การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4789
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/11/09
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1389 รหัสสำเนา 18258
คำถามอย่างย่อ
หนังสือดุอามีความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่?
คำถาม
หนังสือดุอาเช่น มิศบาฮุซซาอิร, บะละดุ้ลอะมีน, มิศบาฮ์ กัฟอะมีน, อิกบาล, มะซ้าร กะบี้ร ตลอดจนตำรับตำราที่อัลลามะฮ์มัจลิซีอ้างถึงในหนังสือมะซ้ารนั้น เชื่อถือได้เพียงใด และปฏิบัติตามได้หรือไม่?
คำตอบโดยสังเขป

มีสามประเด็นที่ควรพิจารณา
1. ตำราที่ยกมาทั้งหมด ล้วนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ประพันธ์ทั้งสิ้น ดังจะทราบได้จากอารัมภบทของหนังสือ"มะซ้าร กะบี้ร"และ"บะละดุ้ล อะมีน"
อัลลามะฮ์มัจลิซีเองก็ให้การยอมรับตำราเหล่านี้ และกล่าวถึงผู้ประพันธ์อย่างให้เกียรติ
2. แนวปฏิบัติของบรรดาฟุก่อฮาอ์(ปราชญ์ทางนิติศาสตร์อิสลาม)คือการพิสูจน์ความถูกต้องของสายรายงานฮะดีษเสียก่อน แล้วจึงปฏิบัติตาม
3. ฟุก่อฮาอ์เหล่านี้อ้างอิงกลุ่มฮะดีษที่เรียกกันว่า "มัน บะลัฆ" ทำให้สามารถวินิจฉัยเกี่ยวกับตำราดุอาว่า สามารถปฏิบัติตามฮะดีษเหล่านี้ได้ โดยหวังจะได้รับมรรคผลตามที่ระบุไว้ ซึ่งหากมองกุศโลบายดังกล่าวด้วยมุมมองนี้ ก็ย่อมไม่ขัดต่อสติปัญญาและชะรีอัตแต่อย่างใด

คำตอบเชิงรายละเอียด

เพื่อให้ได้คำตอบที่เหมาะสม ควรคำนึงสามประเด็นต่อไปนี้

1. ตำราเหล่านี้ล้วนเป็นที่ไว้วางใจของเหล่าผู้ประพันธ์และอัลลามะฮ์มัจลิซีทั้งสิ้น
ตำราที่บันทึกฮะดีษเหล่านี้ไว้ ล้วนมีคุณค่าอย่างยิ่งในมุมมองของตัวผู้ประพันธ์เองรวมถึงอัลลามะฮ์มัจลิซี ซึ่งท่านได้ยกย่องตำราเหล่านี้พร้อมกับเทิดทูนผู้ประพันธ์เป็นพิเศษ
เราขอยกตัวอย่างหนังสือ อัลมะซ้าร อัลกะบี้ร ประพันธ์โดยเชค อับดุลลอฮ์ มุฮัมมัด บิน ญะฟัร อัลมัชฮะดี หรือที่รู้จักในนาม"อิบนุ้ลมัชฮะดี"มาเป็นกรณีศึกษา
. ผู้ประพันธ์กล่าวไว้ในอารัมภบทว่า "ฉันได้รวบรวมบทดุอา บทมุนาญ้าต บทซิยาเราะฮ์สำหรับสถานที่ศักดิ์สิทธิต่างๆ รวมทั้งข้อคิดรณรงค์ให้เห็นคุณค่ามัสญิดสำคัญต่างๆไว้เคียงคู่กับสายรายงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งนักรายงานฮะดีษเหล่านี้ถ่ายทอดมาจากลูกหลานนบีและปราชญ์ศาสนาทั้งสิ้น

