การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
8991
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/08
 
รหัสในเว็บไซต์ fa7802 รหัสสำเนา 19550
คำถามอย่างย่อ
อิมามโคมัยนีเชื่อว่าการร่ำไห้และการไว้อาลัยแด่อิมามฮุเซน(อ.)สามารถรักษาอิสลามให้คงอยู่ถึงปัจจุบันไช่หรือไม่? เพราะเหตุใด?
คำถาม
อิมามโคมัยนีเคยกล่าวไว้หรือไม่ว่า การร่ำไห้และการไว้อาลัยแด่อิมามฮุเซน(อ.)สามารถรักษาอิสลามให้คงอยู่ถึงปัจจุบัน? เพราะเหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?
คำตอบโดยสังเขป

คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์

คำตอบเชิงรายละเอียด

อิมามโคมัยนีเน้นย้ำเสมอว่า การเสียสละของท่านอิมามฮุเซน(.)ทำให้อิสลามยังคงอยู่ และชี้ให้เห็นว่าการรักษาแนวทางของท่านอิมามฮุเซนมิให้ถูกบิดเบือน กระทำได้ด้วยการจัดมัจลิสไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงท่าน ดังที่ท่านเคยกล่าวว่า "การรวมตัวกันในวันอาชูรอ และการไว้อาลัยแด่ชะฮีดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ล้วนมีความจำเริญมหาศาล"[1]

"เดือนมุฮัรรอมและเศาะฟัรเป็นเดือนที่เปี่ยมด้วยความจำเริญ เดือนแห่งการพิทักษ์อิสลาม จึงต้องฟื้นชีวิตชีวาแก่สองเดือนนี้ด้วยการรำลึกถึงโศกนาฏกรรมของอะฮ์ลุลบัยต์(.) เพราะการรำลึกถึงโศกนาฏรรมนี้ช่วยให้แนวคิดของเรายังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน... มุฮัรรอมและเศาะฟัรนี่แหล่ะที่พิทักษ์อิสลามไว้ การเสียสละของประมุขแห่งเหล่าชะฮีดนี่แหล่ะ ที่ชุบชีวิตอิสลามให้สืบทอดถึงพวกเรา[2] ...ฯลฯ

ท่านอิมามโคมัยนีกล่าวถึงเหตุผลของมุมมองดังกล่าวในสุนทรพจน์หลายครั้งด้วยกัน อาทิเช่นสุนทรพจน์ต่อไปนี้
"
พวกเขาหวั่นกลัววันอาชูรอ, ช่วงมุฮัรรอมและเศาะฟัร, และช่วงเดือนเราะมะฎอน มัจลิสเหล่านี้แหล่ะที่ทำให้ประชาชนรวมตัวกัน หากมีสิ่งใดเป็นประโยชน์แก่อิสลาม หรือผู้ใดต้องการรับใช้อิสลาม สามารถประกาศไปทั่วประเทศผ่านนักคุตบะฮ์หรืออิมามญุมอะฮ์และญะมาอัต การรวมตัวกันภายใต้ร่มธงอิสลาม ร่มธงแห่งอิมามฮุเซน จะช่วยจัดระเบียบให้สังคม หากชาติมหาอำนาจต้องการจะระดมผู้คนในประเทศของตน ก็จะต้องเตรียมการอย่างยาวนานหลายวันและต้องทุ่มทุนมหาศาลเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้มีคนมาฟังการปราศัยที่เตรียมไว้สักห้าหมื่นหรือแสนคน แต่พวกท่านก็เห็นแล้วว่ามัจลิสไว้อาลัยเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวได้ เพียงมีการจุดประเด็น ประชาชนผู้ไว้อาลัยอิมามฮุเซน(.)ก็จะรวมตัวกัน มิไช่แค่ระดับจังหวัด แต่เป็นการรวมตัวระดับประเทศ ไม่จำเป็นต้องเสียแรงโฆษณาใดๆทั้งสิ้น ขอแค่เป็นคำพูดของอิมามฮุเซนเพียงคำเดียวเท่านั้น ทุกคนจะรวมตัวกันโดยอัตโนมัติ จะเห็นได้ว่าอิมามบางท่าน(เข้าใจว่าอิมามบากิร) สั่งเสียให้มีใครสักคนไว้อาลัยแด่ท่านทุกปีที่มินา ไม่ไช่เพราะท่านอยากมีชื่อเสียง หรือมีผลประโยชน์ส่วนตัว สังเกตุจุดประสงค์ทางการเมืองของท่านให้ดี เพราะเมื่อผู้คนจากทั่วโลกเข้าสู่มินา จะได้มีผู้ที่เล่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับอิมามบากิรถึงขั้นลอบสังหารท่าน เพื่อให้เกิดกระแสตื่นตัวทั่วทุกแว่นแคว้น

