การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4301
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa15684 รหัสสำเนา 19934
หมวดหมู่ تاريخ بزرگان
คำถามอย่างย่อ
เพราะสาเหตุอันใด อับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟัรจึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปกัรบะลาพร้อมท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.)?
คำถาม
เพราะสาเหตุอันใด อับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟัรจึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปกัรบะลาพร้อมท่านอิมามฮุซัยนฺ?
1.ด้วยเหตุผลที่ว่า อับดุลลอฮฺ ตาบอด ถือว่าไม่ถูกต้อง,เนื่องจากรายงานกล่าวว่าเมื่อกองคาราวานเดินทางกลับจากกัรบะลาอฺนั้น อัลดุลลอฮฺ จำท่านหญิงซัยนับไม่ได้ ซึ่งเขาเห็นว่านั่นเป็นสตรีที่หมดสภาพและหมดอาลัยตายยาก
2.อับดุลลอฮฺ มีอายุมากเข้าสู่วัยชรา ก็ไม่อาจเป็นเหตุผลได้, เนื่องจากฮะบีบ และเอาสะญะฮฺ หรืออะนัสก็มีวัยชราเช่นเดียวกัน ขณะที่อิมามซัจญาด (อ.) ไม่สบายก็ได้เดินทางรวมขบวนไปด้วย
3.จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้, อาจกล่าวได้ว่าอับดุลลอฮฺต้องการความปลอดภัยจากบนีอุมัยยะฮฺ ด้วยสาเหตุที่ว่า เป็นอุปสรรคและต้องการปกปักอิมามจากการยืนหยัด, ถามว่ายังมีผู้สงสัยในฐานะภาพของอับดุลลอฮฺ อีกหรือ?
คำตอบโดยสังเขป

ประเด็นที่ว่า อับดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร ไม่ได้เข้าร่วมขบวนการไปกับท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) ยังกัรบะลาอฺ, มีเหตุผลมากมายถูกกล่าวถึง ซึ่งต้องใคร่ครวญเป็นพิเศษ และไม่อาจยอมรับได้โดยทันที,แต่จำนวนหนึ่งจากเหตุผลเหล่านั้นสามารถเชื่อถือได้, ซึ่งเหตุผลที่สำคัญและดีที่สุดคือ,คือเหตุผลที่กล่าวว่าท่านอับดุลลอฮฺป่วยไม่สบายและชราภาพด้วย ซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับรายงานอื่นทางประวัติศาสตร์, เช่น การส่งครอบครัวไปพร้อมกับกองคาราวานของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) และการแสดงความเสียใจที่ไม่อาจร่วมเดินทางไปพร้อมกับท่านอิมามได้, เข้าใจได้ว่า เหตุผลนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้ท่านอับดุลลอฮฺ ไม่สามารถเข้าร่วมกองคาราวานกับท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) นั่นเอง, สิ่งที่ยืนยันประเด็นดังกล่าว, ฐานะภาพและการให้เกียรติที่อับดุลลอฮฺ กับอะอิมมะฮฺ (.) และบนีฮาชิมหลังเหตุการณ์อาชูรอ อีกทั้งไม่มีผู้ใดเคยว่ากล่าว หรือตำหนิท่านอับดุลลอฮฺ แต่อย่างใด

คำตอบเชิงรายละเอียด

1.บรรดาชุฮะดาแห่งกัรบะลาอฺ : เกี่ยวกับชุฮะดาแห่งกัรบะลาอฺนั้นต้องขอกล่าวว่า พวกเขาคือมนุษย์อีกจำพวกหนึ่งซึ่งได้ทำให้ความหมายของการต่อสู้ (ญิฮาด) ในหนทางของอัลลฮฺสมจริงขึ้นมา พวกเขาได้แสดงให้เห็นว่า การยืนหยัดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใดล้วนเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น พวกเขาดูภายนอกถูกสังหารจนหมดสิ้นและเหมือนกับพ่ายแพ้อย่างยับเยินที่สุด, แต่ตามความเป็นจริงแล้วพวกเขาได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง พวกเขาได้รับชีวิตอมตะด้วยการแลกด้วยความตาย และเป็นทีรักยิ่ง  อัลลอฮฺ (ซบ.) พวกเขาได้ก้าวไปถึงยังตำแหน่งหนึ่งซึ่งน้อยคนนักที่จะไปถึงได้, และความประเสริฐนี้สำหรับพวกเขาแล้วมันมีความยิ่งใหญ่ เทียบเท่าบรรดาชะฮีดแห่งสงครามบัดรฺ[1]พวกเขาได้พบกับชีวิตอมตะด้วยการสละชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ และทำให้พวกเขาได้พบกับความหมายที่แท้จริงของชีวิต

