การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
6751
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2555/01/23
 
รหัสในเว็บไซต์ fa11599 รหัสสำเนา 21052
คำถามอย่างย่อ
แนวทางความคุ้นเคยกับอัลกุรอาน และความหลงใหลคืออะไร?
คำถาม
ถ้าหากมีวัยรุ่นต้องการคำแนะนำจากท่าน ให้ช่วยโน้มน้าวเขาไปสู่อัลกุรอาน หรือมีความรักต่ออัลกุรอาน ท่านจะมีวิธีการแนะนำเขาอย่างไร?
คำตอบโดยสังเขป

ถ้าหากท่นได้อ่านอัลกุรอาน, เพียงแค่เนียตเพื่ออัลลอฮฺ พร้อมกับใคร่ครวญและปฏิบัติตาม, เท่านี้ความรักในอัลกุรอาน ก็จะเกิดขึ้นโดยปริยาย และจะทำให้มนุษย์มีความรักต่ออัลกุรอาน

คำตอบเชิงรายละเอียด

อะดีซจากท่านอิมามซอดิก (.) กล่าวว่า ความถูกต้องอันอมตะคือ ผลพวงที่เกิดจากความมักคุ้นที่มีต่ออัลกุรอาน นับตั้งแต่วัยเด็กเรื่อยมา :

เยาวชนทุกคนที่มีศรัทธา ได้อ่านอัลกุรอาน ฟังอัลกุรอาน และอัลกุรอานได้ผสมผสานเข้าไปในเนื้อหนังมังสาของเขา พระผู้เป็นเจ้าจะจัดให้เขาอยู่ในแถวเดียวกันกับมลาอิกะฮฺ และอัลกุรอาน และจะกลายเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องเขาในวันฟื้นคืนชีพ..ดังนั้น ถ้าเขายิ่งมีความอดทนอดกลั้นมากเท่าใด ผลรางวัลของเขาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น[1]

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการที่จะได้รับประโยชน์ด้านจิตวิญญาณของอัลกุอานนั้น จำเป็นต้องรักษาเงื่อนไขสำคัญเอาไว้ ซึ่งสำคัญที่สุดของเงื่อนไขเหล่านั้นคือ การเอาใจใส่เรื่องความสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ มนุษย์จำเป็นต้องปฏิบัติตนให้เข้ากับอัลกุรอาน ทั้งสองด้าน เขาจำเป็นต้องรับทุกคำแนะนำสั่งสอนของอัลกุรอาน แล้วต้องปฏิบัติตามคำสอนเหล่านั้น เพื่อว่าจะได้ทำให้จิตใจของตนมีความสูงส่ง และได้รับประโยชน์จากด้านอื่นของอัลกุรอาน มิเช่นนั้นแล้ว การล่วงรู้ในคำแนะนำสั่งสอนของอัลกุรอาน หรือการอ่านอัลกุรอาน เพียงอย่างเดียวไม่สามารถปลดเปลื้องปมเงื่อนงำในกิจการงานของเขาได้ดอก

โปรดพิจารณาโองการอัลกุรอาน เกี่ยวกับประเด็นนี้ :

1. และเราได้ให้ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานลงมา ซึ่งเป็นการบำบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา แต่อัลกุรอานมิได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรม นอกจากการขาดทุนเท่านั้น[2]

2. “จงกล่าวเถิด "อัลกุรอานนั้นเป็นแนวทางที่เที่ยงธรรมและเป็นการบําบัดแก่บรรดาผู้มีศรัทธา ส่วนบรรดาผู้ไม่มีศรัทธานั้น ในหูของพวกเขามีจะหนวก และอัลกุรอานเป็นความบอดสำหรับพวกเขา ชนเหล่านี้จะถูกร้องเรียกจากสถานที่อันไกล"[3]

3. “แท้จริง อัลกุรอานนี้ชี้นำกลุ่มชนสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดี[4]

4. “ดังนั้น เจ้าจงตักเตือนด้วยอัลกุรอานนี้แก่ผู้กลัวการลงโทษของฉันให้ระวัง[5]

