การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4227
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa10135 รหัสสำเนา 20041
หมวดหมู่ تاريخ بزرگان
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่ ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ?
คำถาม
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่? ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ
เท่าที่ดิฉันทราบมา เรื่องราวดังกล่าวมิได้มีการกล่าวถึงในแหล่งอ้างอิงที่เรารู้จัก (อย่างเช่นอัลอิรช้าด) ยิ่งไปกว่านั้น อิมาดุดดีน เฏาะบะรี ผู้ประพันธ์หนังสือ “กามิล บะฮาอี” ผู้รายงานเรื่องนี้เองก็รายงานอย่างกำกวมและมิได้ระบุชื่อของเด็กหญิงดังกล่าว (ในกรณีที่เราเชื่อถือนักรายงานคนนี้ /เนื่องจากไม่ทราบว่าสายรายงานน่าเชื่อถือหรือไม่)
อีกด้านหนึ่ง แหล่งอ้างอิงอย่าง เฏาะบะกอตุ้ลกุบรอ ... ฯลฯ ยืนยันว่าสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) รอดชีวิตกลับมาและได้แต่งงานมีบุตร เมื่อได้อ่านเช่นนี้ดิฉันจึงฉงนใจอย่างยิ่ง คุณคิดว่ามีหลักฐานที่หนักแน่นพอหรือไม่ที่จะพิสูจน์การมีอยู่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวในเรื่องนี้?
คำตอบโดยสังเขป

แม้ว่านักประวัติศาสตร์จะมิได้กล่าวถึงบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(.) ที่มีนามว่า รุก็อยยะฮ์ หรือฟาฏิมะฮ์ศุฆรอ ฯลฯ แต่ตำราบางเล่มก็สาธยายเรื่องราวอันน่าเวทนาของเด็กหญิงคนนี้  ซากปรักหักพังในแคว้นชาม
เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์บางเล่ม อาทิเช่น
. เมื่อท่านหญิงซัยนับ(.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่าโอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย
. เมื่อถึงวาระสุดท้ายของอิมามฮุเซน(.) ท่านกล่าวขณะที่ชิมร์ (ฆาตกร) อยู่เบื้องหน้าท่านว่าซัยนับของพี่ สะกีนะฮ์ของพ่อ โอ้บุตรหลานของฉัน ผู้ใดจะดูแลพวกเธอภายหลังจากฉันเล่า? รุก็อยยะฮ์ของพ่อ อุมมุกุลษูมของพี่ พวกเธอคืออะมานะฮ์ของพระองค์ เวลาแห่งสัญญาใกล้จะมาถึงแล้ว
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ
เชคเฏาะบัรซีเล่าวา สะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ
สรุปคือ มีตำรามากมายกล่าวถึงสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.)

จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง  เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน() (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ  ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา

คำตอบเชิงรายละเอียด

นักประวัติศาสตร์และนักประพันธ์จดหมายเหตุอสัญกรรม(มักตัล) ระบุถึงบุตรสาวสองคนที่ชื่อ ฟาฏิมะฮ์ และสะกีนะฮ์ ในหมู่บุตรธิดาของท่านอิมามฮุเซน(.)[1] บางคนก็เพิ่มชื่อซัยนับเข้าไปด้วย[2] ส่วนบางคนก็เล่าถึงเรื่องราวอันน่าเวทนาของบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(.)  ซากปรักหักพังในเมืองชาม[3] ซึ่งนักเขียนชุดหลังล้วนรายงานเรื่องราวดังกล่าวจากหนังสือ กามิล บะฮาอี (ประพันธ์ในศตวรรษ ..ที่เจ็ด) ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์และตำราฮะดีษบางเล่ม อาทิเช่น
เมื่อท่านหญิงซัยนับ(.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่าโอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย[4] แสดงถึงการมีอยู่จริงของเด็กหญิงที่อิดโรยเนื่องจากพรากจากพ่อ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ระเบียน รุก็อยยะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน เลขที่ (เว็บไซต์- 7318)

