การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
10229
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2550/10/13
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1609 รหัสสำเนา 28161
คำถามอย่างย่อ
เพราะเหตุใดอัลกุรอานจึงเป็นโองการ โองการ? และซูเราะฮฺใดจากซูเราะฮฺต่างๆ ที่ได้ประทานแก่นะบี (ซ็อลฯ) ในครั้งเดียว?
คำถาม
สาเหตุที่อัลกุรอานแบ่งเป็นโองการ โองการคืออะไร? และมีกี่ซูเราะฮฺที่ได้ประทานแยกลงมาแก่นะบี (ซ็อลฯ)
คำตอบโดยสังเขป

อัลกุรอานถูกประทานลงมาในสองลักษณะกล่าวคือ ลงมาคราวเดียวกัน และทยอยลงมา (เป็นโองการ โองการ และเป็นซูเราะฮฺ ซูเราะฮฺ) ขณะเดียวกันได้มีเหตุผลกล่าวไว้ถึงการทยอยประทานลงมา เช่น :

1.เพื่อสร้างความมั่นคงแก่จิตใจของนะบี

2.เพื่อความต่อเนื่องของวะฮฺยู และการทยอยประทานลงมานั้นได้สร้างความอบอุ่นใจแก่ท่านนะบี (ซ็อลฯ) และบรรดามุสลิมทั้งหลาย

3.เพื่อจะได้ทิ้งช่วงในการอ่านแก่ประชาชน เป็นการง่ายดายต่อการจดจำของพวกเขา สามารถคิดใคร่ครวญได้อย่างรอบคอบ และจดจำได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นยังให้ความรู้และการปฏิบัติตามใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

และเนื่องจากว่ามีประเด็นเรื่องราวถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานมากมาย ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องจัดแบ่งประเด็นเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่ และหมวดหมู่เหล่านั้น ที่มีความเหมาะสมกันยังถูกจัดไว้ในหมวดเดียวกัน ซึ่งแยกไปจากหมวดอื่น ด้วยเหตุนี้เอง จึงเห็นว่าอัลกุรอานถูกจัดเป็นโองการๆ และเป็นบทแยกต่างหาก

สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงขอบข่าย การเริ่มต้น และสิ้นสุดของทุกโองการ ได้ถูกกระทำขึ้นตามคำสั่งของท่านนะบี (ซ็อลฯ) ซึ่งจำเป็นต้องยอมรับสิ่งนั้นโดยปริยาย แน่นอน อัลกุรอานบางบทอาจมีขนาดเล็ก และถูกประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดต่อไปในคำตอบโดยละเอียด

คำตอบเชิงรายละเอียด

มิต้องสงสัยเลยว่า อัลกุรอานได้ถูกทยอยประทานลงมาแก่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ตลอดระยะเวลาภายใน 23 ปี อีกด้านหนึ่งเรากล่าวว่า : “อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอนในคืนเดียว”[1] โองการอธิบายให้เห็นว่า อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอน ทำนองเดียวกันบางโองการกล่าวว่า "إِنَّا أَنْزَلْناهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ"[2] และโองการที่กล่าวว่า

 "إِنَّا أَنْزَلْناهُ فِي لَيْلَةٍ مُبارَكَةٍ"[3] แสดงให้เห็นว่าอัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมาทั้งหมดภายในคืนเดียวกัน ดังนั้น เมื่อเปรียเทียบกันทั้งสามโองการ ทำให้ประจักษ์ชัดว่า และคืนนั้น คือคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอน

รายงานฮะดีซบางบทได้กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า อัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมาในสองลักษณะ กล่าวคือ :

ฮัฟซ์ บิน ฆิยาษ เล่าว่า เขาได้ถามท่านอิมามญะอฺฟัร อัซซอดิก (อ.) ว่า การที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสไว้ในโองการหนึ่งว่า : شَهْرُ رَمَضانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการประทานกุรอาน ขณะที่อัลกุรอาน ได้ถูกทยอยประทานลงมาตั้งแต่แรก จนจบภายในระยะเวลา 23 ปีนั้นหมายถึงอะไร? กล่าวว่า  : อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ภายในเดือนรอมฎอน ณ บัยตุลมะอฺมูร หลังจากนั้นได้ทยอยประทานลงมาภายในระยะเวลา 23 ปี[4] ขณะที่รายงานจากฝ่ายอะฮฺลิซซุนนะฮฺ กล่าวถึง บัยตุลอิซซะฮฺ แทนคำว่าบัยตุลมะอฺมูร