บนพื้นฐานดังกล่าวนี้เอง, ก่อนที่จะอ่านอัลกุรอาน,จงหลีกเลี่ยงจากชัยฏอนไปสู่การคุ้มครองของอัลลอฮฺเถิดดังนั้น เมื่อเจ้าอ่านอัลกุรอาน ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกอเปหิ[6] และเมื่ออ่านอัลกุรอาน, จงรำลึกถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ของพระผู้อภิบาลเถิด, และจงอย่าทำตนเยี่ยงคนหูหนวกตาบอดและบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการทั้งหลายของพระผู้อภิบาลของ พวกเขา พวกเขาจะไม่ผินหลังให้เป็นสภาพเช่นคนหูหนวกตาบอด[7] ทว่าพวกเธอจงก้มกราบศีรษะแนบพื้นดินด้วยน้ำตาและความความสำรวมเมื่ออัลกุรอานได้ถูกอ่านแก่พวกเขาแล้ว พวกเขาจะหมอบลง ใบหน้าจรดพื้นเพื่อกราบสุญด"[8] และหลังจากนั้นเมื่อได้ยินคำสอนของอัลกุรอาน สรรพลางของเขาจะสั่นด้วยความหวาดกลัว “. อัลลอฮฺได้ทรงประทานพระวจนะที่ดียิ่งลงมาเป็นคัมภีร์คล้องจองกันกล่าวซ้ำกัน ผิวหนังของบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระผู้อภิบาลของพวกตนจะมีขนลุกชัน แล้วผิวหนังของพวกเขาและหัวใจของพวกเขาจะสงบลงเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮฺ นั่นคือการชี้นำทางของอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงชี้นำทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง เขาก็จะไม่มีผู้ชี้นำทาง[9]

และเหล่านี้คือเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นถึงความรักหลงใหลต่ออัลกุรอาน ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์และทุกท่วงท่าของชีวิตเขาจะขอความช่วยเหลือจากอัลกุรอาน และเขาจะเป็นผู้ช่วยเหลืออัลกุรอานที่ดีที่สุด ดังบทกวีของท่านฮาฟิซ ชีรอซียฺกล่าวว่า:

ความรักเมื่อสุกงอมถึงขั้น ก็จะกลายเป็นส่งปกป้องตัวคุณ

จงอ่านกุรอานด้วยความใคร่ครวญและสำนึก

 แล้วเวลานั้นจงพิจารณาอัลกุรอานด้วยความรัก ท่านก็จะสามารถติดตามการเติบโตทางจิตวิญญาณและความเป็นเลิศได้ :

 เมื่อตืนนอนยามเช้าฉันกำได้พบกับความสลามัตและการปกป้อง

 ทุกสิ่งที่ฉันมีทั้งหมดมาจากอัลกุรอาน

ในทางกลับกัน, ถ้าเป้าหมายของการเรียนรู้หรือการอ่านอัลกุรอาน, เพื่อเป็นปฏิปักษ์แล้วละก็ชีวิตแห่งโลกนี้ก็จะล่อลวงพวกเขาเพราะพวกเจ้าได้ยึดถือเอาสัญญาณต่าง  ของอัลลอฮฺเป็นของล้อเลียน และชีวิตแห่งโลกนี้ได้ล่อลวงพวกเจ้า[10] หรือมีเป้าหมายเพื่อวัตถุปัจจัยหรือความเห็นแก่ตัวในการสร้างความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน, นอกจากจะไม่มีความก้าวหน้าหรือเติบโตทางจิตวิญญาณแล้ว, ทว่าความสัมพันธ์ของเขา  พระผู้อภิบาลเขาจะมิได้เป็นผู้มีความสัมพันธ์ต่ออัลกุรอานเลยแม้แต่น้อย ทว่าเขาจะถูกทำให้ตกต่ำเสียด้วยซ้ำไป มีรายงานจำนวนมากมายกล่าวถึงประเภทความสัมพันธ์ที่มีต่ออัลกุรอาน ซึ่งได้รับการวิเคราะห์วิจัยไว้มากมาย ซึ่งจะขอหยิบยกเป็นตัวอย่างดังนี้ :