พวกคลั่งตะวันตกอาจมองเราว่าเป็น"ชาติที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้" พวกเราบางคนอาจรับไม่ได้ว่าน้ำตาแค่หยดเดียวจะทำให้ได้รับผลบุญมากมายได้อย่างไร มัจลิสไว้อาลัยจะมีผลบุญมหาศาลได้อย่างไร บางคนรับไม่ได้ว่าเหตุใดดุอาแค่สองสามบรรทัดจะมีผลบุญมากขนาดนั้น จุดประสงค์ทางการเมืองของดุอาและการขอพรเหล่านี้ก็คือ ทำให้สามารถระดมประชาชนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่อิสลามกำหนด มัจลิสไว้อาลัยไม่ได้มีไว้สำหรับร้องไห้ให้ท่านอิมามฮุเซนแล้วรับผลบุญไปเพียงเท่านั้น ประเด็นสำคัญก็คือจุดประสงค์ทางการเมือง ที่บรรดาอิมามของเราได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่อิสลามยุคแรกจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือการระดมประชาชนภายใต้ร่มธงเดียวกัน แนวคิดเดียวกัน และไม่มีเรื่องราวใดจะมีอิทธิพลต่อผู้คนได้เท่ากับการไว้อาลัยแด่อิมามฮุเซน(.)...

พวกท่านคิดหรือว่าเหตุการณ์ 15 โค้รด้อด (อันเป็นเชื้อไฟของการปฏิวัติ-ผู้แปล) จะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งมัจลิสไว้อาลัย ไม่ต้องมีขบวนไว้อาลัย ไม่ต้องมีการมะตั่มและการขับโคลงกลอนไว้อาลัยอิมามฮุเซน ที่จริงแล้ว ไม่มีพลังใดจะทำให้เกิด 15 โค้รด้อดได้นอกจากพลังโลหิตของซัยยิดุชชุฮะดา ไม่มีอำนาจใดที่จะยับยั้งการโจมตีจากทุกทิศทุกทางของมหาอำนาจที่มีต่อประชาชนของเราได้นอกจากมัจลิสไว้อาลัย ในมัจลิสเหล่านี้มีการไว้อาลัยและเล่าโศกนาฏกรรมของประมุขของผู้ถูกกดขี่ ผู้ซึ่งต่อสู้และพลีชีพตนเองและญาติมิตรเพื่ออัลลอฮ์ ปัจจัยดังกล่าวได้บ่มเพาะให้วัยรุ่นก้าวสู่สนามรบและถวิลหาการเป็นชะฮีดอย่างภาคภูมิ และจะเสียใจหากมิได้เป็นชะฮีด ปัจจัยดังกล่าวได้บ่มเพาะให้เหล่าแม่บ้านที่เสียสละลูกชายไปแล้ว ยังคะยั้นคะยอว่าพร้อมจะพลีลูกชายที่เหลืออีก มัจลิสไว้อาลัยอิมามฮุเซน มัจลิสดุอา ดุอากุเมลและดุอาบทอื่นๆเท่านั้นที่สร้างแรงจูงใจได้เช่นนี้ และสามารถประคองฐานรากอิสลามให้ดำเนินบนวิถีทางเหล่านี้ต่อไปได้
และหากคนอื่นๆเข้าใจประเด็นข้างต้นว่ามัจลิสไว้อาลัยมีไว้เพื่ออะไร และเหตุใดการร้องไห้จึงมีผลบุญมากมาย เมื่อนั้นจะไม่ปรามาสเราว่าเป็น"ชนชาติที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้" แต่จะเรียกเราว่า "ชนชาติแห่งวีรกรรม" หากพวกเขาเข้าใจว่าอิมามซัยนุลอาบิดีน(.)ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในกัรบะลา และอยู่ในยุคที่เผด็จการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จนั้น ใช้อานุภาพแห่งบทดุอาปลุกระดมผู้คนได้เพียงใด พวกเขาคงไม่ถามว่า ดุอาเหล่านี้มีไว้เพื่ออะไร? หากนักวิชาการของเราเข้าใจแง่มุมทางการเมืองและสังคมของมัจลิสไว้อาลัยเหล่านี้ ดุอาและซิเกรเหล่านี้ แน่นอนว่าจะไม่ค่อนแคะว่ากระทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร? เพราะต่อให้นักวิชาการที่นิยมตะวันตกและเหล่าผู้มีอิทธิพลผนึกกำลังกันเพียงใด ก็ไม่สามารถสร้างเหตุการณ์คล้าย 15 โค้รด้อดขึ้นมาได้ ผู้ที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ผู้คนยอมอยู่ใต้ร่มธงของท่านเท่านั้น...

