การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
5360
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2555/03/14
คำถามอย่างย่อ
ฮะดีซต่างๆ ในหนังสือกาฟียฺ สามารถอธิบายความอัลกุรอานได้หรือไม่?
คำถาม
บรรดาชีอะฮฺ มิได้พูดหรือว่า รายงานส่วนใหญ่ในหนังสือกาฟียฺ อ่อนแอ และเราไม่มีสิ่งใดที่จะถูกต้องเลย นอกจากอัลกุรอาน เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว และทำไมเราต้องโกหกว่า กาฟียฺคือหนังสืออธิบายความอัลกุรอาน กาฟียฺ หนังสือซึ่งได้สารภาพเองว่ารายงานส่วนใหญ่อ่อนแอ?
คำตอบโดยสังเขป

นักรายงานฮะดีซผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งคือ มุฮัมมัด บิน ยะอฺกูบ กุลัยนียฺ (รฮ.) เป็นหนึ่งในปราชญ์ผู้อาวุโสฝ่ายชีอะฮฺ และเป็นหนึ่งในนักรายงานฮะดีซที่เชื่อถือได้มากที่สุดของฝ่ายอิมามียะฮฺ ท่านอยู่ในยุคสมัยการเร้นกายระยะสั้นของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) และยังเป็นผู้ประพันธ์หนังสือ อุซูลกาฟียฺ อันเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เอง จะเห็นว่ารายงานส่วนใหญ่ในหนังสือกาฟียฺล้วนเป็นที่เชื่อถือ แต่หนังสือกาฟียฺก็เหมือนกับหนังสือฮะดีซทั่วไปที่มีรายงานอ่อนแอ และไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง

ตามทัศนะของชีอะฮฺและอะฮฺลุซซุนนะฮฺ มีฮะดีซที่ถูกต้องจำนวนมากมายจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ บันทึกอยู่ในหนังสือญะวามิอฺริวายะฮฺ ซึ่งฮะดีซจำนวนมากเหล่านั้นได้ตัฟซีรโองการอัลกุรอาน ซึ่งหนึ่งในฮะดีซทรงคุณค่าเหล่านั้นคือ หนังสือกาฟียฺ

คำตอบเชิงรายละเอียด

สำหรับคำตอบคำถามเหล่านี้อันดับแรกจะขอกล่าวถึงคือ สิ่งที่เกี่ยวกับหนังสือกาฟียฺ หลังจากนั้นจะกล่าวถึงความหน้าเชื่อถือของฮะดีซในหนังสือกาฟียฺ

คุณสมบัติของหนังสือกาฟียฺ และความสำคัญในฐานะแหล่งอ้างอิงของชีอะฮฺ :

การรวบรวมหนังสือกาฟียฺ โดยนักรายงานอาวุโสมุฮัมมัด ยะอฺกูบ กุลัยนียฺ (รฮ.) เป็นหนึ่งในฟุเกาะฮาที่ยิ่งใหญ่ฝ่ายชีอะฮฺ เป็นนักรายงานฮะดีซที่เชื่อถือได้มากที่สุดของฝ่ายชีอะฮฺ อิมามียะฮฺ ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงการเร้นกายระยะสั้นของท่านอิมามซะมาน (อ.) และก่อนการเสียชีวิตของตัวแทนเฉพาะของท่านในปี ฮ.ศ. 328 หนังสือดังกล่าวโดยตัวเองแล้วเป็น ดาอิเราะตุลมะอาริฟ ที่รวบรวมไว้ภายในสองสามเล่ม และยังถือว่าเป็นหนังสือฮะดีซที่สำคัญของชีอะฮฺ เป็นหนึ่งในสี่หนังฮะดีซของชีอะฮฺ (กาฟียฺ,ตะฮฺซีบ, อิสติบซอร, และมันลายะฮฺเฎาะเราะฮุลฟะกีฮฺ) ซึ่งมัรฮูมกุลัยนีได้ใช้เวลารวบรวมฮะดีซอยู่ประมาณ 20 ปี หนังสือดังกล่าวครอบคลุมรายงานที่มาจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) และได้นำเสนอวิชาการอิสลามที่ดีที่สุด และได้รับการเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

หนังสืออุซูลกาฟียฺแบ่งออกเป็น 3 ส่วน : อุซูลกาฟียฺ, ฟุรูอฺกาฟียฺ และเราเฎาะตุลกาฟียฺ, วิธีการของมัรฮูมกุลัยนียฺ ที่ใช้ในหนังสือกาฟียฺคือ ท่านจะกล่าวสายรายงานและสายสืบฮะดีซอย่างสมบูรณ์ทั้งหมด บางครั้งจะไม่กล่าวถึงในตอนเริ่มต้นฮะดีซ เนื่องจากได้กล่าวไว้ในสายรายงานของฮะดีซก่อนหน้าแล้ว

และเนื่องจากเหตุผลที่ว่า หนังสือกาฟียฺ มีช่วงระยะห่างจากแหล่งอ้างอิงอันดับต้นๆ ที่เชื่อถือได้ของชีอะฮฺเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งได้รายงานโดยตรงมาจากหนังสือเหล่านั้น ประกอบกับได้รับการพินิจพิเคราะห์เป็นพิเศษ และยังได้รับการเชื่อถือเป็นพิเศษในหมู่ผู้รู้และนักปราชญ์ฝ่ายชีอะฮฺ นับเป็นเวลานานนับพันปี นอกจากนั้นบรรดานักปราชญ์ผู้อาวุโสฝ่ายชีอะฮฺ ในงานประพันธ์ของท่านยังได้นำเอาหนังสือกาฟียฺเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญของหนังสืออีกต่างหาก

