซุรอเราะฮฺ ทั้งสิ้น[11]

สุดท้าย ขอกล่าวว่า, แม้ว่าซุรอเราะฮฺ จะผู้ที่เชื่อถือได้ และเป็นสหายที่มีเกียรติ และยิ่งใหญ่ของท่านอิมาม (อ.) ก็ตาม แต่หลักการของการยอมรับรายงานหนึ่งนั้น มีองค์ประกอบหลายด้านด้วย, เช่น ถ้าต้องการให้รายงานหนึ่งเป็นที่ยอมรับ ซึ่งนอกเหนือไปจากเนื้อความและการออกรายงานแล้ว, บุคคลที่ปรากฏนามในสายรายงาน จะต้องเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ทั้งหมด ฉะนั้น บุคคลเพียงคนเดียวในสายรายงานที่เชื่อถือได้ ไม่สามารถฮุกุ่มว่า รายงานนั้นถูกต้อง แล้วจะนับประสาอะไรกับคนใดคนหนึ่งในนั้นเป็นผู้กล่าว มุสา ฉะนั้น รายงานต่างๆ ที่พาดพิงถึงซุรอเราะฮฺ แม้ว่าเราจะยอมรับและเชื่อถือในความสัจจริงของซุรอเราะฮฺ และเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อปรากฏอยู่ในสายรายงาน กระนั้นก็ไม่อาจยอมรับรายงานที่คล้ายคลึงกันได้

 

 


[1] ฏูซียฺ, มุฮัมมัด บิน ฮะซัน, ริญาลฏูซียฺ, หน้า 337, สำนักพิมพ์ ฮัยดะรียะฮฺ, นะญัฟ, ปี ฮ.ศ. 1381.

[2] อามิลี, มุฮฺซินอะมีน, อะอฺยานุลชีอะฮฺ, เล่ม 7, หน้า 46, ดารุลตะอาริฟ, เบรุต, ปี ฮ.ศ. 1406

[3] ซียฺ, มุฮัมมัด บิน ฮะซัน, ริญาลฏูซีย, เฟเรซฏูซียฺ, หน้า 209, อัลมักตะบะตุล อัลมุรตะเฎาะวียะฮฺ, นะญัฟ, บีทอ

[4] นะญาชียฺ, อะฮฺมัด บิน อะลี, ริญาลนะญาชียฺ, หน้า 175, สำนักพิมพ์ อินเตชารอต อิสลามี, กุม, ปี ฮ.ศ. 1407.

[5] กะชี, มุฮัมมัด บิน อุมัร, ริญาล กะชียฺ, หน้า 238, มหาวิทยาลัยมะชัด, 1384 (ค.ศ.1969)

[6] ริญาลนะญาชียฺ, หน้า 9, ฉบับย่อสรุปโดย

[7]บทอันอาม, 82.

[8]  ริญาลนะญาชียฺ, หน้า 146.

[9] ริญาลนะญาชียฺ, หน้า 138.

[10] ฮิลลียฺ, ฮะซัน บิน มุเฏาะฮัร, อัลเคาะลาซะฮฺ, หน้า 76, ดารุลซะคออิร, กุม, ปี ฮ.ศ. 1411.

[11] อะอฺยานุลชีอะฮฺ, เล่ม 7, หน้า 51.