1.ท่านศาสดา (ซ็อล ) กล่าวว่า : ประชาชาติที่ดีที่สุดคือ ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน, นมาซและศีลอดไม่ว่าจะอยู่ในที่ลับสายตา หรือที่เปิดเผย,อัลกุรอานก็อยู่ในใจของเขามาโดยตลอด, ดังนั้น จะมีเสียงประกาศดังขึ้นว่า : โอ้ บุคคลที่อัลกุรอานอยู่ในใจของพวกเขา จงแสดงความนอบน้อมถ่อมตนกับอัลกุรอาน เถิดเพื่ออัลลอฮฺจะทรงเพิ่มพูนความเข้มแข็งในการยืนหยัดแก่ท่าน และจงอย่าแสวงหาความไม่ภาคภูมิใจจากคัมภีร์กุรอาน เนื่องจากอัลลอฮฺทรงให้กาลเวลามีชีวิตด้วยอัลกุรอาน, ดังนั้น จงประประดับประเวลาชีวิตของตนด้วยการปรากฏตัว  เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ เพื่อว่าอัลลอฮฺจะทรงเพิ่มพูนการประดับประดาในตัวท่าน และจงอย่านำเอาอัลกุรอาน เป็นสิ่งประดับประดาตัวท่าน  ประชาชน เพราะอัลลอฮฺ จะกระชากท่านให้หน้าคะมำลงมา เวลานั้นจงอ่านอัลกุรอานให้ดียิ่ง, ประหนึ่งวามิได้สัมพันธ์อยู่กับวะฮฺยู แตะสาส์นของนบูวัตได้อยู่ในใจท่านตลอดเวลา เมื่อท่านอยู่กับอัลกุรอาน ท่านก็จะไม่ปฏิบัติตัวเยี่ยงคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ไม่รู้เรื่องใดๆ , ท่านจะไม่กริ้วโกรธหรือบันดาลโทสะเมื่อประสบกับความโมหะของคนอื่น, ท่านจะไม่ระรานด้วยการระรานของคนอื่น, ทว่าเพื่อให้เกียรติในความยิ่งใหญ่ของอัลกุรอาน ท่านจะอดทน ให้อภัย และปกปิดสายตาจากพฤติกรรมไม่ดีของพวกเขา ...”[11]

2. ท่านอิมามบากิร (.) กล่าวว่า : นักอ่านอัลกุรอานแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน กล่าวคือ :

กลุ่มที่หนึ่ง : บุคคลหนึ่งได้ให้อัลกุรอานเป็นสื่อในการแสวงหาเครื่องยังชีพสำหรับตน เขาจะอ่านอัลกุรอานต่อหน้าชนชั้นผู้ปกครอง และจะขายเกียรติยศของเขาแก่ประชาชน

กลุ่มที่สอง : พวกเขาอ่านอัลกุรอานด้วยการพึงระมัดระวังความสมดุลภายนอก มีความตั้งใจอันเพียงพอ แต่จะหลงลืมคำสั่งสอนของอัลกุราอน ดังนั้น อัลลอฮฺ จะไม่ทรงเพิ่มพูนสิ่งในแก่นักอ่านเหล่านี้

กลุ่มที่สาม : พวกเขาได้อ่านอัลกุรอานโดยนำเอาโอสถของอัลกุรอาน มาบำบัดเยียวยาอาการป่วยไข้ และความเจ็บปวดแห่งจิตวิญญาณของตน เขาได้ท่องไปกับอัลกุรอานทั้งในยามทิวาและราตรี เขาได้ยื่นหยัดนมาซ และตื่นจากที่นอนด้วยด้วยอัลกุรอาน และนักอ่านอัลกุรอานกลุ่มนี้เองที่พระผู้อภิบาลทรงถอดถอนการลงโทษ และการทดสอบต่างๆ ออกไปเนื่องด้วยความสิริมงคลที่มาจากพวกเขา และพระองค์ยังทรงให้ห่างไกลจากบรรดาศัตรู ทรงประทานฝนแห่งความเมตตาจากฟากฟ้าให้หลั่งไหลสู่พื้นดิน เนื่องจากพวกเขา[12]

3.ญาบิรได้สนทนาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของอัลกุรอาน ซึ่งมีบางกลุ่มชนเมื่อได้อ่านหรือได้ยินอัลกุรอาน เนื่องจากแรงโน้มน้าวของอัลกุรอาน พวกเขาจะสลบหมดสติไป ถึงขึ้นที่ฉันคิดว่าถ้าหากในช่วงนั้นจับเขาตัดมือและเท้า เขาก็จะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ท่านศาสดา (ซ็อล ) กล่าวว่า : ซุบฮานัลลอฮฺ นี่คือแนวทางของชัยฎอน อัลลอฮฺ มิทรงปรารถนาสิ่งนี้จากพวกเขา ทว่าการอ่านอัลกุรอ่านต้องทำให้จิตใจอ่อนนุ่มและมีความเยือกเย็น มีสัมมาคารวะ ร่ำไห้และมีความเกรงกลัวต่อพระองค์[13]



[1] กุลัยนียฺ, มุฮัมมัด บินยะอฺกูบ,กาฟียฺ, เล่ม 2 หน้า 603, ฮะดีซที่ 4, ดารุลกุตุบ อัลอิสลามียะฮฺ, เตหะราน ปี 1365.