ขอให้พี่น้องประชาชนเห็นคุณค่าของมัจลิสเหล่านี้ เพราะมัจลิสเหล่านี้จะช่วยพิทักษ์ประชาชาติ เน้นช่วงอาชูรอเป็นพิเศษ และจัดให้มีในช่วงเวลาอื่นๆตามสะดวก ถ้าหากนักวิชาการหัวตะวันตกรู้ถึงแง่มุมทางการเมืองของมัจลิสเหล่านี้ และตระหนักถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง พวกเขานี่แหล่ะที่จะจัดมัจลิสไว้อาลัยอิมามฮุเซน(.) ฉันหวังว่าการจัดมัจลิสเหล่านี้จะพัฒนาขึ้นทั้งในแง่จำนวนและคุณภาพ ทุกภาคส่วนมีอิทธิพลต่อผู้ฟังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บรรยายที่มีชื่อเสียงไล่เรียงลงไปถึงนักอ่านบทกลอน ผู้ที่อ่านกลอนเพียงไม่กี่บท และผู้ที่เป็นนักบรรยายบนมิมบัร ล้วนมีอิทธิพลทางความคิดทั้งสิ้น แม้พวกเขาจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ مِنْ حِیْثُ لا یَشْعُرْ ..

กล่าวได้ว่าเราพัฒนาถึงขั้นที่สามารถปฏิวัติได้ในคราเดียว เสมือนการจุดระเบิดที่ไม่อาจหาที่ใดเปรียบปานได้ เราเคยเป็นชาติที่ต้องพึ่งพาชาติอื่นๆทุกด้าน ระบอบชาห์ทำให้เราสูญเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของชาติ ทันใดนั้นก็เกิดแรงระเบิดขึ้นโดยประชาชน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากมัจลิสไว้อาลัยที่สามารถระดมผู้คนให้รวมศูนย์ได้ ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่นักบรรยายและอิมามญุมอะฮ์และญะมาอัตควรจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเราเป็นชนชาติที่เอาแต่ร้องไห้ ทว่าที่ถูกต้องคือ เราเป็นชาติที่สามารถใช้น้ำตาโค่นบัลลังก์ที่ยืนยาวกว่า 2500 ปีเป็นผลสำเร็จ"[3]

เกี่ยวกับปรัชญาของการไว้อาลัยแด่อิมามฮุเซน(.)นั้น แนะนำให้หาอ่านจากบทความอื่นๆในเว็บไซต์นี้ อาทิเช่น คำถามที่ 348 และ 2302


[1] เศาะฮีฟะฮ์ อิมาม, เล่ม 13,หน้า 326, สถาบันเผยแพร่ผลงานของอิมามโคมัยนี,เตหราน,พิมพ์ครั้งที่สี่, 1386 (ศักราชอิหร่าน)