. ผู้ประพันธ์คือหนึ่งในครูบาด้านฮะดีษในฝ่ายอิมามียะฮ์ ซึ่งปรากฏนามในใบรับรองการรายงานฮะดีษ และได้รับการยอมรับโดยผู้รู้ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน
เชคฮุร อามิลีถือว่า "อิบนุลมัชฮะดี" คือผู้รู้ที่มีเกียรติยิ่ง และยังได้กล่าวถึงตำราบางเล่มของเขาอีกด้วย[1]
อัลลามะฮ์ มัจลิซี กล่าวว่า มีตำราที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับบทซิยารัต ประพันธ์โดยมุฮัมมัด บิน มัชฮะดี ซึ่งซัยยิด อิบนิฏอวู้สก็ให้การยอมรับและยกย่องตำราดังกล่าว เราขอตั้งชื่อตำราเล่มนี้ว่า "มะซ้าร กะบี้ร"[2]
ท่านได้กล่าวอีกว่า "เมื่อพิจารณาหนังสือมะซ้าร กะบีรแล้ว ก็จะทราบว่าเป็นหนังสือที่น่าเชื่อถือ เพราะซัยยิดอิบนิฏอวู้สเองก็รายงานฮะดีษและบทซิยารัตจากหนังสือเล่มนี้[3]
ท่านกัฟอะมีกล่าวไว้ในอารัมภบทของหนังสือของตนที่ชื่อ"อัลบะละดุ้ลอะมีน"ว่า "หนังสือเล่มนี้(อัลมะซ้าร อัลกะบี้ร) ได้รวบรวมบทดุอา บทป้องภัย และตัสบี้ห์ที่มีสายรายงานเชื่อมถึงบรรดาอิมาม(.) โดยคัดจากหนังสือที่ไว้วางใจได้ ส่วนเรามีหน้าที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ในกรณีของหนังสือมิศบาฮุซซาอิร ซึ่งประพันธ์โดยซัยยิด อลี บิน มูซา บินฏอวู้สนั้น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับตำราของอุละมาอ์ยุคก่อนท่าน จะทราบว่าฮะดีษของมิศบาฮุซซาอิรมีปรากฏในตำราของผู้รู้ระดับสูงอย่างเช่น เชคศ่อดู้ก, เชคมุฟีด, เชคฏูซี, อิบนิ กูละวัยฮ์ ฯลฯ เช่นกัน

เราขอสรุปด้วยคำพูดของท่านมัจลิซีเกี่ยวกับตำราและผู้ประพันธ์ที่ท่านใช้อ้างอิงดังนี้
ท่านกล่าวไว้ในบทที่สองของอารัมภบทหนังสือบิฮ้ารว่า "พึงทราบว่าตำรับตำราที่เราวางใจใช้อ้างอิงในที่นี้นั้น ล้วนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นตำราของนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง อาทิเช่น ตำรับตำราของเชคศ่อดู้ก และ... ตลอดจนตำราของครอบครัวบินฏอวู้สซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วกัน

ส่วนหนังสือของกัฟอะมีก็เป็นที่เลื่องลือทั้งตัวตำราและผู้ประพันธ์เสียจนไม่จำเป็นต้องชี้แจงแถลงไขใดๆอีก[4]

2. หนึ่งในแขนงวิชาที่บรรดาฟุก่อฮาอ์จำเป็นต้องใช้ในการวินิจฉัยปัญหาศาสนาก็คือ วิชาริญ้าลและดิรอยะตุ้ลฮะดีษ แนววิธีที่ถือปฏิบัติกันก็คือ ทุกฮะดีษที่กล่าวถึงประเด็นชะรีอัต หรือสารธรรมคำสอน หรือหลักความเชื่อนั้น จะต้องนำมาพิจารณาในแง่สายรายงานเสียก่อนว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด เมื่อผ่านการพิสูจน์และไม่พบข้อกังขาใดๆ จึงจะนำมาพิจารณาในแง่เนื้อหา ซึ่งฟะกี้ฮ์แต่ละท่านจะใช้ประโยชน์ตามกรอบแนวคิดที่ตนมี

กระบวนการดังกล่าวถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่หลังยุคอิมามไม่นาน โดยประยุกต์ตามคำสอนของบรรดาอิมาม(.) จะเห็นได้ว่าเชคศ่อดู้ก เชคมุฟี้ด และเชคฏูซีก็ล้วนคัดเลือกฮะดีษตามบรรทัดฐานของวิชาริญ้าลเพื่อนำมาใช้วินิจฉัยปัญหา วิธีเช่นนี้ได้รับความนิยมจากบรรดาฟุก่อฮาอ์ที่มีชื่อเสียงมาจนบัดนี้
ฉะนั้น ฮะดีษในตำราต่างๆ แม้จะเป็นตำราที่มีชื่อเสียงหรือประพันธ์โดยผู้รู้ระดับสูง จะต้องได้รับการพิสูจน์ทางวิชาริญ้าลและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน แล้วจึงนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