[2] อัลกุรอาน บทอัลอิสรอ, 82.

[3] อัลกุรอาน บทฟุซลัต,44

[4] อัลกุรอาน บทอัลอิสรอ, 9

[5] อัลกุรอาน บทก็อฟ, 45

[6] อัลกุรอาน บทนะฮฺลุ,98

[7] อัลกุรอาน บทฟุรกอน, 73

[8] อัลกุรอาน บทมัรยัม, 58, บทอิสรออฺ 107, 109.

[9] อัลกุรอาน บทอัซซุมัร, 23

[10] อัลกุรอาน บทญาซียะฮฺ, 35.

[11] อุซูลกาฟียฺ, เล่ม 2 หน้า 604, ฮะดีซที่ 1

[12] อ้างแล้วเล่มเดิม, หน้า 627, ฮะดีซที่ 1

[13] อ้างแล้วเล่มเดิม, หน้า 616, ฮะดีซที่ 1

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ในเมื่อการกดขี่เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว เหตุใดอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงยังไม่ปรากฏกาย
    5009 เทววิทยาดั้งเดิม
    เมื่อคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้จะทำให้เราค้นหาคำตอบได้ง่ายยิ่งขึ้น1.     เราจะเห็นประโยคที่ว่าیملأ الارض قسطا و عدلا کما ملئت ظلما و جورا" ในหลายๆฮะดิษ[1] (ท่านจะเติมเต็มโลกทั้งผองด้วยความยุติธรรมแม้ในอดีตจะเคยคละคลุ้งไปด้วยความอยุติธรรม) สิ่งที่เราจะเข้าใจได้จากฮะดีษดังกล่าวก็คือ
  • การเล่นนกพิราบในอิสลามมีกฎอย่างไรบ้าง, เพราะเหตุใด?
    6680 สิทธิและกฎหมาย
    การกระทำดังกล่าวโดยตัวของมันแล้วไม่มีปัญหาทางชัรอียฺแต่อย่างใดแต่โดยปกติแล้วถ้าเป็นการกลั่นแกล้งคนอื่นหรือเพื่อนบ้านซึ่งในบางพื้นที่ประชาชนจะมองว่าเขาเป็นคนมักง่ายเห็นแก่ตัวดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่าการกระทำเช่นนั้นมีปัญหา, ด้วยเหตุนี้มัรญิอฺตักลีดจึงได้มีทัศนะเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากกระทำนั้นไว้ดังนี้:สำนักฯพณฯท่านอายะตุลลอฮฺอัลอุซมาคอเมเนอียฺ (
  • ประชาชนชาวเมืองกุมไม่ว่าจะกระทำผิดเพียงใดก็จะไม่ถูกลงโทษในไฟนรกกระนั้นหรือ?
    4453 เทววิทยาดั้งเดิม
    1.รายงานฮะดีซที่เกี่ยวข้องกับเมืองกุม, ที่ว่าประชาชนชาวกุมจะไม่ตกนรกนั้นไม่ถูกต้อง.2.การรู้จักมักคุ้นกับลูกหลานของท่านศาสดา (ซ็อล
  • การบริโภคเนื้อเต่าคือมีฮุกุมอย่างไร? ฮะลาลหรือฮะรอม?
    5473 สิทธิและกฎหมาย
    การบริโภคเนื้อเต่าถือว่าเป็นฮะรอม[1]ในภาษาอาหรับเรียกเต่าว่า “ซุลฮะฟาต” และมีริวายะฮ์มากมายที่กล่าวว่าเป็นฮะรอม[2]
  • วะฮฺยูคืออะไร ประทานลงมาแก่ศาสดาอย่างไร
    17245 อัล-กุรอาน
    วะฮฺยู (วิวรณ์) "ในเชิงภาษาความถึง การบ่ชี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่เป็นชนิดหนึ่งของคำ หรือเป็นรหัสหรืออาจเป็นเสียงอย่างเดียวปราศจากการผสม หรืออาจเป็นการบ่งชี้และสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ความหมายและการนำไปใช้ที่แตกต่างกันของคำนี้ในพระคัมภีร์กุรอาน ทำให้เราได้พบหลายประเด็นที่สำคัญ : อันดับแรก วะฮฺยูไม่ได้เฉพาะพิเศษสำหรับมนุษย์เท่านั้น ทว่าหมายรวมถึงพืช สัตว์ และสิ่งไม่มีชีวิตอื่นด้วย .... (วะฮฺยู เมื่อสัมพันธ์ไปยังสิ่งมีชีวิตก็คือ การชี้นำอาตมันและสัญชาติญาณ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการชี้นำในเชิงตักวีนีของพระเจ้า เพื่อชี้นำพวกเขาไปยังเป้าหมายของพวกเขา) แต่ระดับชั้นที่สูงที่สุดของวะฮฺยู เฉพาะเจาะจงสำหรับบรรดาศาสดา และหมู่มวลมิตรของพระองค์เท่านั้น ซึ่งจุดประสงค์ในที่นี้หมายถึง การดลความหมายนบหัวใจของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) หรือการสนทนาของพระเจ้ากับท่านเหล่านั้น บทสรุปก็คือโดยหลักการแล้วการดลอื่นๆ ...
  • ความตายจะเกิดขึ้นในสวรรค์หรือนรกหรือไม่?
    5942 เทววิทยาดั้งเดิม
    โองการกุรอานฮะดีษและเหตุผลเชิงสติปัญญาพิสูจน์แล้วว่าหลังจากที่มนุษย์ขึ้นสวรรค์และลงนรกแล้วความตายจะไม่มีความหมายอีกต่อไป กุรอานขนานนามวันกิยามะฮ์ว่า “เยามุ้ลคุลู้ด”(วันอันเป็นนิรันดร์) และยังกล่าวถึงคุณลักษณะของชาวสวรรค์ว่า “คอลิดีน”(คงกระพัน) ส่วนฮะดีษก็ระบุว่าจะมีสุรเสียงปรารภกับชาวสวรรค์และชาวนรกว่า “สูเจ้าเป็นอมตะและจะไม่มีความตายอีกต่อไป(یا اهل الجنه خلود فلاموت و یا اهل النار خلود فلا ...
  • อิสลามมีกฏเกณฑ์อย่างไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว?
    19168 สิทธิและกฎหมาย
    อิสลามถือว่าอัลลอฮ์ทรงสร้างชายและหญิงให้มีบทบาทเกื้อกูลกันและกันหนึ่งในปัจจัยที่ทั้งสองเพศต้องพึ่งพากันและกันก็คือความต้องการทางเพศทว่าการบำบัดความต้องการดังกล่าวจะต้องอยู่ในเขตคำสอนของอิสลามเท่านั้นจึงจะสามารถรักษาศีลธรรมจรรยาของทั้งสองฝ่ายได้อิสลามถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวก่อนแต่งงานไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านสื่อหากเป็นไปด้วยความไคร่หรือเกรงว่าจะเกิดความไคร่ถือว่าไม่อนุมัติแต่สำหรับความสัมพันธ์ในการทำงานวิชาการและการศึกษาถือเป็นที่อนุมัติเฉพาะในกรณีที่ไม่โน้มนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ...
  • ทำไมจึงเกิดการทุจริตในรัฐบาลอิสลาม ?
    8811 จริยธรรมทฤษฎี
    ปัจจัยการทุจริตและการแพร่ระบาดในสังคมอิสลาม -- จากมุมมองของพระคัมภีร์อัลกุรอาน – อาจกล่าวสรุปได้ในประโยคหนึ่งว่า : เนื่องจากไม่มีความเชื่อในพระเจ้าและการไม่ปฏิเสธมวลผู้ละเมิดทั้งหลาย (หมายถึงทุกสิ่งที่ไม่ใช่พระเจ้าและไม่สีสันของพระเจ้า) ในทางตรงกันข้ามความเชื่อมั่นในอัลลอฮฺ (ซบ.) และการปฏิเสธบรรดาผู้ละเมิดซึ่งเป็นไปในลักษณะของการควบคู่และร่วมกันอันก่อให้เกิดความก้าวหน้า
  • ทั้งที่พจนารถของอิมามบากิรและอิมามศอดิกมีมากมาย เหตุใดจึงไม่มีการรวบรวมไว้ในหนังสือสักชุดหนึ่ง?
