การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4314
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/11/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1636 รหัสสำเนา 19007
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) จะนำศาสนาใหม่และคัมภีร์ที่นอกเหนือจากอัลกุรอานลงมาหรือไม่?
คำถาม
ท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) จะนำศาสนาใหม่และคัมภีร์ที่นอกเหนือจากอัลกุรอานลงมาหรือไม่?
คำตอบโดยสังเขป
คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์
คำตอบเชิงรายละเอียด

ดังที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า ศาสนาอิสลาม นั้นมาจากพระเจ้าในฐานะที่เป็นศาสนาที่ครอบคลุม และมีความสมบูรณ์ที่สุดในกระบวนการศาสนาแห่งฟากฟ้า ซึ่งอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประทานแก่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ) และคำสอนของศาสนานี้จะธำรงอยู่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตราบจนถึงวันอวสานของโลก บรรดาผู้แทน เอาซิยาแห่งพระเจ้า และบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ต่างมีหน้าที่ป้องกัน และขยายคำสอนของอิสลามให้กว้างไกลออกไปในหมู่ประชาชาติ ดังเช่นที่ท่านอิมามอะลี (.) และบรรดาบุตรหลานผู้บริสุทธิ์ของท่านในฐานะที่เป็นอิมาม ทุกคนต่างให้ความสำคัญและจริงจังต่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง

แต่หลังจากช่วงของการเร้นกายของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) ได้บังเกิดขึ้น หน้าที่ในการรักษาศาสนาก็ตกอยู่ในความรับผิดชอบของบรรดาอุละมาอฺนักปราชญ์ ฟุเกาะฮา และนักรายงานฮะดีซ หรือเรียกอีกอย่างก็คือ บรรดามัรญิอฺตักลีดนั่นเอง, อีกด้านหนึ่งแม้ว่าบรรดาอุละมาอฺแห่งยุคจะมิใช่ผู้บริสุทธิ์ (มะอฺซูม) แต่ท่านเหล่านั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ไปบนพื้นฐานของเหตุผลที่มีอยู่ในมือ ทำหน้าที่อรรถาธิบายบทบัญญัติของพระเจ้า ดังนั้นในกรณีนี้บรรดามัรญิอฺจึงได้ออกฟัตวาไปตามบทบัญญัติที่ปรากฏเป็นจริงภายนอก มิใช่บทบัญญัติที่เป็นวากิอียฺ (บทบัญญัติที่ถูกต้องอันเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า) เนื่องจากไม่มีผู้ใดสามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่พระองค์ประสงค์คืออะไร หรืออีกนัยหนึ่งผู้ที่ล่วงรู้บทบัญญัติแท้จริงทั้งหมดอันเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า มีเฉพาะบรรดาอิมามมะอฺซูม (.) เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน ในวิถีชีวิตมนุษย์, จึงต้องอาศัยกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เป็นตัวกำกับ, ขณะที่คำสอนของศาสนาอิสลามเต็มไปด้วยบทบัญญัติภายนอก และเมื่ออิมามซะมาน (.) ได้ปรากฏกายออกมาบทบัญญัติภายนอกเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นบทบัญญัติที่แท้จริงโดยปริยาย ด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลานั้นจึงทำให้คิดได้ว่า ท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) ได้นำศาสนาใหม่มาสั่งสอน, ขณะท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) มิได้นำคำสอนศาสนาใหม่มาสั่งสอนแต่อย่างใด และมิได้นำคัมภีร์อื่นที่นอกเหนือจากอัลกุรอานมาสั่งสอนแต่อย่างใด  

นอกจากนี้แล้วในช่วงของการเร้นกายของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) บรรดาผู้หลงผิดและผู้ดื้อรั้นทั้งหลาย จะตีความบทบัญญัติจากอัลกุรอานและคำสอนของอิสลามตามอำเภอใจตน ซึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีบทบัญญัติจำนวนมากมายได้ถูกลืมเลือนไป ประหนึ่งว่าสิ่งนั้นมิใช่คำสอนของอิสลามแต่อย่างใด[1]