3. ข้อคิดหนึ่งที่อาจเป็นทางออกสำหรับปัญหาทำนองนี้ได้ก็คือ หลักการ "มัน บะลัฆ"ที่บรรดาฟุก่อฮาอ์ถือปฏิบัติในกรณีที่พบฮะดีษในตำราต่างๆที่รณรงค์ส่งเสริมให้อ่านดุอาและบทซิยารัต ในลักษณะที่หากปฏิบัติตามคำแนะนำจะทำให้ได้รับผลบุญเท่านั้นเท่านี้ กรณีเช่นนี้บรรดาฟุก่อฮาอ์ให้ความเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามได้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบสายรายงาน แต่ทั้งนี้จะต้องมีเงื่อนไขต่อไปนี้
. จะต้องไม่มีหลักฐานที่ระบุว่ากิจกรรมนั้นเป็นฮะรอม . กระทำโดยตั้งเจตนาเพื่อหวังจะได้รับมรรคผลจากอัลลอฮ์

หลักฐานที่ยืนยันประเด็นนี้ได้แก่ฮะดีษต่างๆที่มีเนื้อหาอนุโลมดังที่กล่าวมา อาทิเช่นฮะดีษนี้:

عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ مَرْوَانَ قَالَ سَمِعْتُ أَبَا جَعْفَرٍ علیه السلام یَقُولُ مَنْ بَلَغَهُ ثَوَابٌ مِنَ اللَّهِ عَلَى عَمَلٍ فَعَمِلَ ذَلِکَ الْعَمَلَ الْتِمَاسَ ذَلِکَ الثَّوَابِ أُوتِیَهُ وَ إِنْ لَمْ یَکُنِ الْحَدِیثُ کَمَا بَلَغَه[5]

ท่านอิมามบากิร(.)กล่าวว่า "ผู้ใดที่ได้ยินเกี่ยวกับจำนวนมรรคผลที่อัลลอฮ์จะตอบแทนกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง และได้ปฏิบัติตามโดยหวังจะได้รับมรรคผลดังกล่าว เขาจะได้รับตามนั้น แม้ในความเป็นจริง ฮะดีษดังกล่าวจะมิได้ระบุเช่นนั้นก็ตาม"
บรรดาฟุก่อฮาอ์ได้พิสูจน์ความถูกต้องของฮะดีษกลุ่มนี้ และได้ยอมรับกุศโลบายดังกล่าวในตำราของตน[6]

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มฮะดีษที่สอนว่าควรอ่านเช่นนั้นเช่นนี้ระหว่างทำน้ำนมาซ หรือกล่าวซิเกรบางบทก่อนเข้านอน หรืออ่านดุอาบางบทในคืนลัยละตุ้ลก็อดร์ หรือถ้าหากอ่านบทซิยารัตอิมามบางบทจะได้รับผลบุญเท่านั้นเท่านี้ ในกรณีเช่นนี้ไม่เพียงแต่เราจะสามารถปฏิบัติตามได้ แต่ปัญญาและฮะดีษเศาะฮี้ห์(ดังที่กล่าวไปแล้ว) ยังพิสูจน์แล้วว่าเราจะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮ์อีกด้วย

จึงสามารถกล่าวได้ว่า แหล่งอ้างอิงของหนังสือมะซ้ารของอัลลามะฮ์มัจลิซีอย่างเช่น มิศบาฮุซซาอิร, มิศบาฮ์ กัฟอะมี, อัลมะซ้าร อัลกะบี้ร...ฯลฯ นอกจากจะได้รับการยอมรับจากเจ้าของตำรา รวมทั้งอัลลามะฮ์มัจลิซีแล้ว ตามบรรทัดฐานของกลุ่มฮะดีษ "มัน บะลัฆ" เรายังสามารถปฏิบัติตามตำราเหล่านี้เพื่อหวังจะได้รับมรรคผลจากอัลลอฮ์ได้อีกด้วย



[1] อะมะลุลอามิล,เล่ม 2,หน้า 252

[2] บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 1,หน้า 18

[3] เพิ่งอ้าง,หน้า 35

[4] เพิ่งอ้าง,หน้า 35 - 26

[5] อัลกาฟีย์,เล่ม 2,หน้า 87

[6] มิศบาฮุ้ลอุศู้ล,เล่ม 2,หน้า 318 (เรียบเรียงบทเรียนวิชาอุศู้ลของอายะตุ้ลลอฮ์ คูอีย์)