[2] อ้างแล้ว,เล่ม15,หน้า 330

[3] อ้างแล้ว,เล่ม 16,หน้า 344-348

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • หากประสบกับภาวะน้ำแพง จะอาบน้ำยกหะดัสใหญ่อย่างไร?
    8764 สิทธิและกฎหมาย 2554/08/08
    โดยปกติแล้วการทำอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ถือเป็นมุสตะฮับแต่จะเป็นวาญิบต่อเมื่อต้องทำนมาซฟัรดูหรืออิบาดะฮ์อื่นๆ[1]แต่ถ้าหากน้ำที่ใช้เพื่ออาบน้ำยกหะดัสใหญ่นั้นมีราคาสูงเสียจนอาจสร้างปัญหาแก่คุณในแง่ทุนทรัพย์ในกรณีเช่นนี้การหาน้ำและการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ก็ไม่เป็นวาญิบอีกต่อไปและสามารถทำตะยัมมุมแทนได้[2]ควรใช้น้ำสำหรับการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่เท่าที่ความสามารถของท่านจะอำนวยฉะนั้นการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่กับน้ำนั้นจะเป็นวาญิบเฉพาะกรณีที่เงื่อนไขด้านน้ำเอื้ออำนวยเท่านั้นอนึ่งหากในหนึ่งวันท่านสามารถอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ได้เพียงครั้งเดียวท่านสามารถเลื่อนการนมาซซุฮริ-อัซริออกไปและอาบน้ำยกหะดัสใหญ่เพื่อให้สามารถทำนมาซซุฮ์ริ, อัซริ, มักริบและอีชาด้วยกับการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ครั้งเดียวได้และหากท่านสามารถอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ได้๒ครั้งให้อาบน้ำยกหะดัสใหญ่สำหรับนมาซซุบฮิหนึ่งครั้งและทำอาบน้ำยกหะดัสใหญ่สำหรับนมาซ๔เวลาที่เหลือดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น (โดยเลื่อนการนมาซซุฮริและอัศริออกไปจนใกล้ถึงเวลานมาซมักริบและอิชา)[1]ประมวลปัญหาศาสนาโดยบรรดามัรญะอ์,เล่ม 1,
  • มีฮะดีษบทใดบ้างที่กล่าวถึงบุตรซินา?
    9043 ดิรอยะตุลฮะดีซ 2555/01/19
    อิสลามถือว่าบุตรที่เกิดจากการผิดประเวณี (บุตรซินา) มีสถานะเฉพาะตัวซึ่งท่านนบี(ซ.ล.)และบรรดาอิมาม(อ.)ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ตามแหล่งอ้างอิงดังต่อไปนี้1. มรดกของบุตรซินาวะซาอิลุชชีอะฮ์,เล่ม 26,หน้า 274, بَابُ أَنَّ وَلَدَ الزِّنَا لَا یَرِثُهُ الزَّانِی وَ لَا الزَّانِیَةُ وَ لَا مَنْ تَقَرَّبَ بِهِمَا وَ لَا یَرِثُهُمْ بَلْ مِیرَاثُهُ لِوُلْدِهِ أَوْ نَحْوِهِمْ وَ مَعَ عَدَمِهِمْ لِلْإِمَامِ وَ أَنَّ مَنِ ادَّعَى ابْنَ جَارِیَتِهِ وَ لَمْ یُعْلَمْ کَذِبُهُ قُبِلَ قَوْلُهُ وَ لَزِمَهُ
  • มีภัยคุกคามใดที่อาจจะเกิดขึ้นกับสาธารณรับอิสลาม?
    6014 ระบบต่างๆ 2554/11/21
    เพื่อที่จะทราบถึงภัยคุกคามของสิ่งๆหนึ่งก่อนอื่นเราจะต้องทำความรู้จักกับมูลเหตุต่างๆที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น (ปัจจัยกำเนิด) และสิ่งที่จะทำให้สิ่งนั้นดำรงอยู่ (ปัจจัยพิทักษ์) เสียก่อนเนื่องจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็คือภัยที่จะคุกคามสองปัจจัยดังกล่าวนี่เองปัจจัยกำเนิดและพิทักษ์ของสาธารณรัฐอิสลามก็คือ 1. หลักคำสอนที่สูงส่งของอิสลาม (การปฏิบัติตามคำสั่งและหลักคำสอนของอิสลาม) 2. การมีผู้นำการปฏิวัติที่รอบรู้ 3. ความเป็นปึกแผ่นของประชาชนและการเชื่อฟังผู้นำหากปัจจัยดังกล่าวถูกคุกคามสาธารณรัฐอิสลามก็จะตกอยู่ในอันตรายฉะนั้นประชาชนเจ้าหน้าที่รัฐ
  • การสมรสจะช่วยส่งเสริมหรือเป็นตัวยับยั้งพัฒนาการทางศีลธรรมกันแน่? ศาสนาอิสลามและคริสต์เห็นต่างในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