ตัฟซีรซอฟียฺ บทนำที่เก้าอธิบายว่า บัยตุลมะอฺมูร หมายถึงหัวใจของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) : ประหนึ่งว่าวัตถุประสงค์คือ การประทานอัลกุรอานลงมาที่หัวใจของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสไว้อีกที่หนึ่งว่า "نَزَلَ بِهِ الرُّوحُ الْأَمِينُ عَلى‏ قَلْبِكَ" ได้ประทานรูฮุลอามีนลงมายังหัวใจของเขา โดยทยอยประทานออกจากหัวใจของเขา ไปสู่คำพูดภายในระยะเวลา 23 ปี เวลานั้น ญิบรออีลจะลงมาเพื่ออ่านวะฮฺยูเป็นคำแก่เขา

ส่วนสาเหตุของการทยอยประทานลงมา :

ในสมัยของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น หรือมุสลิมประสบกับชะตากรรมและปัญหา หรือในการติดต่อระหว่างกัน หรือเพื่อขจัดอุปสรรคปัญหา หรือเพื่อต้องการตอบข้อสงสัยและคำถามต่างๆ ที่ได้ถูกตั้งขึ้นในสมัยนั้น โองการกลุ่มหนึ่งหรืออัลกุรอานบางบทจึงได้ถูกประทานลงมา

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการประทานโองการลงมา โดยทั่วไปเรียกว่า สาเหตุแห่งการประทานลงมา ซึ่งการรู้จักถึงสาเหตุของการประทานลงมาก่อน จะช่วยสร้างความเข้าใจอันลึกซึ้งต่อโองการเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นตลอดระยะเวลา 23 ปี ทั้งก่อนและหลังการอพยพของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) อัลกุรอานจึงได้ถูกทยอยประทานลงมา ตามเหตุการณ์ และความเหมาะสม ซึ่งการประทานลงมาลักษณะนี้ บางครั้งก็เป็นโองการๆ และบางครั้งก็เป็นทั้งซูเราะฮฺ จนกระทั้งถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตอันจำเริญของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) หลังจากโองการต่างๆ ที่ถูกประทานลงมา ได้ถูกรวบรวมขึ้นเป็น อัลกุรอาน

การประทานลงมาในลักษณะนี้ ถือเป็นคุณลักษณะพิเศษประการหนึ่งของอัลกุรอาน ที่แตกต่างไปจากคัมภีร์แห่งฟากฟ้าฉบับอื่นๆ เนื่องจากคัมภีร์ ซุฮุฟ ของศาสดาอิบรอฮีม และอัลวาฮฺ ของมูซา (อ.) ได้ประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เอง จึงกลายเป็นที่โจมตีของบรรดามุชริกีน อัลกุรอานกล่าวว่า : บรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่า ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขาครั้งเดียวกันทั้งหมด? ได้มีคำตอบแก่พวกเขาว่า “เช่นนั้นแหละ เพื่อเราจะทำให้หัวใจของเจ้ามั่นคงหนักแน่น (ด้วยเหตุนี้) เราจึงได้ทยอยอ่านแก่เจ้า”[5] บางที่พระองค์ตรัสว่า “อัลกุรอาน (โองการ) นี้ เราได้แยกไว้อย่างชัดเจน เพื่อเจ้าจะได้อ่านแก่มนุษย์อย่างช้าๆ และเราได้ทยอยประทานลงมาเป็นขั้นตอน”[6] อัลลามะฮฺ เฏาะบาเฏาะบาอียฺ (รฮ.) อธิบายไว้ในตัฟซีร อัลมีซานถึงประเด็นที่มีค่าอย่างยิ่งว่า : โองการเหล่านี้ นอกจากบริบทแล้วยังได้ครอบคลุมความรู้ทั้งหมดของอัลกุรอาน ซึ่งความรู้เหล่านั้นอยู่ ณ อัลลอฮฺ ในรูปของคำและประโยค ซึ่งนอกจากการทยอยประทานลงมาแล้ว มนุษย์จะไม่เข้าใจความหมาย, ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงต้องทยอยประทานลงมา อันเป็นคุณลักษณะพิเศษอันเฉพาะสำหรับโลกนี้ เพื่อประชาชนจะได้สามารถทำความเข้าใจ และคบคิดสิ่งนั้น อีกทั้งยังสะดวกต่อการท่องจำ ฉะนั้นตามที่กล่าวมา โองการข้างต้นจึงให้ความหมายดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