    5462 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    หากจะพิจารณาถึงสังคมและยุคสมัยของท่านอิมามบากิร(อ.)และอิมามศอดิก(อ.)ก็จะเข้าใจได้ว่าเหตุใดจึงไม่มีการรวบรวมตำราดังกล่าวขึ้นอย่างไรก็ดีฮะดีษของทั้งสองท่านได้รับการรวบรวมไว้ในบันทึกที่เรียกว่า “อุศู้ลสี่ร้อยฉบับ” จากนั้นก็บันทึกในรูปของ”ตำราทั้งสี่” ต่อมาก็ได้รับการเรียบเรียงเป็นหมวดหมู่ฟิกเกาะฮ์ในหนังสือวะซาอิลุชชีอะฮ์กว่าสามสิบเล่มโดยท่านฮุรอามิลีแต่กระนั้นก็ต้องทราบว่าแม้ว่าฮะดีษของอิมามสองท่านดังกล่าวจะมีมากกว่าท่านอื่นๆก็ตามแต่หนังสือดังกล่าวก็มิได้รวบรวมเฉพาะฮะดีษของท่านทั้งสองแต่ยังรวมถึงฮะดีษของอิมามท่านอื่นๆอีกด้วย ทว่าปัจจุบันมีการเรียบเรียงหนังสือในลักษณะเจาะจงอยู่บ้างอาทิเช่นมุสนัดอิมามบากิร(อ.) และมุสนัดอิมามศอดิก(
  • กรุณานำเสนอตัวบทภาษาอรับของฮะดีษที่ระบุถึงความความสำคัญของประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์นิพนธ์ พร้อมทั้งแหล่งอ้างอิง
    5007 تاريخ کلام
    มีโองการกุรอานและฮะดีษมากมายกล่าวถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์และการครุ่นคิดถึงความเป็นไปของคนรุ่นก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวบทเรียนจากแนวประสบการณ์ของบุคคลในอดีตมาปรับประยุกต์ใช้ได้ในอนาคต จุดประสงค์ดังกล่าวปรากฏเด่นชัดในสำนวนฮะดีษจากท่านอิมามอลี(อ.) ด้วยเหตุนี้เราจึงขอนำเสนอฮะดีษจากท่าน ณ ที่นี้ อิมามอลี(อ.)ได้กล่าวไว้ในสาส์นที่มีถึงท่านอิมามฮะซันเกี่ยวกับความสำคัญของประวัติศาสตร์ว่า “ลูกพ่อ แม้ว่าพ่อจะมิได้มีอายุขัยเท่ากับอายุขัยของบรรพชนรวมกัน แต่เมื่อพ่อได้ไคร่ครวญถึงพฤติกรรมและข่าวคราวของบรรพชน และได้ท่องไปในความเป็นมาของพวกเขาทำให้พ่อรู้สึกราวกับว่าได้อยู่ในยุคของพวกเขา หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการศึกษาประสบการณ์ของบรรพชนทำให้พ่อเสมือนมีชีวิตอยู่ตั้งแต่มนุษย์คนแรกจนถึงคนสุดท้าย” สอง. ท่านกล่าวไว้อีกเช่นกันว่า “จงพิสูจน์สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว จงใช้ผลการศึกษาเรื่องราวในอดีตในการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ทั้งนี้ก็เพราะปรากฏการณ์ในโลกคล้ายคลึงกัน จงอย่าเอาเยี่ยงอย่างผู้ที่ไม่รับฟังคำแนะนำจนกระทั่งประสบความยากลำบาก เพราะมนุษย์ผู้มีปัญญาจะต้องได้รับอุทาหรณ์ด้วยการครุ่นคิด มิไช่สัตว์สี่เท้าที่จะต้องเฆี่ยนตีเสียก่อนจึงจะเชื่อฟัง” ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    55110 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    53363 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    39300 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    36644 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    34394 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    31148 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    25846 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    25129 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    25043 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    23315 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...