การตีความต่างๆ ในศาสนาถือเป็นอันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุด ซึ่งปรากฏในยุคสมัยของการเร้นกายของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) และเมื่อท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) ได้ปรากฏกายออกมาอีกครั้งจึงต้องเผชิญหน้ากับคนหลายกลุ่มชนที่หลงผิดออกไป มิไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับพวกเคารพรูปปั้นบูชา เหมือนในยุคทมิฬเท่านั้น ทว่าพวกที่อรรถาธิบายอัลกุรอานด้วยทัศนะของตนเอง และตีความศาสนาไปต่างๆ นานา, เหมือนดังที่ปรากฏอยู่ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้การยอมรับ[2] ประชาชาติอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้ละทิ้งปล่อยปะละเลยหลักการศาสนา และหลักความเชื่ออันแน่นอนของอิสลาม โดยยึดแต่เพียงภายนอกของศาสนาเท่านั้น พวกเขาไม่เห็นว่าจะมีอะไรในคำสอนของอิสลาม นอกจากนมาซ, การถือศีลอด, และการหลีกเลี่ยงจากสิ่งโสโครก (นะนิส) เท่านั้นเอง พวกเขาไม่ถือว่าจริยธรรมและบทบัญญัติทางสังคมเป็นคำสอนของอิสลาม, คุณลักษณะที่ไม่ดีในมุมมองของพวกเขาไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด. พวกเขามักหยิบฉวยโอกาสที่ว่า วาญิบและสิ่งฮะรอมมีความขัดแย้งกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ถือหลักการปฏิบัติตนแต่อย่างใด, สิ่งต้องห้ามของอัลลอฮฺ (ฮะรอม) ได้พยายามตีความด้วยเล่ห์เพทุบายต่างๆ จนกระทั่งว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งอนุญาตในศาสนา, ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าหารท่านอิมามซะมาน (.) ปรากฏกายออกมาและบอกกับพวกเขาว่าพวกท่านระหนไปจากคำสอนที่แท้จริงของศาสนาเสียแล้วพวกท่านได้อรรถาธิบายอัลกุรอานและฮะดีซของท่านศาสดา ขัดแย้งกับความเป็นจริง พวกท่านได้ปล่อยรัศมีอันเจิดจรัสของอิสลามไปเสียแล้ว โดยที่พวกท่านได้ยึดและเพียงพอแค่เพียงคำสอนภายนอกของศาสนาเท่านั้น ดังนั้น คำสอนศาสนาทำนองนี้ประกอบกับโครงสร้างใหม่ๆ สำหรับพวกเขาแล้วจึงถือว่าเป็น ศาสนาใหม่และเกิดความหวาดกลัว และไม่ยอมรับว่านั่นคือ อิสลาม, เนื่องจากพวกเขาได้คิดและตีความอิสลามในอีกลักษณะหนึ่งนั่นเอง[3]

ท่านอิมามญะอฺฟัร อัซซอดิก (.) กล่าวว่า : เมื่อกออิมของเราได้ปรากฏกายออกมา ท่านจะเริ่มเชิญชวนประชาชนไปสู่อิสลามใหม่อีกครั้ง และจะชี้นำประชาชนไปสู่สิ่งที่พวกเขาได้ละทิ้งไกลห่างออกไปอย่างช้านาน[4]

อย่างไรก็ตาม ศาสนาอิสลามในช่วงการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (.) จะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งสิ้น, เว้นเสียแต่ว่าท่านจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคำสอนที่หลงทางออกไป หรือผู้ที่มีความเคลือบแคลงสงสัยทั้งหลาย ดังเช่นที่ท่านอิมามซอดิก (.) กล่าวว่า : ท่านอิมามมะฮฺดียฺ จะปฏิบัติหน้าที่ของท่านเฉกเช่นที่ท่านศาสดา (ซ็อล ) ได้เคยกระทำไว้, ท่านจะทำลายบิดอะฮฺ (สิ่งอุปโลกน์) ทั้งหลายที่เกิดขึ้นให้หมดไป, ดังเช่นที่ท่านเราะซูล (ซ็อล ) ได้เคยทำลายพื้นฐานความเชื่อของบรรดาญาฮิลมาแล้วในอดีตนั่นเอง[5]



[1] การพิพากษาโลก,อิบรอฮีมอามีนนียฺ,หน้า 325.

[2] ออฟตอบ วิลายะฮฺ มุฮัมมัดตะกียฺ มิซบาฮฺ ยัซดียฺ, หน้า 237.

[3] การพิพากษาโลก,อิบรอฮีมอามีนนียฺ,หน้า 326.

[4] กัชฟุล ฆอมมะฮฺ, เล่ม 3, หน้า 254, และเอรชาดมุฟีด หน้า 343.

[5] บิฮารุลอันวาร, เล่ม 52, หน้า 352.