« إِنَّا جَعَلْناهُ قُرْآناً عَرَبِيًّا لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ وَ إِنَّهُ في‏ أُمِّ الْكِتابِ لَدَيْنا لَعَلِيٌّ حَكيم‏ »[7]

แท้จริง เราได้ประทานคัมภีร์เป็นกุรอานภาษาอาหรับ เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญา แท้จริงอัลกุรอาน อยู่ในแม่บทแห่งคัมภีร์ ณ ที่เรา คือสูงส่งพรั่งพร้อมด้วยวิทยา สิ่งที่กำลังกล่าวถึงคือ วิทยปัญญาของการทยอยประทานลงมาของอัลกุรอาน และความใกล้ชิดระหว่างวิทยปัญญาและการปฏิบัติตามอัลกุรอาน กับการได้รับศักยภาพทั้งหมด[8] ในความก้าวหน้าของประชาชาติ การประทานอัลกุรอาน โดยทยอยลงมาเป็นบทๆ หรือเป็นโองการ ก็เพื่อให้ประศักยภาพทั้งหมดของประชาชน เกิดความก้าวหน้า และพัฒนาด้านวิชาการอันเป็นหลักของความศรัทธา และบทบัญญัติซึ่งถือเป็นหลักในการปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นที่ความเหมาะสมและความพอดีสำหรับปวงมนุษย์ และสิ่งนี้ก็คือ ความใกล้ชิดกันระหว่างวิทยปัญญาของอัลกุรอาน กับการปฏิบัติ เพื่อให้มนุษย์ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการศึกษาวิชาการ และบทบัญญัติ เขาจะได้รับวิชาการติดต่อกันอันต่ออัน เพื่อว่าจะได้ไม่ประสบปัญหาเฉกเช่นคัมภีร์เตารอต ที่ได้ประทานลงมาในคราวเดียวกัน อันเป็นสาเหตุทำให้ชาวยิวไม่มีการพัฒนาด้านวิชาการ จนกระทั่งว่าถ้าหากอัลลอฮฺ ไม่นำภูเขาชูขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา พวกเขาก็ไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง”[9]

ในทำนองเดียวกันสามารถเข้าใจได้จากอัลกุรอาน ถึงวิทยปัญญาของการทยอยประทานอัลกุรอานลงมา เพื่อให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และบรรดามุสลิมมีความรู้สึกว่า ตนได้ร่วมอยู่ในความการุณย์ของพระผู้อภิบาลเสมอ และพวกเขามีความสัมพันธ์กับอัลลอฮฺอย่างแนบแน่น ดังนั้น การที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความอบอุ่นและความมั่นใจ ให้เกิดแก่จิตใจของพวกเขา[10]

ดังนั้น การประทานอัลกุรอานในช่วงเวลาต่างๆ และตามความเหมาะสม และรวมรวมขึ้นเป็นบทต่างๆ ในรูปแบบของคัมภีร์ ซึ่งเรียกว่า “กุรอาน” จำนวนโองการต่างๆ ในแต่ละบทนั้นถือว่าเป็นคำสั่งที่เป็นการกำหนดไว้แล้ว โดยเริ่มต้นจากบทที่เล็กที่สุด (บทเกาษัร ซึ่งมีอยู่ 3 โองการ) จนถึงบทที่ใหญ่ที่สุด (บทบะเกาะเราะฮฺมีทั้งสิ้น 286 โองการ) ซึ่งการรวบรวมโองการและบทนั้น ได้รับคำสั่งอันเฉพาะจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันโดยปราศจากการยุ่งเกี่ยว ซึ่งเป็นคำสั่งอันเร้นลับซ่อนอยู่ในนั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับปาฏิหาริย์ของอัลกุรอาน และมีความเหมาะสมกับโองการเหล่านั้น[11]

ในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับวิธีการจัดวางบท จากโองการต่างๆ จำเป็นต้องกล่าวว่า : การเรียบเรียง, ความเป็นระบบและจำนวนโองการในบทต่างๆ ได้ถูกรวบรวมขึ้นในสมัยของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยปฏิบัติไปตามคำสั่งของท่าน อันถือว่าเป็นการกำหนด ซึ่งจำเป็นต้องยอมรับและต้องอ่านไปตามนั้น ในแต่ละบทจะมีบิสมิลลาฮฺ ถูกประทานลงมาตอนต้นของทุกๆ บท และโองการต่างๆ ได้ถูกบันทึกเรียงไว้ตามวาระของการประทานลงมา จนกระทั่งบิสมิลลาฮฺ ถูกประทานลงมาเท่ากับบทใหม่ได้เริ่มต้นแล้ว และนี่เป็นระเบียบทางธรรมชาติของโองการ บางครั้งก็เกิดสิ่งที่ขัดกับธรรมชาติ โดยท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้รับการบ่งชี้จากญิบรออีล เพื่อว่าให้โองการนั้นขัดกับธรรมชาติของความเป็นระเบียบ ในบทอื่น เช่น โองการที่กล่าวว่า [12]« وَ اتَّقُوا يَوْماً تُرْجَعُونَ فيهِ إِلَى اللَّهِ ثُمَّ تُوَفَّى كُلُّ نَفْسٍ ما كَسَبَتْ وَ هُمْ لا يُظْلَمُونَ»  ซึ่งกล่าวว่าเป็นโองการสุดท้ายที่ถูกประทานลงมา แต่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้สั่งให้เอาโองการดังกล่าววางไว้ระหว่างโองการที่กล่าวถึง ดอกเบี้ย และโองการที่กล่าวถึง ดีน ในบทบะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 281

ด้วยเหตุนี้ การบันทึกโองการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไปตามระเบียบของธรรมชาติ หรือเป็นไปตามกำหนดด้วยคำสั่งของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ก็มิได้หมายความว่าในทุกๆ เมื่อจบเรื่องแล้ว จะเป็นการสิ้นสุดโองการ แล้วกี่มากน้อยแล้วที่เรื่องราวได้จบลงตอนตรงกลางของโองการ และไปต่อเรื่องในโองการอื่นหลังจากนั้น ดังนั้น ไม่ว่าโองการจะสั้นหรือยาวก็มิได้ขึ้นอยู่เรื่องราว สิ่งนี้เป็นคำสั่งที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งอดีตมีความขัดแย้งกันอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้เอง ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงมีคำสั่งให้หยุด และไม่

ส่วนบทต่างๆ ที่ได้ถูกประทานลงมาแก่ท่านนะบี (ซ็อลฯ) ในคราวเดียวกัน ประกอบด้วยบท : อัฎฎุฮา, อัลฟาติฮะฮฺ, อิคลาซ, เกาษัร, ตับบัต, บัยยินะฮฺ, นัซรฺ, อันนาส, ฟะลัก, มุรซะลาต, มาอิดะฮฺ, อันอาม, เตาบะฮฺ, มุรสะลาต, ซ็อฟ, อาดียาต, กาฟิรูน,[13]

 


[1] บทบะเกาะเราะฮฺ โองการ 185, "شَهْرُ رَمَضانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ ".

[2] บทก็อดร์ โองการ 1.

[3] บทอัดดุคอน 3

[4] อัลกาฟียฺ, คัดลอกมาจากตัฟซีรซอฟียฺ, บทนำที่ 9

[5] บทอัลฟุรกอน, 32, กล่าวว่า وَ قالَ الَّذينَ كَفَرُوا لَوْ لا نُزِّلَ عَلَيْهِ الْقُرْآنُ جُمْلَةً واحِدَةً كَذلِكَ لِنُثَبِّتَ بِهِ فُؤادَكَ وَ رَتَّلْناهُ تَرْتيلاً

[6] บทอัลอิสรอ, 106, กล่าวว่า وَ قُرْآناً فَرَقْناهُ لِتَقْرَأَهُ عَلَى النَّاسِ عَلى‏ مُكْثٍ وَ نَزَّلْناهُ تَنْزيلا

[7] บทซุครุฟ, 3, 4

[8] เพื่อความก้าวหน้า และการบรรลุถึงศักยภาพของประชาชน

[9] เฏาะบาเฏาะบาอีย, มุฮัมมัดฮุซัยนฺ, ตัฟซีรมีซานฉบับแปล, เล่ม 13, หน้า 305, 306.