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ท่านอิมามศอดิก(อ.)เคยมีอาจารย์ชาวอะฮ์ลิสซุนนะฮ์บ้างหรือไม่?
    4334 تاريخ کلام
    หนึ่ง. ประเด็นนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากบรรดามะอ์ศูมีน(อ.)ล้วนมีความรู้ครอบคลุมทุกแขนงวิชาการอยู่แล้ว[1] ซึ่งไม่จำเป็นต้องศึกษาวิชาการอย่างวิชาฮะดีษจากผู้อื่น ในทางกลับกัน ผู้นำฝ่ายอะฮ์ลิสซุนนะฮ์บางท่านเคยเป็นลูกศิษย์ลูกหาของท่านทั้งทางตรงหรือทางอ้อม อาทิเช่น อบูฮะนีฟะฮ์ และมาลิก บิน อนัส[2]
  • เหตุใดนบีและบรรดาอิมามจึงไม่ประพันธ์ตำราฮะดีษเสียเอง?
    3821 ริญาลุลฮะดีซ
    อัลลอฮ์ลิขิตให้ท่านนบีมิได้เล่าเรียนจากครูบาอาจารย์คนใดจึงไม่อาจจะเขียนหนังสือได้เหตุผลก็ค่อนข้างชัดเจนเนื่องจากอภินิหารของท่านคือคัมภีร์อัลกุรอานและเนื่องจากไม่ไช่เรื่องแปลกหากผู้มีการศึกษาจะเขียนหนังสือสักเล่มอาจจะทำให้เกิดข้อครหาว่าคัมภีร์กุรอานเป็นความคิดของท่านนบีเองหรือครูบาอาจารย์ของท่านส่วนกรณีของบรรดาอิมามนั้นนอกจากท่านอิมามอลี(อ.)และอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.)แล้วอิมามท่านอื่นๆมิได้มีตำราที่ตกทอดถึงเราทั้งนี้ก็เพราะภาระหน้าที่ทางสังคมหรืออยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมหรือการที่มีลูกศิษย์คอยบันทึกอยู่แล้ว ...
  • ทั้งที่ท่านอิมามอลี (อ.) ทราบถึงเจตนาชั่วของอิบนิ มุลญัม เหตุใดท่านจึงไม่ปกป้องชีวิตตนเอง?
    4060 เทววิทยาดั้งเดิม
    เหตุผลที่ท่านอิมามอลีไม่แก้ไขเหตุที่จะเกิดในอนาคตก็คือ:1.ความรู้ระดับทั่วไปคือหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติภารกิจ:เพื่อเป็นการเคารพกฏเกณฑ์ของอัลลอฮ์ท่านอิมามจึงเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่เสมือนบุคคลทั่วไปโดยจะไม่ปฏิบัติตามความรู้แจ้งเห็นจริงเนื่องจากว่าหากท่านจะปฏิบัติตามญาณวิเศษย่อมจะไม่สามารถเป็นแบบฉบับแก่บุคคลทั่วไปได้เพราะบุคคลทั่วไปไม่มีญาณวิเศษ2. กลไกของโลกดุนยาตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทดสอบซึ่งหากจะปฏิบัติตามญาณวิเศษก็ย่อมจะทำให้กลไกดังกล่าวเสียหายเนื่องจากจะทำลายชีวิตประจำวันของผู้คนสรุปคือแม้ว่าอิมามอลีมีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตเสมือนบุคคลทั่วไปแต่ทว่าประการแรก: หน้าที่ดังกล่าวอยู่ในขอบเขตความรู้ทั่วไปมิไช่ญาณวิเศษประการที่สอง: คู่กรณีของท่าน(อิบนิมุลญัม)
  • ทัศนะของอัลกุรอาน เกี่ยวกับความประพฤติสงบสันติของชาวมุสลิม กับศาสนิกอื่นเป็นอย่างไร?
    11491 การตีความ (ตัฟซีร)
    »การอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสันติของศาสนาต่างๆ« คือแก่นแห่งแนวคิดของอิสลาม อัลกุรอานมากมายหลายโองการ ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับประเด็นนี้เอาไว้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งกล่าวโดยตรงสมบูรณ์ หรือกล่าวเชิงเปรียบเปรย ทัศนะของอัลกุรอาน ถือว่าการทะเลาะวิวาท การสงคราม และความขัดแย้งกัน