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ฮะดีซต่างๆ ในหนังสือกาฟียฺ สามารถอธิบายความอัลกุรอานได้หรือไม่?
    5681 تألیفات شیعی
    นักรายงานฮะดีซผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งคือ มุฮัมมัด บิน ยะอฺกูบ กุลัยนียฺ (รฮ.) เป็นหนึ่งในปราชญ์ผู้อาวุโสฝ่ายชีอะฮฺ และเป็นหนึ่งในนักรายงานฮะดีซที่เชื่อถือได้มากที่สุดของฝ่ายอิมามียะฮฺ ท่านอยู่ในยุคสมัยการเร้นกายระยะสั้นของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) และยังเป็นผู้ประพันธ์หนังสือ อุซูลกาฟียฺ อันเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เอง จะเห็นว่ารายงานส่วนใหญ่ในหนังสือกาฟียฺล้วนเป็นที่เชื่อถือ แต่หนังสือกาฟียฺก็เหมือนกับหนังสือฮะดีซทั่วไปที่มีรายงานอ่อนแอ และไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง ตามทัศนะของชีอะฮฺและอะฮฺลุซซุนนะฮฺ มีฮะดีซที่ถูกต้องจำนวนมากมายจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ บันทึกอยู่ในหนังสือญะวามิอฺริวายะฮฺ ซึ่งฮะดีซจำนวนมากเหล่านั้นได้ตัฟซีรโองการอัลกุรอาน ซึ่งหนึ่งในฮะดีซทรงคุณค่าเหล่านั้นคือ หนังสือกาฟียฺ ...
  • การสมรสจะช่วยส่งเสริมหรือเป็นตัวยับยั้งพัฒนาการทางศีลธรรมกันแน่? ศาสนาอิสลามและคริสต์เห็นต่างในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
    4693 ปรัชญาของศาสนา
    การสมรสเปรียบดั่งศิลาฤกษ์ของสังคมซึ่งมีคุณประโยชน์มากมายอาทิเช่นเพื่อบำบัดกามารมณ์สืบเผ่าพันธุ์มนุษย์เสริมพัฒนาการของมนุษย์ความร่มเย็นและระงับกิเลสตัณหาฯลฯในปริทรรศน์ของอิสลามการสมรสได้รับการเชิดชูในฐานะเกราะป้องกันกึ่งหนึ่งของศาสนาในเชิงสังคมการสมรสมีคุณประโยชน์อย่างเอนกอนันต์เนื่องจากจะเสริมสร้างครอบครัวให้เป็นดั่งรวงรังอันอบอุ่นที่คนรุ่นหลังสามารถพึ่งพิงได้
  • เพราะเหตุใดจึงวาญิบต้องตักลีดกับมัรญิอฺ ?
    5664 สิทธิและกฎหมาย
    จุดประสงค์ของ “การตักลีด” คือการย้อนไปสู่ภารกิจที่ตนไม่มีความเชี่ยวชาญในคำสั่งอันเฉพาะซึ่งต้องอาศัยความความเชี่ยวชาญพิเศษซึ่งเหตุผลที่สำคัญที่สุดสำหรับเรื่องการตักลีดเกี่ยวกับปัญหาศาสนาคือเหตุผลทางสติปัญญาที่ว่าผู้ไม่มีความรู้และไม่มีความเชี่ยวชาญปัญหาต้องปฏิบัติตามผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในปัญหานั้นแน่นอนทั้งอัลกุรอาน
  • การทำหมันแมวเพื่อป้องกันมิให้จรจัด แต่ก็มีผลกระทบไม่ดีด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ฮุกุ่มเป็นอย่างไรบ้าง?
    6573 สิทธิและกฎหมาย
    สำนักฯพณฯท่านผู้นำอายะตุลลอฮฺอัลอุซมาคอเมเนอี (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่าน):
  • ความตายจะเกิดขึ้นในสวรรค์หรือนรกหรือไม่?
    5363 เทววิทยาดั้งเดิม
    โองการกุรอานฮะดีษและเหตุผลเชิงสติปัญญาพิสูจน์แล้วว่าหลังจากที่มนุษย์ขึ้นสวรรค์และลงนรกแล้วความตายจะไม่มีความหมายอีกต่อไป กุรอานขนานนามวันกิยามะฮ์ว่า “เยามุ้ลคุลู้ด”(วันอันเป็นนิรันดร์) และยังกล่าวถึงคุณลักษณะของชาวสวรรค์ว่า “คอลิดีน”(คงกระพัน) ส่วนฮะดีษก็ระบุว่าจะมีสุรเสียงปรารภกับชาวสวรรค์และชาวนรกว่า “สูเจ้าเป็นอมตะและจะไม่มีความตายอีกต่อไป(یا اهل الجنه خلود فلاموت و یا اهل النار خلود فلا ...
  • กฎของการออกนอกศาสนาของบุคคลหนึ่ง, ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ปกครองหรือไม่?
    3939 กาฟิร