    7282 ปรัชญาของศาสนา 2554/09/11
    การสมรสเปรียบดั่งศิลาฤกษ์ของสังคมซึ่งมีคุณประโยชน์มากมายอาทิเช่นเพื่อบำบัดกามารมณ์สืบเผ่าพันธุ์มนุษย์เสริมพัฒนาการของมนุษย์ความร่มเย็นและระงับกิเลสตัณหาฯลฯในปริทรรศน์ของอิสลามการสมรสได้รับการเชิดชูในฐานะเกราะป้องกันกึ่งหนึ่งของศาสนาในเชิงสังคมการสมรสมีคุณประโยชน์อย่างเอนกอนันต์เนื่องจากจะเสริมสร้างครอบครัวให้เป็นดั่งรวงรังอันอบอุ่นที่คนรุ่นหลังสามารถพึ่งพิงได้
  • วิธีตอบรับสลามขณะนมาซควรทำอย่างไร?
    12593 สิทธิและกฎหมาย 2555/05/20
    ขณะนมาซ, จะต้องไม่ให้สลามบุคคลอื่น แต่ถ้าบุคคลอื่นได้กล่าวสลามแก่เขา, เขาจะต้องตอบในลักษณะที่ว่ามีคำว่า สลาม ขึ้นหน้า, เช่น กล่าวว่า »อัสลามุอะลัยกุม« หรือ »สลามุน อะลัยกุม« ซึ่งจะต้องไม่ตอบว่า »วะอะลัยกุมสลาม«[1] สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงคือ, คนเราต้องตอบรับสลามอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะอยู่ในนมาซหรือไม่ก็ตาม ซึ่งถ้าลืมหรือตั้งใจไม่ตอบรับสลามโดยทิ้งช่วงให้ล่าช้านานออกไป, และไม่นับว่าเป็นการตอบรับสลามอีกต่อไป, ขณะนมาซไม่จำเป็นต้องตอบ และถ้านอกเวลานมาซไม่วาญิบต้องตอบรับสลามอีก[2] [1] ...
  • การให้การเพื่อต้อนรับเดือนมุฮัรรอม ตามทัศนะของชีอะฮฺถือว่ามีความหมายหรือไม่?
    8205 สิทธิและกฎหมาย 2554/12/20
    การจัดพิธีกรรมรำลึกถึงโศกนาฏกรรมของท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ถือเป็นซุนนะฮฺ (แบบฉบับ) ซึ่งได้รับการสถาปนาและสนับสนุนโดยบรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.)
  • น้ำยาบ้วนปากซึ่งโดยปกติแล้วจะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมอยู่ จะมีฮุกุ่มอย่างไร?
    9166 สิทธิและกฎหมาย 2554/08/08
    แอลกอฮอล์ชนิดที่ยังคลางแคลงใจว่าเป็นน้ำเมา[1]แต่เดิมหรือไม่นั้นให้ถือว่าสะอาดและสามารถค้าขายหรือใช้ผลิตพันธ์ที่มีแอลกอฮอล์ดังกล่าวเป็นส่วนผสมได้ตามปกติ[2]
  • เหตุใดนบีและบรรดาอิมามจึงไม่ประพันธ์ตำราฮะดีษเสียเอง?
    6965 ริญาลุลฮะดีซ 2555/01/19
    อัลลอฮ์ลิขิตให้ท่านนบีมิได้เล่าเรียนจากครูบาอาจารย์คนใดจึงไม่อาจจะเขียนหนังสือได้เหตุผลก็ค่อนข้างชัดเจนเนื่องจากอภินิหารของท่านคือคัมภีร์อัลกุรอานและเนื่องจากไม่ไช่เรื่องแปลกหากผู้มีการศึกษาจะเขียนหนังสือสักเล่มอาจจะทำให้เกิดข้อครหาว่าคัมภีร์กุรอานเป็นความคิดของท่านนบีเองหรือครูบาอาจารย์ของท่านส่วนกรณีของบรรดาอิมามนั้นนอกจากท่านอิมามอลี(อ.)และอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.)แล้วอิมามท่านอื่นๆมิได้มีตำราที่ตกทอดถึงเราทั้งนี้ก็เพราะภาระหน้าที่ทางสังคมหรืออยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมหรือการที่มีลูกศิษย์คอยบันทึกอยู่แล้ว ...
  • จุดประสงค์ของประโยคที่อัลกุรอาน กล่าว่า “สตรีคือไร่นาของบุรุษ” หมายถึงอะไร?
    11571 زن 2555/09/08