[10] มะอฺริฟัต, มุฮัมมัดฮาดี, อุลูมกุรอาน, กุม, มุอัซเซะเซะ ฟังฮังกี ตัมฮีด, 1380, หน้า 60-61.

[11] อุลูมกุรอาน, เล่มก่อนหน้านี้, หน้า 111

[12] บะเกาะเราะฮฺ 281

[13] อัสรอร,มุซเฏาะฟา,ดอเนสตันนีฮอเยะกุรอาน, ฮะซันซอเดะฮฺ, ซอดิก, กิลีด กุรอาน, หน้า 134.

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
กรุณาป้อนค่า

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • นมาซหมายถึงอะไร? เพราะเหตุใดเยาวชนจึงหลีกเลี่ยงการนมาซ
    9191 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/10/22
    นมาซ,คือขั้นสุดท้ายของการพัฒนาจิตวิญญาณของผู้ขัดเกลาทั้งหลาย ซึ่งเขาจะได้สัมผัสและสนทนากับพระเจ้าของตนโดยปราศจากสื่อกลางในการพูดอัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า : จงนมาซเถิด เพื่อจะได้ฟื้นฟูการรำลึกถึงฉัน และฉันจะรำลึกถึงพวกท่านโดยผ่านนมาซ ถ้าหากการรำลึกถึงอัลลอฮฺจะปรากฏออกมาโดยผ่านนมาซแล้วละก็, จะทำให้หัวใจของมนุษย์มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น, เนื่องจากการรำลึกถึงพระเจ้าจะทำให้จิตใจมีความเชื่อมั่น, ผู้นมาซทุกท่านเท่ากับได้ทำลายสัญชาติญาณแห่งความเป็นเดรัจฉานของตน และฟื้นฟูธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ของตนเองให้มีชีวิตชีวา,คุณลักษณะพิเศษของนมาซ, คือการฟื้นฟูธรรมชาติแห่งตัวตน,ผู้นมาซทุกคนที่ได้รับความมั่นใจ และความสงบอันเกิดจากนมาซ จะไม่แสดงความอ่อนไหวต่อสภาพชีวิตการเป็นอยู่ จะไม่แสดงความอ่อนแอแม้จะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และมีความลำบากยิ่ง ถ้าหากมีความดีงามมาถึงยังพวกเขา, พวกเขาจะไม่กีดกันและจะไม่หวงห้ามสำหรับคนอื่นนมาซคือ เกาซัร (สระน้ำ) ...
  • เพราะเหตุใดอัลลอฮฺ จึงไม่ตอบรับดุอาอฺขอฉัน?
    11719 دعا 2555/06/30
    ดุอาอฺ คือหัวใจของอิบาดะฮฺ, ดุอาอฺคือการเชื่อมน้ำหยดหนึ่งกับทะเล และด้วยการเชื่อมต่อนั่นเองคือ การตอบรับ.ความสัมฤทธิ์ผลจากอัลลอฮฺต่างหาก ที่มนุษย์ได้มีโอกาสดุอาอฺต่อพระองค์, การตอบรับดุอาอฺนั้นมีมารยาทและเงื่อนไขอยู่ในตัว, ต้องเอาใจใส่ต่อสิ่งเหล่านั้น และต้องขจัดอุปสรรค์ที่ขวางกั้นให้หมดไป, อุปสรรคสำคัญอันเป็นเหตุให้ดุอาอฺไม่ถูกตอบรับคือ บาปกรรม,การรู้จักอัลลอฮฺก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ดุอาอฺถูกตอบรับ ...
  • สามารถกุรบานสัตว์ (เชือดพลี) ในพิธีฮัจญฺ นอกเขตมุนาได้หรือไม่?
    2458 สิทธิและกฎหมาย 2554/06/22