เมื่อพิจารณาตำราประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุอสัญกรรมอย่างละเอียดก็จะพบว่า นักประวัติศาสตร์ทั้งฝ่ายซุนหนี่และชีอะฮ์ต่างก็ระบุว่าอิมามฮุเซน(.)มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อสะกีนะฮ์
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ[5]
เชคเฏาะบัรซีกล่าวเสริมว่า อิมามฮุเซน(.)ได้ทำการสมรสเธอกับอับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน (ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง) โดยอับดุลลอฮ์ได้เป็นชะฮีดในวันอาชูรอ[6]
หนังสือ มักตะลุ้ลฮุเซนระบุว่า เธอสมรสกับลูกผู้พี่ (อับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน) แต่เขาเสียชีวิตในวันอาชูรอก่อนที่จะได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม่มีบุตรธิดา[7]
นอกจากนี้ เชคเฏาะบัรซียังเล่าว่า สะกีนะฮ์ บินติ ฮุเซน(.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ[8]
ซะฮะบีกล่าวไว้ในหนังสือ ตารีคุลอิสลามว่าสะกีนะฮ์เป็นบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) จากนั้นก็ได้นำเสนอรายชื่อหนังสือราวยี่สิบเล่มที่กล่าวถึงเธอไว้[9] จึงทราบได้ว่ามีหนังสือมากมายที่กล่าวถึงสะกีนะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) โดยเราได้เพิ่มเติมแหล่งอ้างอิงไว้ในเชิงอรรถแล้ว[10]

เกี่ยวกับอายุของเธอนั้น นักวิชาการมีทัศนะที่แตกต่างกัน แต่จากการสังเคราะห์ทัศนะต่างๆจะได้ข้อสรุปว่าเธอถึงวัยที่สามารถสมรสได้ (หรืออาจจะสมรสแล้ว) ในวันอาชูรอ
จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง  เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว[11]
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน() (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ  ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา



[1] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด, รวมผลงานของเชคมุฟี้ด,เล่ม 2,หน้า 135, ดารุลมุฟี้ด, เบรุต,..1414
อิบนุ ชะฮ์รอชู้บ,มะนากิบ อาลิ อบีฏอลิบ, เล่ม 4,หน้า 77, สำนักพิมพ์ อัลลามะฮ์,กุม
เฏาะบัรซี, อะอ์ลามุ้ลวะรอ, เล่ม 1,หน้า 478, สถาบันอาลุลบัยต์, พิมพ์ครั้งแรก,..1417
อัซซุบัยรี, มุศอับ, นะซับกุร็อยช์,หน้า 59,ดารุลมะอาริฟ,ไคโร,พิมพ์ครั้งที่สาม
บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 1288, ดารุลฟิกร์, เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,..1417
สิบฏ์ บิน เญาซี, ตัซกิเราะตุ้ลเคาะว้าศ, หน้า, 249, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์,เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,..1401

[2] อัลอิรบิลี, กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์ ฟีมะอ์ริฟะติลอะอิมมะฮ์, เล่ม 2,หน้า 38,ค้นคว้าเพิ่มเติมโดยเราะซูลี,ตับรีซ,ตลาดมัสญิดญามิอ์

[3] กุมี, เชคอับบาส, นะฟะซุลมะฮ์มูม,หน้า 415,416, สำนักพิมพ์มักตะบะฮ์ฮัยดะรียะฮ์,พิมพ์ครั้งแรก,1379
อัลอีก้อด,ชาฮ์ ดับดุลอะซีมี,หน้า 179,สำนักพิมพ์ฟีรู้ซออบอดี,พิมพ์ครั้งแรก,..1411
ฮาอิรี, มะอาลิสซิบฏ็อยน์,เล่ม 2,หน้า 170,สำนักพิมพ์อันนุอ์มาน,เบรุต,..1412
กุมี,เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 807,สำนักพิมพ์ฮิจรัต,พิมพ์ครั้งที่สี่,..1411
เฏาะบะรี,อิมาดุดดีน, กามิล บะฮาอี,เล่ม 2,หน้า 179,สำนักพิมพ์มุศเฏาะฟะวี

[4] มัจลิซี,มุฮัมมัดบากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 115 …یا اخی فاطم الصغیرة کلمّا فقد کاد قلبها ان یذوبا
อัลกุนดูซี,ยะนาบีอุ้ลมะวัดดะฮ์,เล่ม 2,หน้า 421,สำนักพิมพ์ชะรีฟเราะฎี,พิมพ์ครั้งแรก,1371

[5] มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 37, สำนักพิมพ์อิลมียะอ์อิสลามียะฮ์

[6] เฏาะบัรซี,อะอ์ลามุ้ลวะรอ,เล่ม 1,หน้า 418, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์ และ มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,หน้า 25 และ อัลอิรบิลี,กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์,หน้า 157