2.การมิได้เข้าร่วมของบางคนในกัรบะลาอฺ : บางคนผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดี แต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจต่อการยืนหยัดต่อสู้องท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) ในแผ่นดินกัรบะลาอฺ และไม่มีข้ออ้างด้วยว่าเป็นเพราะสาเหตุใดจึงไม่ไปกัรบะลาอฺ, แต่ก็สามารถกล่าวถึงข้ออ้างของพวกเขาได้บ้าง, ด้วยเหตุนี้ การที่บางคนไม่ได้เข้าร่วมเหตุการณ์ในกัรบะลาอฺ นั้นมิได้ห่างไกลไปจากความศรัทธาที่ถูกต้องเลยแม้แต่นิดเดียว, แม้ว่าผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมนั้นต่อมาจะได้รับผลกระทบเสียหายมากมายก็ตาม อย่างน้อยที่สุดคือ การได้เป็นชะฮีดเคียงข้างท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าพวกเขาได้นอกนอกความศรัทธาไปแล้ว, และในกรณีที่มิได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น บุคคลใดที่ไม่ได้เข้าร่วมในเหตุการกัรบะลาฮฺ พวกเขาจึงถูกนับว่าเป็นผู้ทรยศกับแนวทางการยืนหยัดของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) ทว่าบางคนได้รับเกียติเป็นผู้ศรัทธาแท้จริง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นมิตรสหายเหมือนมิตรสหายแห่งกัรบะลาอฺ หรือชุฮะดาแห่งกัรบะลาอฺ แต่พวกเขาก็ได้ความประเสริฐระดับสูงเช่นกัน ซึ่งน้อยคนนักที่จะสามารถก้าวไปถึงตำแหน่งดังกล่าวได้

ท่านอัลลามะฮฺ ฮิลลียฺ ได้รับรองประเด็นดังกล่าวไว้ ซึ่งท่านได้กล่าวว่า การทีอับดุลลอฮฺ บินญะอฺฟัร และบุคคลอื่นที่อยู่ในฐานะภาพใกล้เคียงกับเขา ไม่ได้เข้าร่วมเหตุการณ์กัรบะลาอฺแล้ว จะถือว่าพวกเขาออกนอกความศรัทธา

อัลลามะฮฺ มัจญฺลิซ ได้เล่ามาจากอัลลามะฮฺ ฮิลลียฺ ว่า : ตามหลักการของชีอะฮฺได้พิสูจน์แล้ว่าหลักความศรัทธานั้น ประกอบด้วย การมีศรัทธาต่อเตาฮีด ความยุติธรรมของพระเจ้า นบูวัต และอิมามัต ซึ่งฐานะภาพของมุฮัมมัด บินฮะนีฟะฮฺ หรืออับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟัร นั้นสูงส่งและยิ่งใหญ่กว่าการที่จะมากล่าวว่า พวกเขาขัดแย้งกับความจริงและความเชื่อ และออกนอกความศรัทธาซึ่งได้รับผลบุญอันอมตะนิรันดร หรือความศรัทธาซึ่งจะทำให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษ[2]

บุคลิกภาพของอับดุลลอฮฺ

อับดุลลอฮฺ บุตร ชายของญะอฺฟัร ฏ็อยยาร เป็นเซาะฮาบะฮฺผู้ยิ่งใหญ่ของท่านศาสดา (ซ็อล ) เป็นลูกพี่น้องกับท่านอิมามอะลี (.) ซึ่งความประเสริฐและฐานันดรของท่านนั้นยิ่งใหญ่ตามปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์, ญะอฺฟัรคือผู้อาวุโสของอิสลามและมุสลิม ซึ่งท่านได้รับคำสั่งจากท่านเราะซูล (ซ็อล ) ให้อพยพไปประเทศเอธิโอเปีย, อับดุลลอฮฺ คือการถือกำเนิดแรกของอิสลาม ซึ่งท่านได้คลอดในประเทศเอธิโอเปีย และหลังจากกลับจากการอพยพ ท่านได้เดินทางไปฮิญาซ เพื่อพบบิดาของท่านคือ ท่านญะอฺฟัร อัฏฏ็อยยาร ท่านได้เข้าพบท่านศาสดาเสมอ และหลังจากบิดาของท่านได้อำลาจากไป อับดุลลอฮฺ ได้รับการชุบเลี้ยงให้เติบใหญ่โดย ท่านอับบาส บุตรของ อับดุลมุฏ็อล[3]