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ในวันอีดกุรบาน สามารถจะเชือดสัตว์กุรบานที่เขาหักได้หรือไม่?
    6234 สิทธิและกฎหมาย
    หากกุรบานในที่นี้หมายถึงการเชือดกุรบานในพิธีฮัจย์ที่ต้องกระทำในวันอีดกุรบาน ณ แผ่นดินมินา อุละมาส่วนใหญ่ให้ทัศนะไว้ว่า หากสัตว์ที่จะนำมาเชือดกุรบานมีเขาแต่เดิมอยู่ ทว่าปัจจุบันไม่มี หรือหักไป สามารถนำมาเชือดกุรบานได้[1] เว้นแต่ว่าเขาภายในหักหรือถูกตัดไป ในกรณีนี้จะทำให้กุรบานไม่ถูกต้อง แต่หากเขาภายนอกหักถือว่าไม่เป็นไร[2] ส่วนการเชือดกุรบานนอกพิธีฮัจย์ที่เหนียตกระทำเพื่อผลบุญในเชิงมุสตะฮับนั้น หากจะเชือดสัตว์ที่เขาหักก็ไม่มีปัญหาใดๆ อย่างไรก็ดี เราได้สอบถามปัญหานี้จากสำนักงานของมัรญะอ์ตักลี้ดท่านต่างๆได้ความดังนี้ อายะตุลลอฮ์คอเมเนอี,ซีสตานี, มะการิมชีรอซี : ไม่มีปัญหาใดๆ อายะตุลลอฮ์ศอฟี โฆลพอยฆอนี: สามารถกระทำได้ อินชาอัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงตอบรับ คำถามนี้ไม่มีคำตอบเชิงรายละเอียด [1] ผู้ที่มีทัศนะเช่นนี้ได้แก่ อายะตุลลอฮ์.. ...
  • มีเศาะฮาบะฮ์นบีกี่ท่านที่เป็นชะฮีดในกัรบะลา?
    11143 ชีวประวัตินักปราชญ์
    ข้อสรุปที่นักวิจัยอาชูรอรุ่นหลังได้รับจากการค้นคว้าก็คือมีเศาะฮาบะฮ์นบี 5 ท่านอยู่ในกลุ่มสหายของอิมามฮุเซน(อ.) ในเหตุการณ์อาชูรอโดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้อนัสบิรฮัรซ์, ฮานีบินอุรวะฮ์, มุสลิมบินเอาสะญะฮ์, ฮะบีบบินมะซอฮิร, อับดุลลอฮ์บินยักฏิร ...
  • ตัฟซีรอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) »อัลฮัมดุลลิลฮิร็อบบิลอาละมีน« หมายถึงอะไร?
    9511 การตีความ (ตัฟซีร)
    ตัฟซีรอิมามฮะซัน อัสการียฺ (อ.) เป็นหนึ่งในตัฟซีรที่กล่าวว่าเป็นของท่านอิมาม ซึ่งมีเหตุผลบางประการพาดพิงว่าตัฟซีรดังกล่าวเป็นของท่านอิมาม แต่เป็นเหตุผลที่เชื่อถือไม่ได้แน่นอน ตัฟซีรชุดนี้ได้มีการตีความอัลกุรอาน บทฟาติฮะฮฺ (ฮัม) และบทบะเกาะเราะฮฺ โองการ 282 โดยรายงานฮะดีซ ซึ่งในวิชาอุลูมกุรอานเรียกว่าตัฟซีร »มะอฺซูเราะฮฺ« อย่างไรก็ตาม, ท่านอิมามฮะซันอัสการียฺ (อ.) ได้อธิบายถึงประโยคที่ว่า «اَلْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعالَمِين» ไว้ในหลายประเด็น, เนื่องจาการขอบคุณอัลลอฮฺ เพราะความโปรดปรานต่างๆ อันไม่อาจคำนวณนับได้, การสนับสนุนสรรพสิ่งถูกสร้าง, ความประเสริฐ และความดีกว่าของชีอะฮฺ เนื่องจากการยอมรับวิลายะฮฺ และอิมามะฮฺของท่านอิมามอะลี (อ.) และกล่าวว่า เนื่องจากจำเป็นต้องขอบคุณอัลลอฮฺ เพราะความโปรดปรานของพระองค์ จึงได้กล่าวว่า «اَلْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعالَمِين» ...
  • โองการที่ 144 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอนบ่งบอกว่าท่านนบี(ซ.ล.)เป็นชะฮีดหรือไม่?
    7712 การตีความ (ตัฟซีร)