เนื่องจากแตกต่างทางความเชื่อ ซึ่งบางศาสนาได้กระปฏิบัติเช่นนั้น เช่น สงครามไม้กางเกงของชาวคริสต์ เป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ อิสลามห้ามการเป็นศัตรู และมีอคติกับผู้ปฏิบัติตามศาสนาอื่น และถือว่าวิธีการดูถูกเหยียดหยามต่างๆ ที่มีต่อศาสนาอื่น มิใช่วิธีการของศาสนา อัลกุรอาน ได้แนะนำและสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี ด้วยแนวทางต่างๆ มากมาย แต่ ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่สุด อาทิเช่น : 1.ความเสรีทางความเชื่อและความคิด 2.ใส่ใจต่อหลักศรัทธาร่วม 3.ปฏิเสธเรื่องความนิยมในเชื้อชาติ 4.แลกเปลี่ยนความคิดด้วยสันติวิธี
  • สถานะและบุคลิกภาพของซุรอเราะฮฺ ณ บรรดาอิมามเป็นอย่างไร?
    4129 شخصیت های شیعی
    ซุรอเราะฮฺ เป็นหนึ่งในสหายของอิมามมะอฺซูม (อ.) ที่มีฐานะภาพและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ณ อิมาม เขาถูกจัดว่าเป็นสหายอิจญฺมาอฺ หมายถึงความหน้าเชื่อถือ ความซื่อตรง และการพูดความจริงของเขา เป็นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รับรู้กันดีในหมู่สหายของอิมาม (อ.) แม้ว่าจะมีรายงานกล่าววิจารณ์เขาอยู่บ้างก็ตาม, แต่เมื่อนำเอารายงานเหล่านั้นมารวมกันแล้ว สามารถสรุปให้เห็นถึงความถูกต้องของเขามากกว่า และจัดว่าเขาเป็นหนึ่งในสหายที่ยิ่งใหญ่ และมีเกียรติคนหนึ่งของอิมาม (อ.) ...
  • มุศฮัฟฟาฏิมะฮ์คืออะไร? ท่านนบี(ซ.ล.)และบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ทราบเรื่องนี้หรือไม่?
    5937 เทววิทยาดั้งเดิม
    มุศฮัฟฟาฏิมะฮ์เป็นชื่อหนังสือที่บันทึกโดยท่านอิมามอลี(อ.)ภายหลังนบีวะฝาตไปแล้วเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นข้อมูลที่ญิบรออีลหรือมะลาอิกะฮ์องค์หนึ่งถ่ายทอดแก่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตตลอดจนความเร้นลับของอาลิมุฮัมมัด(ซ.ล.) หนังสือเล่มนี้ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของตำแหน่งอิมามและเป็นมรดกตกทอดระหว่างอิมามปัจจุบันอยู่ในครอบครองของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)เนื่องจากหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นหลังท่านนบี(ซ.
  • ทำอย่างไรจึงจะฝันเห็นท่านเราะซูล(ซ.ล.)
    8056 จริยธรรมปฏิบัติ
    ในหนังสือมะฟาตีฮุลญินาน(เล่มสมบูรณ์)มีซิเกรและอะมั้ลที่ทำให้สามารถฝันเห็นเอาลิยาอ์ของอัลลอฮ์ได้อย่างไรก็ดีวิธีเหล่านี้ไม่อาจจะเป็นมูลเหตุสมบูรณ์ที่ทำให้สามารถฝันเห็นบุคคลที่เราต้องการเสมอไปกล่าวคือไม่ไช่ว่าทุกคนจะสามารถฝันเห็นท่านศาสดาด้วยอะมั้ลเหล่านี้ได้ทั้งนี้ก็เนื่องจากทักษะดังกล่าวจำเป็นต้องควบคู่กับการหยุดทำบาปและปฏิบัติศาสนกิจภาคบังคับอย่างเคร่งครัดตลอดจนต้องมีจิตใจอันบริสุทธิเพียงพอเสียก่อน. ...
  • คำว่า อัซเซาะมัด ในอัลลอฮฺ อัซเซาะมัดหมายถึงอะไร?
    6391 การตีความ (ตัฟซีร)