    ความหมายของประโยคดังกล่าวที่ว่า “สตรีคือไร่นาของบุรุษ” หมายถึงเป็นการอุปมาสตรีเมื่อสัมพันธ์ไปยังสังคมมนุษย์ ประหนึ่งไร่นาของสังคมมนุษย์นั่นเอง ดั่งประที่ประจักษ์ว่าถ้าหากสังคมปราศจากซึ่งไร่นาแล้วไซร้ พืชพันธ์ธัญญาหาร ต่างๆ ก็จะไม่มีและสูญเสียจนหมดสิ้น สังคมจะปราศจากซึ่งอาหาร สำหรับการดำรงชีพ เวลานั้นพงศ์พันธ์ของมนุษย์ก็จะไม่มีหลงเหลือสืบต่อไปอีกเช่นกัน ดังนั้น ถ้าหากโลกนี้ไม่มีสตรี เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่อาจสืบสานสายตระกูลต่อไปอีกได้ เชื้อสายมนุษย์จะสิ้นสุดลงในที่สุด[1] ตามความเป็นจริงแล้ว อัลกุรอาน ต้องการที่จะแสดงให้สังคมได้เห็นว่า การมีอยู่ของสตรีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคม อย่าเข้าใจผิดว่าสตรีคือที่ระบายความใคร่ หรือกามรมย์ของบุรุษแต่เพียงอย่างเดียว ดังที่บางสังคมเข้าใจเช่นนั้น พวกเขาจึงใช้สตรีไปในวิถีทางที่ผิด ฉะนั้น อัลกุรอานต้องการแสดงให้เห็นว่า ความน่ารักของสตรีมิใช่ที่ระบายตัณหาราคะของผู้ชาย ทว่าพวกนางคือสื่อสำหรับปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้ดำรงสืบต่อไป[2] ดังนั้น โองการข้างต้นคือตัวอธิบายให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างบุรุษและสตรี ดั่งเช่นที่ไร่นาสาโทถ้าปราศจากเมล็ดพันธ์พืช จะไม่มีประโยชน์อันใดอีกต่อไป ในทำนองเดียวกันเมล็ดพันธ์ ถ้าปราศจากไร่นาก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน มีคำพูดกล่าวว่า จากโองการข้างต้นเข้าใจความหมายได้ว่า หน้าที่ของบุรุษคือ ต้องใส่ใจและดูแลภรรยาของตนอย่างดี เพื่อการได้รับประโยชน์ และขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่สังคม
  • ทั้งที่ท่านอิมามอลี (อ.) ทราบถึงเจตนาชั่วของอิบนิ มุลญัม เหตุใดท่านจึงไม่ปกป้องชีวิตตนเอง?
    7393 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/12/29
    เหตุผลที่ท่านอิมามอลีไม่แก้ไขเหตุที่จะเกิดในอนาคตก็คือ:1.ความรู้ระดับทั่วไปคือหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติภารกิจ:เพื่อเป็นการเคารพกฏเกณฑ์ของอัลลอฮ์ท่านอิมามจึงเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่เสมือนบุคคลทั่วไปโดยจะไม่ปฏิบัติตามความรู้แจ้งเห็นจริงเนื่องจากว่าหากท่านจะปฏิบัติตามญาณวิเศษย่อมจะไม่สามารถเป็นแบบฉบับแก่บุคคลทั่วไปได้เพราะบุคคลทั่วไปไม่มีญาณวิเศษ2. กลไกของโลกดุนยาตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทดสอบซึ่งหากจะปฏิบัติตามญาณวิเศษก็ย่อมจะทำให้กลไกดังกล่าวเสียหายเนื่องจากจะทำลายชีวิตประจำวันของผู้คนสรุปคือแม้ว่าอิมามอลีมีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตเสมือนบุคคลทั่วไปแต่ทว่าประการแรก: หน้าที่ดังกล่าวอยู่ในขอบเขตความรู้ทั่วไปมิไช่ญาณวิเศษประการที่สอง: คู่กรณีของท่าน(อิบนิมุลญัม)

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    61346 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    58957 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    43377 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    41541 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    39982 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    35184 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    29228 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    29204 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    29052 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    26885 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...