    ขณะที่เกิดข่าวลือในหมู่มุสลิมขณะทำสงครามอุฮุดว่าท่านนบีถูกสังหารแล้ว อันทำให้มุสลิมบางส่วนถอนตัวจากสงคราม ถึงขั้นที่บางคนหวังจะขอประนีประนอมกับพวกศัตรูและยอมออกจากศาสนาอิสลาม ในสถานการณ์ดังกล่าว โองการข้างต้นได้ประทานลงมาเพื่อตำหนิมุสลิมที่คิดจะปลีกตัวจากสงครามอย่างเผ็ดร้อน โดยสอนว่ามุสลิมจะต้องมั่นคง ในศาสนาไม่ว่าท่านนบีจะมีชีวิตอยู่หรือถูกสังหารไปแล้วก็ตาม จงอย่าหวั่นไหวในศรัทธาเด็ดขาดฉะนั้น กริยา قُتِلَ (ถูกสังหาร) เป็นเพียงสมมุติฐานหนึ่งที่กุรอานนำเสนอว่า แม้ท่านนบีจะเพลี่ยงพล้ำถึงขั้นถูกสังหารก็ตาม มุสลิมจะต้องมั่นคงในศาสนาและไม่หวั่นไหวในภารกิจของตน ด้วยเหตุนี้ โองการดังกล่าวจึงใช้พิสูจน์ว่าท่านนบี(ซ.ล.)เป็นชะฮีดไม่ได้ ...
  • ฮะดีษว่าด้วยการต่อสู่ในยุคสุดท้ายที่เริ่มจากอิหร่านเชื่อถือได้เพียงใด?
    15581 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    ตำราทั้งฝ่ายชีอะฮ์และซุนหนี่รายงานพ้องกันว่าจะมีขบวนการต่อสู้ครั้งสำคัญเกิดขึ้นเพื่อเป็นการปูทางสู่การปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี(อ.) โดยเหล่าผู้ถือธงดำในขบวนการนี้จะเป็นผู้เตรียมความพร้อมก่อนที่อิมามมะฮ์ดีจะขึ้นปกครองโลกทั้งผอง[1]รัฐบาลตระเตรียมการของชาวอิหร่านเพื่อปูทางสู่รัฐของอิมามมะฮ์ดีมีสองระยะด้วยกัน:หนึ่ง. เริ่มต่อสู้โดยการชี้นำของบุรุษชาวเมืองกุมซึ่งเป็นไปได้ว่าขบวนการของเขาเป็นจุดเริ่มต้นของการปรากฏกายของอิมามเนื่องจากมีฮะดีษระบุว่าขบวนการของอิมามจะเริ่มจากทางทิศตะวันออก.[2]สอง. การเรืองอำนาจโดยซัยยิดโครอซอนีโดยการสนับสนุนของผู้บัญชาการทัพชื่อชุอัยบ์บินศอลิห์[3]ดังที่กล่าวไปแล้วฮะดีษที่เกี่ยวกับการปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดีบทหนึ่งระบุว่า:....عَنْ عَلِیِّ بْنِ عِیسَى عَنْ أَیُّوبَ بْنِ یَحْیَى الْجَنْدَلِ عَنْ أَبِی الْحَسَنِ الْأَوَّلِ ع قَالَ رَجُلٌ مِنْ أَهْلِ قُمَّ یَدْعُو النَّاسَ إِلَى الْحَقِّ یَجْتَمِعُ مَعَهُ ...
  • มะลาอิกะฮ์แห่งความตายจะปลิดวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทหรือไม่?
    9088 เทววิทยาดั้งเดิม
    เมื่อพิจารณาถึงนัยยะที่ค่อนข้างกว้างของฮะดีษต่างๆทำให้เข้าใจได้ว่ามะลาอิกะฮ์แห่งความตาย(อิซรออีล)คือหัวหน้าของเหล่านักเก็บวิญญาณซึ่งจะเก็บวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่สำคัญคือต้องทราบว่าอัลลอฮ์คือผู้บัญชาการเก็บวิญญาณทั้งหมดซึ่งโดยจารีตของพระองค์แล้วจะทรงกระทำผ่านสื่อกลางซึ่งอาจจะเป็นมะลาอิกะฮ์แห่งความตายหรือมะลาอิกะฮ์อื่นๆ ...
  • ในพิธีขว้างหินที่ญะมารอตหากต้องการเป็นตัวแทนให้ผู้ที่ไม่สามารถขว้างหินเองได้ อันดับแรกจะต้องขว้างหินของเราเองก่อนแล้วค่อยขว้างหินของผู้ที่เราเป็นตัวแทนให้เขาใช่หรือไม่?
    6242 สิทธิและกฎหมาย
    ดังทัศนะของมัรญะอ์ตักลีดทุกท่านรวมไปถึงท่านอิมามโคมัยนี (ร.) อนุญาตให้ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์สามารถขว้างหินของตัวแทนของตนก่อนก่อนที่จะขว้างหินของตนเอง[i][i]มะฮ์มูดี, มูฮัมหมัดริฏอ, พิธีฮัจญ์ (ภาคผนวก),หน้าที่