อับดุลลอฮฺ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของบนีฮาชิม ท่านได้รับใช้ท่านอิมามอะลี () อยู่นานหลายปี และได้ช่วยเหลือท่านอิมาม () ในหลายเหตุการณ์ด้วยกัน อับดุลลอฮฺ รู้สึกดีถึงภาระหน้าที่ของท่าน ท่านและสหายคนอื่นของท่านศาสดา (ซ็อล ) จึงได้ร่วมมือกันเพื่อให้ความช่วยเหลือท่านอิมามอะอี (.) ในหลายๆ เหตุการณ์สำคัญ ความรักและความซื่อสัตย์ที่ท่านอับดุลลอฮ มีต่ออิสลามและระบบการปกครองในอิสลามนั้นยิ่งใหญ่มาก, ท่านอิมามอะลี (.) ได้ยินยอมให้ท่านอับดุลลอฮฺ มอบสัตยาบัน และออกสงครามหลายหนเพื่อต่อสู้กับความเท็จ อีกทั้งในสงครามต่างๆ ท่านยังได้เป็นผู้ปกป้องอิสลามอย่างเข้มแข็งที่สุดคนหนึ่ง

ความเชื่อและความศรัทธาของอับดุลลอฮฺ เกี่ยวกับท่านอิมามฮะซัน (.) และท่านอิมามฮุซัย (.) นั้นยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ และเท่าที่มีความสามารถท่านได้รับใช้อิมามทั้งสองอย่างเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่ ได้มีคำกล่าวว่า