    คำถามของท่าน สำนัก ฯพณฯ มัรญิอฺตักลีดได้ออกคำวินิจฉัยแล้ว คำตอบของท่านเหล่านั้น ดังนี้ ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ อัลอุซมาคอเมเนอี (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่าน): การออกนอกศาสนา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ปกครอง ซึ่งถ้าหากบุคคลนั้นได้ปฏิเสธหนึ่งในบัญญัติที่สำคัญของศาสนา ปฏิเสธการเป็นนบี หรือมุสาต่อท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือนำความบกพร่องต่างๆ มาสู่หลักการศาสนาโดยตั้งใจ อันเป็นสาเหตุนำไปสู่การปฏิเสธศรัทธา หรือออกนอกศาสนา หรือตั้งใจประกาศว่า ตนได้นับถือศาสนาอื่นนอกจากอิสลามแล้ว ทั้งหมดเหล่านี้ถือว่า เป็นมุรตัด หมายถึงออกนอกศาสนา หรือละทิ้งศาสนาแล้ว ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ อัลอุซมา มะการิม ชีรอซียฺ (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองท่าน) : ถ้าหากบุคคลหนึ่งปฏิเสธหลักความเชื่อของศาสนา หรือปฏิเสธบทบัญญัติจำเป็นของศาสนาข้อใดข้อหนึ่ง และได้สารภาพสิ่งนั้นออกมาถือว่า เป็นมุรตัด ...
  • ในทัศนะของอิสลาม ชาวฮินดูถือว่าเป็นนะญิสหรือไม่ และจะต้องออกห่างพวกเขาหรือไม่?
    5794 สิทธิและกฎหมาย
    บรรดามัรญะอ์ได้ฟัตวาว่ากาฟิรเป็นนะญิสและจะต้องหลีกเลี่ยงความเปียกชื้นจากพวกเขาท่านอิมามโคมัยนีได้กล่าวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า “กาฟิรคือผู้ที่ไม่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้าหรือตั้งภาคีต่อพระเจ้าหรือไม่ยอมรับในการเป็นศาสนทูตของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) เขาผู้นั้นถือเป็นนะญิส
  • สตรีในทัศนะอิสลามมีสถานภาพสูงส่งเพียงใด ?พวกเธอมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายหรือ?
    10633 ปรัชญาของศาสนา
    ในทัศนะอิสลาม, สตรีและบุรุษนั้นมีเป้าหมายร่วมกันนั่นคือ – การพัฒนาตนไปให้ถึงยังสถานอันสูงสุดของความเป็นมนุษย์ – และการไปถึงเป้าหมายดังกล่าว ทั้งสองจึงมีมาตรฐานอันเดียวกัน ซึ่งความต่างเรื่องเพศอันเป็นความจำเป็นของการสร้าง แทบจะไม่มีบทบาทอันใดทั้งสิ้นในการสร้าง หรือเพิ่มเติมศักยภาพและความสามารถดังกล่าวนั้น หรือคุณค่าในทางศาสนาเองก็มิได้มีบทบาทอันใดเช่นกัน ดังนั้น ความสมบูรณ์ของสตรีจึงมิได้อยู่ในฐานะภาพเดียวกันกับความสมบูรณ์ของบุรุษ หรือใช่ว่าบุรุษจะใช้ความเป็นเพศชาย มาควบคุมความเป็นสตรีก็หาไม่ดังนั้น ในทัศนะของอิสลาม :1.สตรี, จึงเป็นสถานที่ปรากฏความสวยงาม ความประณีต และความเงียบสงบ2.สตรี, คือที่มาแห่งความสงบมั่นของบุรุษ, ส่วนบุรุษนั่นเป็นสถานพำนักพักพิง ให้ความรับผิดชอบ และการเป็นผู้นำของสตรี
  • มีรายงานจากอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) เกี่ยวกับผลบุญของการสาปแช่งบรรดาศัตรูบ้างไหม?
    4287 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    มีรายงานจำนวนมากมายปรากฏในตำราฮะดีซของฝ่ายชีอะฮฺที่กล่าวเกี่ยวกับผลบุญของการสาปแช่งบรรดาศัตรูของอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) ท่านอิมามริฎอ (อ.) ได้กล่าวแก่ชะบีบบิน
  • อัล-กุรอาน, คือปาฏิหาริย์สุดท้ายที่พระเจ้าทรงประทานมา และความมหัศจรรย์ของ อัลกุรอานคืออะไร ?
    12332 วิทยาการกุรอาน
    สำหรับความมหัศจรรย์ของกุรอาน ถูกอธิบายไว้ 3 ลักษณะ : มหัศจรรย์ด้านวาจา, มหัศจรรย์ในแง่ของเนื้อหา และมหัศจรรย์ในทัศนะของผู้นำอัลกุรอานมา1) มหัศจรรย์ด้านวาจาของกุรอานถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนก.

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    53380 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    51471 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    37879 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    35052 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    32037 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    29696 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24759 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    23744 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    23211 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    22101 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...