[7] มูซะวี, อับดุรร็อซซ้าก, มักตะลุลฮุเซน(.), หน้า 397, สำนักพิมพ์บะศีเราะตี

[8] เพิ่งอ้าง

[9] ซะฮะบี, ตารีคุ้ลอิสลาม,เล่ม 7,หน้า 371, ดารุลกิตาบิลอะเราะบี,เบรุต,เลบานอน

[10] อบุลฟะร็อจ อิศฟะฮานี,มะกอติลุฏฏอลิบียีน, หน้า 94,119,133,167,   และ บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 362, และ อิบนิ ฮันนาน, อัษษิก้อต, เล่ม 4,หน้า 351, สำนักพิมพ์กุตุบุษษิกอฟะฮ์, และ อัลบุคอรี,ตารีคิสเศาะฆี้ร,เล่ม 1,หน้า 273, ดารุลมะอ์ริฟะฮ์,เลบานอน,เบรุต และ อัลอัศฟะรี,ตารีค เคาะลีฟะฮ์ บิน ค็อยยาฏ,หน้า 274, ดารุลฟิกร์,เบรุต และ มุฮัมมัด บิน สะอ์ด, เฏาะบะกอตุ้ลกุ้บรอ,เล่ม 8,หน้า 475,เบรุต และ อัลมัซนี,ตะฮ์ซีบุ้ลกะมาล,เล่ม 6,หน้า 397, สำนักพิมพ์ริซาละฮ์, และ อิบนิ อามิร,ตารีคุลมะดีนะฮ์,เล่ม 2,หน้า 52 และ เล่ม 29,หน้า 69, ดารุลฟิกร์, ดามัสกัส, และ อิบนิ มากูลา, อิกมาลุ้ลกะมาล,เล่ม 4,หน้า 316, และ เล่ม 7,หน้า 107,ดารุลกิตาบิลอิสลามี,ไคโร และ มัจลิซี,มุฮัมมัด บากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 47และหน้า 169,เบรุต และ กุมี, เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 547, สำนักพิมพ์ฮุซัยนี

[11] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บินนุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 22, แปลโดย เราะซูลี มะฮัลลอที,สำนักพิมพ์อิลมียะฮ์อิสลามียะฮ์, ดูระเบียน: บุตรธิดาของอิมามฮุเซน(.)