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • สายรายงานของฮะดีษที่ท่านอิมามอลี(อ.)กล่าวแก่ชาวอรับเกี่ยวกับชาวเปอร์เซียว่า“พวกท่าน(อรับ)รบกับพวกเขา(เปอร์เซีย)เพื่อให้ยอมรับการประทานกุรอาน แต่ก่อนโลกนี้จะพินาศ พวกเขาจะรบกับพวกท่านเพื่อการตีความกุรอาน”เชื่อถือได้เพียงใด?
    5244 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    ในตำราฮะดีษมีฮะดีษชุดหนึ่งที่มีนัยยะถึงการที่ท่านอิมามอลี(อ.)กล่าวกับชาวอรับเกี่ยวกับชาวเปอร์เซียว่า “พวกท่าน(อรับ)รบกับพวกเขา(เปอร์เซีย)เนื่องด้วยการประทานกุรอานแต่ก่อนโลกนี้จะพินาศพวกเขาก็จะรบกับพวกท่านเนื่องด้วยการตีความกุรอาน”สายรายงานของฮะดีษบทนี้เชื่อถือได้ ...
  • ประโยค “ทุกวันคือาชูรอ ทุกแผ่นดินคือกัรบะลา” เป็นฮาดีษหรือไม่? มีหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากน้อยเพียงใด
    6678 ชีวประวัติมะอฺซูม (อ.)
    จากการศึกษาตำราฮะดีษ  เราไม่พบหลักฐานใดๆที่ระบุว่าประโยคดังกล่าวเป็นฮาดีษบรรดามะศูมีนอย่างไรก็ดี ประโยคนี้ให้นิยามเหตุการณ์กัรบะลา
  • การปฏิเสธฮะดีษโดยยึดถือเพียงกุรอานจะทำให้เกิดเอกภาพในหมู่มุสลิมจริงหรือ?
    5575 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    ความเชื่อในการยึดถือเพียงกุรอานและปฏิเสธฮะดีษมีมาตั้งแต่ยุคแรกของอิสลามแหล่งอ้างอิงทั้งฝ่ายซุนหนี่และชีอะฮ์ต่างบันทึกตรงกันว่าช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านนบี(ซ.ล.) เมื่อท่านสั่งให้นำปากกาและหมึกมาบันทึกคำสั่งเสียของท่านเพื่อประชาชาติอิสลามจะไม่หลงทางภายหลังจากท่านนั้นเคาะลีฟะฮ์ที่สองอุมัรบินค็อฏฏ้อบกลับคัดค้านคำสั่งดังกล่าวพร้อมกับกล่าวว่า “คัมภีร์ของอัลลอฮ์(กุรอาน)เพียงพอแล้วสำหรับเรา (ไม่จำเป็นต้องใช้ซุนนะฮ์นบี)ไม่มีใครสามารถจะอ้างได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีฮะดีษถามว่ารายละเอียดหน้าที่ทางศาสนามีอยู่ในกุรอานอย่างครบถ้วนหรือไม่? ข้อปลีกย่อยของฟัรฎูต่างๆอาทิเช่นนมาซ, ศีลอด, ซะกาต, ฮัจย์ฯลฯมีในกุรอานกระนั้นหรือ?กุรอานกล่าวว่า “สิ่งที่ศาสนทูตนำมาก็จบรับไว้(ปฏิบัติตาม) และสิ่งที่เขาระงับก็จงหลีกเลี่ยงจงยำเกรงต่อพระองค์เพราะพระองค์ทรงมีบทลงโทษอันรุนแรง”[i]แน่นอนว่าคำสั่งและข้อห้ามปรามของท่านนบี(ซ.ล.)ก็คือซุนนะฮ์ของท่านนั่นเองซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาให้เราปฏิบัติตามอะห์มัดบินฮัมบัลหนึ่งในอิมามทั้งสี่ของพี่น้องซุนหนี่กล่าวไว้ในหนังสือมุสนัดว่าท่านนบี(ซ.ล.)กล่าวว่า “ฉันได้ฝากฝังสองสิ่งเลอค่าซึ่งมีคุณค่าต่างกันไว้ในหมู่พวกท่านนั่นคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์อันเปรียบดั่งสายเชือกที่เชื่อมโยงระหว่างฟากฟ้าและปฐพีและวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ของฉันสองสิ่งนี้จะไม่พรากจากกันกระทั่งบรรจบกับฉันณบ่อน้ำเกาษัร”จะเห็นได้ว่าในฮะดีษนี้ท่านนบี(ซ.ล.)และอะฮ์ลุลบัยต์(อ.)ได้รับการจัดให้เคียงคู่กุรอานอันหมายความว่าดังที่มุสลิมทุกคนมีหน้าที่ต้องยึดถือกุรอานฉันใดพวกเขาก็จะต้องยึดถืออะฮ์ลุลบัยต์ในภาวะจำเป็นฉันนั้นสองสิ่งนี้จะสมบูรณ์เมื่อเคียงคู่กันการเลือกยึดถืออย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้สิ่งนั้นบกพร่อง[i]อัลฮัชร์,
  • จงอธิบายทฤษฎีของพหุนิยมทางศาสนาและการตีความที่แตกต่างกันของศาสนา และระบุความแตกต่างของพวกเขา?
    14203 เทววิทยาใหม่
    1.พหุนิยมหมายถึง ความมากมายในหลายชนิด ทั้งในทางปรัชญาของศาสนา, ปรัชญาจริยธรรม, กฎหมาย และการเมืองและว่า ... ซึ่งทั้งหมดมีการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งการรับรู้ทั้งหมดเหล่านี้อย่างเป็นทางการในนามของการรู้จักในความหลากหลาย ในทางตรงกันข้ามกับความเป็นหนึ่งเดียว หรือความจำกัดในความเป็นหนึ่งเดียว พหุนิยมทางศาสนา หมายถึงการไม่ผูกขาดความถูกต้องไว้ในศาสนาใดศาสนาหนึ่งเฉพาะพิเศษ การได้รับผลประโยชน์ของทุกศาสนาจากความจริงและการช่วยเหลือให้รอด 2. พหุนิยม อาจได้รับการพิจารณาในหมู่ศาสนาต่างๆ หรือระหว่างนิกายต่างๆ ในศาสนาที่มีอยู่ก็ได้ 3. ในความคิดของเราชาวมุสลิมทั้งหลาย