ชะฮีดษานียฺ กล่าววว่า : จำนวนฮะดีซที่เซาะฮียฺ (ถูกต้อง) ในหนังสือกาฟียฺมีมากกว่า หนังสือซิฮฺฮะฮฺ ซิตตะ ของฝ่ายซุนนียฺเสียอีก เนื่องจากรายงานเซาะฮียฺในหนังสือกาฟียฺมีถึง 16199 รายงาน ขณะที่ในหนังสือซิฮฺฮะฮฺ ซิตตะ ของฝ่ายซุนนียฺ รายงานจาก อิบนุอะษีร ในหนังสือ ญามิอุลอุซูล กล่าวว่ามีเพียง 9483 รายงานเท่านั้น[1]

คำพูดของนักปราชญ์และผู้รู้ฝ่ายชีอะฮฺ เกี่ยวกับความหน้าเชื่อถือของหนังสือ และฮะดีซนั้นได้อธิบายไว้โดยละเอียด ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวโดยสรุปจากคำอธิบายที่กล่าวไว้ ดังนี้ :

เชคมุฟีด (รฮ.) กล่าวเกี่ยวกับหนังสือกาฟียฺว่า : หนังสือกาฟียฺเป็นหนังสือที่ดีและมีประโยชน์ที่สุดในหมู่หนังสือทั้งหลายของชีอะฮฺ[2]

มุฮัมมัด บิน มะกียฺ หรือรู้จักกันในนามของ ชะฮีดเอาวัล (รฮ.) กล่าวถึงหนังสือกาฟียฺว่า : หนังสือกาฟียฺ เป็นหนังสือฮะดีซ ซึ่งชีอะฮฺไม่มีหนังสือเยี่ยงนั้นอีกแล้ว[3]

อัลลามะฮฺ เฟฎกาชานียฺ (รฮ.) กล่าวว่า : หนังสือกาฟียฺเป็นหนังสือที่มีคุณค่ามากที่สุก, เชื่อถือและสมบูรณ์ที่สุด และยังถือว่าว่าเป็นรวบรวมฮะดีซของชีอะฮฺที่สมบูรณ์และครอบคลุมมากที่สุดด้วย เนื่องจากได้ครอบคลุมหลักอุซูลทั้งหมด และปราศจากการเพิ่มเติมหรือเสริมแต่งใดๆ[4]

อัลลามะฮฺ มัจญฺลิซซียฺ (รฮ.) กล่าวว่า : หนังสือกาฟียฺเป็นหนังสือที่สมบูรณ์ที่สุด และเป็นหนังสือที่ครอบคลุมหนังสืออุซูลฮะดีซ เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดในขบวนหนังสือทั้งหลาย ที่ผู้รู้ฝ่ายชีอะฮฺได้เขียนขึ้น[5]

บทสรุปจากทัศนะที่กล่าวมา ตามทัศนะของชีอะฮฺ รายงานส่วนใหญ่ในหนังสือกาฟียฺล้วนเป็นที่เชื่อถือ แต่หนังสือกาฟียฺก็เหมือนกับหนังสือฮะดีซทั่วไปที่มีรายงานอ่อนแอ และไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง

ชีอะฮฺ เชื่อว่าหนังสือเพียงเล่มเดียวที่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมด โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ นั่นคือ อัลกุรอาน

แต่กระนั้นไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะละทิ้งรายงานที่เบื่อถือได้ของหนังสือกาฟียฺ เนื่องจากมีรายงานที่อ่อนแอบางบทอยู่ในหนังสืออุซูลกาฟียฺ ซึ่งรายงานเหล่านั้นสามารถตรวจสอบได้ ตามมาตรฐานของหนังสือริญาล หนังสือกาฟียฺ เป็นหนึ่งในหนังสือที่รายงานส่วนใหญ่เชื่อถือได้ ดังนั้น จากคำพูดที่ว่ามีรายงานเชื่อถือได้มากมายในหนังสือดังกล่าว ได้อธิบายความอัลกุรอาน คำพูดเหล่านี้จะมีอุปสรรคอันใดหรือ, ดั่งที่ทัศนะของชีอะฮฺและซุนนียฺกล่าวว่า รายงานส่วนใหญ่จากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) ซึ่งบันทึกอยู่ในหนังสือ ญะวามิอ์ นั้นได้อธิบายโองการอัลกุรอาน

แน่นอน รายงานฮะดีซที่เชื่อถือได้ คือแนวทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราได้เข้าถึงตัฟซีรอัลกุรอาน เนื่องจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และบรรดาอิมาม (อ.) คือบุคคลที่มีความรอบรู้ในอัลกุรอาน และวิชาการมากที่สุด

 

 


[1] อัลมัดคัล อิลา อิลมิลริญาล วะ ดิรอยะฮฺ, หน้า 138.

[2] แหล่งวิชาการทางคอมพิวเตอร์ ดิรอยะตุลนูร

[3] บิฮารุลอันวาร, เล่ม 25, หน้า 67.

[4] อ้างแล้วเล่มเดิม

[5] มิรอาตุลอุกูล, เล่ม 1, หน้า 3

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    52651 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    50569 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    37281 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    34407 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    30724 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    29067 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24341 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    23138 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    22474 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    21640 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...