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • มีความจำเป็นอะไรที่บรรดาอิมามต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ และจะรู้ได้อย่างไรว่าอิมามเป็นมะอฺซูม?
    4934 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/21
    ฝ่ายชีอะฮฺมีความเชื่อขัดแย้งกับฝ่ายซุนนียฺว่า, บรรดาอิมามในทุกกรณี –ยกเว้นเรื่องวะฮียฺ- มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ), ด้วยเหตุนี้เอง, บรรดาอิมามต้องเหมือนกับศาสดาตรงที่ว่าไม่ผิดพลาด, ไม่พลั้งเผลอกระทำบาปและต้องเป็นมะอฺซูม. ดั่งที่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และบรรดาศาสดาท่านอื่นเป็นอยู่แต่ฝ่ายอะฮฺลิซซุนนะฮฺ, เชื่อว่าตำแหน่งตัวแทนของท่านศาสดาเป็นเพียงตำแหน่งธรรมดาทางสังคมเท่านั้น-
  • โปรดบอกวิธีการทำลายพระนามของอัลลอฮฺที่ปรากฏอยู่ตามจดหมายต่างๆ หรือตามกระดาษอื่นๆ
    3099 สิทธิและกฎหมาย 2554/11/21
    เป็นความจำเป็นและวาญิบต้องให้เกียรติและแสดงความเคารพต่อพระนามของอัลลอฮฺการไม่ให้เกียรติหรือไม่แสดงความเคารพหรือดูถูกพระนามเหล่านั้นถือว่าฮะรอมดังนั้น
  • จนถึงปัจจุบันมีผู้ใดบ้างได้ยืนหยัดต่อสู้กับชัยฎอน และแนวทางการต่อสู้ของเขาเป็นอย่างไร?
    5248 จริยธรรมปฏิบัติ 2555/04/07
    ตามทัศนะของอัลกุรอาน ชัยฏอนไม่อาจมีอิทธิพลเหนือปวงบ่าวที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าได้ ปวงบ่าวที่เป็น มุคลิซีน หมายถึง บุคคลที่ได้ไปถึงยังตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งชัยฏอนไม่อาจมีอำนาจเหนือพวกเขาได้ แน่นอน การต่อสู้กับชัยฏอนจำเป็นต้องมีสื่อและอุปกรณ์จำเป็นประกอบการต่อสู้ ซึ่งการมีอุปกรณ์เหล่านี้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับชัยฏอนได้ และจะได้รับชัยชนะในการต่อสู้ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างอุปกรณ์บางอย่างเหล่านั้น ได้แก่ 1.อีมาน : อัลกุรอานกะรีมกล่าวว่า อีมาน คือ ตัวการหลักที่ขัดขวางการมีอิทธิพลของชัยฏอนเหนือผู้ศรัทธา 2. ตะวักกัล : อีกหนึ่งตัวการที่สามารถเอาชนะชัยฏอนและพลพรรคได้ คือการตะวักกัลป์ มอบหมายภารกิจแด่อัลลอฮฺ 3. อิสติอาซะฮฺ : หมายถึงการขอความช่วยเหลือ หรือสถานพักพิงต่ออัลลอฮฺ 4. การรำลึกถึงอัลลอฮฺ : การรำลึกถึงอัลลอฮฺ จะให้ความสว่างแก่มนุษย์ ...
  • การมองอย่างไรจึงจะถือว่าฮะรอมและเป็นบาป?
    6009 สิทธิและกฎหมาย 2554/11/21
    คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์ ...
  • ปรัชญาของการมีทาสในอิสลามคืออะไร? อิสลามมีวิธีการจัดการกับสิ่งเหล่าอย่างไร?
    7029 بیشتر بدانیم 2555/08/22
    ถูกต้องบทบัญญัติเกี่ยวกับ การแต่งงานกับทาส, การเป็นมะฮฺรัมกับทาส, สัญญาซื้อขาย (ข้อตกลงที่จะปล่อยทาสเป็นไท) และ ...ได้ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน, การมีทาสได้รับการยืนยันว่ามีจริงในสมัยของท่านเราะซูล (ซ็อลฯ) และต้นยุคอิสลาม แต่จำเป็นต้องกล่าวว่าอิสลามมีโปรแกรมที่ละเอียดอ่อน และมีกำหนดเวลาในการปลดปล่อยทาสให้เป็นไท ซึ่งบั้นปลายสุดท้ายของทั้งหมดเหล่านั้นคือ การได้รับอิสรภาพเป็นไททั้งสิ้น ดังนั้นการเผชิญหน้าของอิสลามกับปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องกล่าวถึงประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้: 1-อิสลามมิเคยเริ่มต้นปัญหาเรื่องทาส 2-อิสลามถือว่าปัญหาชะตากรรม และความเจ็บปวดใจของทาสในอดีตที่ผ่านมาคือ ปัญหาความล้าหลังอันยิ่งใหญ่ของสังคม 3-อิสลามได้วางโครงการที่ละเอียดอ่อน เพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นไท, เนื่องจากครึ่งหนึ่งของพลเมืองในสมัยก่อนเป็นทาสทั้งสิ้น, พวกเขาไม่มีอิสรเสรีในการประกอบอาชีพการงาน, ไม่มีปัจจัยสำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป.ถ้าหากอิสลามได้มีคำสั่งต่อสาธารณชนว่าให้ทั้งหมดปล่อยทาสให้เป็นไท, ซึ่งเป็นไปได้ว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาจะต้องสูญเสียชีวิต หรือไม่ชนส่วนใหญ่ก็จะต้องว่างงานไร้อาชีพ หิวโหย ถูกกีดกัน และพวกเขาต้องได้รับแรงกดดันจนกระทั่งเข้าทำร้ายและโจมตีในทุกที่ การประจัญบาน การนองเลือด และการทำลายกฎระเบียบของสังคมก็จะทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง อิสลามได้วางแผนการไว้อย่างละเอียด เพื่อดึงดูดสังคมให้ทาสเหล่านี้ได้รับอิสรภาพ และเป็นไทไปที่ละน้อย ซึ่งแผนการดังกล่าวมีองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน ...
  • แต่งงานมา 8 ปีและไม่เคยชำระคุมุสเลย กรุณาให้คำแนะนำด้วย
    3161 วิธีคำนวนและชำระคุมุส 2555/03/18