พหุนิยมถูกปฏิเสธก็เนื่องจากเหตุผลที่ว่า ในศาสนาอิสลามมีเหตุผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุความถูกต้องของศาสนาอิสลาม ในลักษณะที่ว่าในศาสนาอื่น ๆ ไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องพอเหมือนกับศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ คัมภีร์แห่งฟากฟ้า (อัลกุรอาน) ยังไม่มีการบิดเบือนหรือสังคายนาใดๆ ทั้งสิ้น และความสมบูรณ์ของศาสนาอิสลามก็เท่ากับว่าได้ยกเลิกคำสอนของศาสนาอื่นไปโดยปริยาย 4. การตีความที่แตกต่างกันของศาสนา ซึ่งหนึ่งในหลักการพื้นฐานของสิ่งนั้นคือ อรรถปริวรรตศาสตร์ และอีกประการหนึ่งคือการรู้จักต่างๆ ในศาสนาและการวิจัย ...
  • จะมีวิธีการจำแนก ระหว่างการกรุการมุสาหรือพูดจริง สำหรับบุคคลที่กล่าวอ้างถึงวะฮฺยู (อ้างการลงวะฮฺยูและการเป็นนบี) ได้อย่างไร?
    4987 เทววิทยาดั้งเดิม
    1- วะฮฺยูในความหมายของคำหมายถึง "การถ่ายโอนเนื้อหาอย่างรวดเร็วอย่างลับๆ" แต่ในความหมายทางโวหารหมายถึง "การรับรู้ด้วยสติอันเป็นความพิเศษของศาสดาการได้ยินพระวจนะของพระเจ้าโดยไม่มีสื่อกลาง
  • จะสามารถพิสูจน์การมีอยู่ของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) และการปรากฏกายของท่าน ด้วยอัลกุรอานได้อย่างไร?
    4152 เทววิทยาดั้งเดิม
    เบื้องต้นจำเป็นต้องรับรู้ว่าอัลกุรอานเพียงแค่กล่าวเป็นภาพรวมเอาไว้ส่วนรายละเอียดและคำอธิบายปรากฏอยู่ในซุนนะฮฺของศาสดา (ซ็อลฯ).
  • ความสำคัญ และปรัชญาของการจัดพิธีกรรมรำลึกถึงท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) คืออะไร?
    5657 เทววิทยาดั้งเดิม
    สำหรับการติดตามผลอย่างมีนัยของการให้ความสำคัญและปรัชญาของการจัดพิธีกรรมรำลึกถึงท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้:1. ...
  • การทำหมันแมวเพื่อป้องกันมิให้จรจัด แต่ก็มีผลกระทบไม่ดีด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ฮุกุ่มเป็นอย่างไรบ้าง?
    6249 สิทธิและกฎหมาย
    สำนักฯพณฯท่านผู้นำอายะตุลลอฮฺอัลอุซมาคอเมเนอี (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่าน):
  • นามอันเป็นมักนูนและมุสตะอ์ษิ้รของอัลลอฮ์หมายความว่าอย่างไร?
    4595 รหัสยทฤษฎี
    จากฮะดีษและบทดุอาทำให้ทราบว่าอัลลอฮ์มีพระนามที่ทรงคัดสรรด้วยพระองค์เองโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้พระนามเหล่านี้เรียกว่า"อัสมาอ์มุสตะอ์ษิเราะฮ์" ซึ่งตามคำบอกเล่าของฮะดีษพระนามเหล่านี้คือมิติเร้นลับของอิสมุลอะอ์ซ็อมอันเป็นพระนามแรกของพระองค์พระนามประเภทนี้ยังเรียกขานกันว่าอิสมุ้ลมักนูนหรืออิสมุ้ลมัคซูนอีกด้วย ...
  • ในสังคมอิสลามมีสตรีศึกษาในสถาบันศาสนาแล้วถึงขั้นมุจญฺตะฮิดมีบ้างหรือไม่?
    3826 تاريخ بزرگان
    การให้ความร่วมมือกันของนักปราชญ์และนักวิชาการอิสลาม, ประกอบกับเป็นข้อบังคับเหนือตัวมุสลิมทั้งชายและหญิง, สิ่งนี้กลายเป็นสาเหตุทำให้สตรีได้เข้าศึกษาศาสนาจนถึงระดับชั้นของการอิจญฺติฮาดหรือมุจญตะฮิดตัวอย่างสุภาพสตรีที่ศึกษาถึงขั้นอิจญฺติฮาดมุจญฺตะฮิดะฮฺอะมีนเสียชีวิตในปีฮ.ศ. 1403 (1362) หรือมุจญฺตะฮิดะฮฺซะฟอตียฺซึ่งปัจจุบันท่านยังเป็นอาจารย์สอนหนังสือในสถาบันสอนศาสนาเฉพาะสตรีซึ่งสองท่านนี้ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างของสตรีที่ประสบความสำเร็จสูง ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    52635 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    50557 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    37268 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    34397 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    30710 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    29056 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24333 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    23134 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    22463 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    21635 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...