    สำหรับคำว่า “เซาะมัด” ในอภิธานศัพท์, ริวายะฮฺ และตัฟซีร ได้กล่าวถึงความหมายไว้มากมาย, ด้วยเหตุนี้ สามารถสรุปอธิบายโดยย่อเพื่อเป็นตัวอย่างไว้ใน 3 กลุ่มความหมายด้วยกัน (อภิธานศัพท์ รายงานฮะดีซ และตัซรีร) ก) รอฆิบเอซฟาฮานียฺ กล่าวไว้ในสารานุกรมว่า : เซาะมัด หมายถึง นาย จอมราชันย์ ความยิ่งใหญ่ สำหรับการปฏิบัติภารกิจหนึ่งต้องไปหาเขา, บางคนกล่าวว่า : “เซาะมัด” หมายถึงสิ่งๆ หนึ่งซึ่งภายในไม่ว่าง, ทว่าเต็มล้น[1] ข) อิมามฮุซัยนฺ (อ.) อธิบายความหมาย “เซาะมัด” ไว้ 5 ความหมายด้วยกัน กล่าวคือ
  • มีฮะดีษจากอิมามอลี(อ.)บทหนึ่งกล่าวถึงมัสญิดญัมกะรอนและภูเขานบีคิเฎร ซึ่งปรากฏในหนังสืออันวารุ้ลมุชะอ์ชิอีน ถามว่าฮะดีษบทนี้เชื่อถือได้เพียงใด และนับเป็นอภินิหารของท่านหรือไม่?
    4577 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    แม้จะไม่สามารถปฏิเสธฮะดีษดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงแต่ต้องทราบว่าหนังสือที่บันทึกฮะดีษนี้ล้วนประพันธ์ขึ้นหลังยุคอิมามอลีถึงกว่าพันปีหนังสือรุ่นหลังอย่างอันวารุลมุชะอ์ชิอีนก็รายงานโดยปราศจากสายรายงานโดยอ้างถึงหนังสือของเชคเศาะดู้ก (มูนิสุ้ลฮะซีน) ซึ่งนอกจากจะหาอ่านไม่ได้แล้วยังมีการตั้งข้อสงสัยกันว่าหนังสือดังกล่าวเป็นผลงานของเชคเศาะดู้กจริงหรือไมด้วยเหตุนี้ในทางวิชาฮะดีษจึงไม่สามารถใช้ฮะดีษดังกล่าวอ้างอิงในแง่ฟิกเกาะฮ์ประวัติศาตร์เทววิทยาฯลฯได้เลย ...
  • การตัดขาดการใช้ชีวิตร่วมกับสังคม โดยปลีกวิเวกไปสู่ความสันโดษ มีกฎเกณฑ์เป็นเช่นไร
    9466 จริยธรรมปฏิบัติ
    การถอนตัวหรือปลีกวิเวกโดยสมบูรณ์และถาวร บางครั้งไม่สมบูรณ์และเลยเถิดการถอนตัวหรือปลีกวิเวกโดยสมบูรณ์และถาวร วิธีการนี้มีปัญหาหลายประการด้วยกัน กล่าวคือ :1.ขัดแย้งกับซุนนะฮฺและการบริบาลของอัลลอฮฺ, เนื่องจากซุนนะฮฺและพระประสงค์ของอัลลอฮฺคือ ต้องการให้มนุษย์ไปถึงยังความสมบูรณ์ ด้วยเจตนารมณ์เสรี และด้วยเครื่องมือและสื่อที่มีอยู่ หมายถึงการผ่านทางหลงผิดและการชี้นำไปสู่ความสมบูรณ์แบบนั่นเอง2.ประเด็นที่ศาสนาของพระเจ้าได้ห้ามไว้ แต่ก็ยังพบความแปลกปลอมของคนอื่นเกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งกรณีนี้ยังไม่เคยพบว่าบรรดาศาสดาแห่งพระเจ้า และตัวแทนของท่านเหล่านั้นได้ปลีกวิเวกและตัดขาดจากสังคมมนุษย์โดยสิ้นเชิง

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    52117 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    49992 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    36751 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    33943 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    29897 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    28653 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24050 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    22749 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    22120 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    21366 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...