  • ระหว่าง ลาอิลาฮะอิลลาฮุวะ และ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ มีข้อแตกต่างกันอย่างไร?
    7884 เทววิทยาดั้งเดิม
    บางฮะดีษระบุว่า ยาฮุวะ หรือ ยามันลาฮุวะ อิลลาฮุวะ คืออภิมหานามของพระองค์ (อิสมุ้ลอะอ์ซ็อม) แน่นอนว่าข้อแตกต่างระหว่างลาอิลาฮะอิลลาฮุวะ และ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ นั้น สืบเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่าง “ฮุวะ” และ “อัลลอฮ์”นั่นเอง “ฮุวะ”ในที่นี้สื่อถึงคุณลักษณะหนึ่งของพระองค์ซึ่งอยู่พ้นนิยามและญาณวิสัย และจะเร้นลับตลอดไป ส่วนคำว่า “อัลลอฮ์” สื่อถึงการที่พระองค์เป็นศูนย์รวมของคุณลักษณะอันไพจิตรและพ้นจากคุณลักษณะอันไม่พึงประสงค์ทั้งมวล ฉะนั้น เมื่อกล่าวว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ แปลว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ผู้ทรงดำรงไว้ซึ่งคุณสมบัติต่างๆอย่างครบถ้วน โดยมิได้จะสื่อว่าอาตมันของพระองค์จำแนกจากคุณสมบัติทั้งมวล และเมื่อกล่าวว่า พระองค์ (ฮุวะ) คืออัลลอฮ์ (ในซูเราะฮ์กุ้ลฮุวัลลอฮ์) นั่นหมายถึงว่าคุณลักษณะของพระองค์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับอาตมันของพระองค์ ...
  • การกระทำใดบ้างที่ส่งผลให้คนเราแลดูสง่ามีราศี?
    5026 จริยธรรมปฏิบัติ
    ในมุมมองของอิสลามความสง่างามแบ่งได้เป็นสองประเภทอันได้แก่ความงดงามภายนอกและภายใน.ปัจจัยที่สร้างเสริมความสง่างามภายในตามที่ฮะดีษบ่งบอกไว้ก็คือความอดทนความสุขุมความยำเกรง...ฯลฯ
  • เพราะเหตุใดชีอะฮฺจึงบิดเบือน
    5778 เทววิทยาดั้งเดิม
    สำหรับความกระจ่างในประเด็นดังกล่าวนี้จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นสำคัญต่อไปนี้1. ถ้าหากวัตถุประสงค์ของท่านจากคำว่าชีอะฮฺหมายถึงความประพฤติที่ผิดพลาดซึ่งชีอะฮฺบางคนได้กระทำลงไปแล้วนำเอาความประพฤติเหล่านั้นพาดพิงไปยังนิกายชีอะฮฺถือว่าไม่มีความยุติธรรมสำหรับชีอะฮฺเอาเสียเลยเนื่องจากอิสลามโดยตัวตนแล้วไม่มีข้อบกพร่องอันใดทั้งสิ้นทุกข้อบกพร่องนั้นมาจากมุสลิมของเรา2. ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    54546 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    52802 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    38885 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    36169 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    33561 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    30597 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    25523 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    24671 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    24539 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    22896 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...