    สำนักงานของท่านอายาตุลลอฮ์อุซมา ซิซตานี วันแรกของการทำงานถือว่าเป็นต้นปีของการชำระคุมุส และในวันครบรอบวันนั้นของทุก ๆ ปีจำเป็นที่จะต้องชำระคุมุสในสิ่งที่เหลือใช้ ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือสิ่งของก็ตาม เช่นข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าที่เหลือใช้เป็นต้น หากภายในหนึ่งปีไม่ได้ใช้สิ่งของเหล่านั้น และหากปีก่อน ๆ ไม่ได้คำนวนและชำระคุมุสก็จะต้องทำเช่นนี้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี จะต้องชำระย้อนหลังในส่วนที่หลงเหลือมาจนทบปีใหม่ซึ่งเผอิญใช้ชำระไปทั้งที่ยังไม่ได้ชำระคุมุสของปีก่อนๆ และหากไม่แน่ใจว่าคุมุสที่ค้างอยู่นั้นมีจำนวนเท่าใด จะต้องชำระในจำนวนที่แน่ใจไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะทยอยชำระก็ตาม และอิฮ์ติยาฏวาญิบจะต้องเจรจากับตัวแทนของมัรญะอ์เกี่ยวกับจำนวนคุมุสที่คลุมเคลือด้วย อย่างเช่น หากสันนิษฐานในระดับ 50 เปอร์เซนต์ว่าต้องชำระคุมุสจำนวนหนึ่ง ก็สามารถชำระครึ่งหนึ่งของคุมุสจำนวนนั้น และหากเป็นบ้าน, ของใช้ในบ้าน, รถ หรือของใช้อื่น ๆ ซึ่งได้ซื้อมาด้วยกับเงินที่ได้มาในตลอดทั้งปี และได้ใช้อยู่เป็นประจำก็จะถือว่าไม่ต้องชำระคุมุสแต่อย่างใด สำนักงานท่านอายาตุลลอฮ์อุซมา มะการิม ชีรอซี ไม่จำเป็นที่จะต้องชำระเงินคุมุสของบ้านและเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด อีกทั้งยานพาหนะ (ถ้ามี) ให้คำนวนของใช้ที่เหลือและหักลบหนี้สินที่เกี่ยวข้องออกไป สามารถชำระคุมุสจากเงินที่เหลือทั้งหมดด้วยเงินสดหรือเงินผ่อนได้
  • เหตุใดอิสลามต้องบริหารโดยบรรดาฟุกอฮาอ์?
    3317 เทววิทยาใหม่ 2554/09/11
    อิสลามเป็นศาสนาสุดท้ายบทบัญญัติต่างๆของอิสลามล้วนมีลักษณะถาวรและดังที่อิสลามสามารถตอบโจทก์ได้ในอดีตก็ย่อมจะต้องตอบทุกโจทก์ในอนาคตได้เช่นกัน อีกด้านหนึ่งนับวันก็ยิ่งจะมีปัญหาใหม่ๆเกิดขึ้นรายวันซึ่งล้วนไม่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อต้องพิจารณาปัญหาใหม่ๆโดยอ้างอิงหลักการที่เปรียบเสมือนกฏหมายแม่อิสลามจึงกำหนดวิธีการเฉพาะกิจโดยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญปัญหาศาสนาที่รู้ทันสถานการณ์โลกทำการค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาต่างๆโดยจะต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขและความจำเป็นต่างๆของสังคมและประชาคมโลกเพื่อให้ได้มาซึ่งปรัชญา
  • ทัศนะของอัลกุรอาน เกี่ยวกับความประพฤติสงบสันติของชาวมุสลิม กับศาสนิกอื่นเป็นอย่างไร?
    10832 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/09/29
    »การอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสันติของศาสนาต่างๆ« คือแก่นแห่งแนวคิดของอิสลาม อัลกุรอานมากมายหลายโองการ ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับประเด็นนี้เอาไว้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งกล่าวโดยตรงสมบูรณ์ หรือกล่าวเชิงเปรียบเปรย ทัศนะของอัลกุรอาน ถือว่าการทะเลาะวิวาท การสงคราม และความขัดแย้งกัน เนื่องจากแตกต่างทางความเชื่อ ซึ่งบางศาสนาได้กระปฏิบัติเช่นนั้น เช่น สงครามไม้กางเกงของชาวคริสต์ เป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ อิสลามห้ามการเป็นศัตรู และมีอคติกับผู้ปฏิบัติตามศาสนาอื่น และถือว่าวิธีการดูถูกเหยียดหยามต่างๆ ที่มีต่อศาสนาอื่น มิใช่วิธีการของศาสนา อัลกุรอาน ได้แนะนำและสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี ด้วยแนวทางต่างๆ มากมาย แต่ ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่สุด อาทิเช่น : 1.ความเสรีทางความเชื่อและความคิด 2.ใส่ใจต่อหลักศรัทธาร่วม 3.ปฏิเสธเรื่องความนิยมในเชื้อชาติ 4.แลกเปลี่ยนความคิดด้วยสันติวิธี
  • อะไรคืออุปสรรคของการเสวนาระหว่างอิสลามและศาสนาคริสต์?
    6032 เทววิทยาใหม่ 2554/07/07
    คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์ ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    50886 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    48276 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    35367 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    32789 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    28001 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    27476 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    23331 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    21934 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    21448 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    20645 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...