    ท่านอายะตุลลอฮฺอัลอุซมาฟาฎิลลันกะรอนียฺ :ตอบว่า, ไม่อนุญาตเนื่องจากการเชือดพลีแกะเป็นวาญิบประการหนึ่งของพิธีฮัจญฺซึ่งต้องทำให้มุนาหรือสถานที่ปัจจุบันได้กระทำกันอยู่และต้องเชือดพลีในช่วงเทศกาลฮัจญฺเท่านั้นท่านอายะตุลลอฮฺอัลอุซมามะการิมชีรอซียฺ :ตอบว่า, ก่อนหน้านี้ได้ออกคำวินิจฉัยประเด็นนี้ไปแล้วว่าฮุจญาตสามาถเลือกได้ว่าจะเชือดพลีในมักกะฮฺหรือที่เมืองของตนแต่ต้องพิจารณาและเอาใจใส่เงื่อนไขต่างๆของการกุรบานอย่างสมบูรณ์ ...
  • การยกภูเขาฏู้รขึ้นเหนือศีรษะบนีอิสรออีลหมายความว่าอย่างไร?
    3549 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/04/02
    ในหลายโองการมีสำนวน وَ رَفَعْنا فَوْقَكُمُ الطُّور ปรากฏอยู่ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับบนีอิสรออีลทั้งสิ้น ตำราอรรถาธิบายกุรอานอธิบายว่าโองการเหล่านี้กล่าวถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากความดื้อรั้นของบนีอิสรออีลในยุคของท่านนบีมูซา(อ.) อัลลอฮ์ย่อมมีพลานุภาพที่จะยกภูเขาฏู้รบางส่วนให้ลอยขึ้นเหนือศีรษะของบนีอิสรออีล ดังที่ทรงเคยสร้างดวงดาวนับล้านๆดวง สร้างจักรภพและจักรวาลให้เคลื่อนที่ในอวกาศโดยมีระยะห่างที่เหมาะสม การที่จะเกิดเหตุการณ์ดังที่กุรอานเล่าไว้จึงไม่ไช่เรื่องเหลือเชื่อในแง่วิทยาศาสตร์และสติปัญญา ...
  • ทำไมเราจึงต้องมีเพียงสิบสองอิมามเท่านั้น ในยุคสมัยของอิมามที่ไม่ปรากฏตัว เราจะสามารถหาทางรอดพ้นได้อย่างไร?
    3383 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/10/03
    ตำแหน่งอิมามเป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า การกำหนดตัวบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นอิมามและจำนวนของอิมามนั้นขึ้นกับพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าและทางเดียวที่เราจะสามารถรับรู้ถึงเจตนาดังกล่าวได้ก็คือฮะดีษของท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ศ็อลฯ) นั่นเองท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงบุคคลและจำนวนของอิมาม(อ
  • ระหว่างการปฏิบัติตามพินัยกรรมและการแบ่งมรดก ควรกระทำสิ่งใดก่อน?
    4819 มรดก 2555/04/02
    คำถามข้างต้นแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน ซึ่งเราขอตอบทีละส่วนดังนี้ 1. ระหว่างการปฏิบัติตามพินัยกรรมและการแบ่งมรดก ควรกระทำสิ่งใดก่อน? กุรอานและฮะดีษระบุว่าให้สะสางหนี้สินและปฏิบัติตามพินัยกรรมของผู้ตายก่อนที่จะแบ่งมรดก มีสี่โองการเป็นอย่างน้อยที่ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน مِنْ بَعْدِ وَصِيَّةٍ يُوصي‏ بِها أَوْ دَيْن(...ภายหลังจากจำแนกส่วนที่ระบุในพินัยกรรมและหนี้สินออก และส่วนของมรดก...)[1] จะเห็นได้ว่าโองการนี้ต้องการจะสื่อว่าการปฏิบัติตามพินัยกรรมกระทำก่อนการแบ่งมรดก[2] 2. สามารถทำพินัยกรรมในทรัพย์สินทั้งหมดโดยไม่เหลือเป็นมรดกเลยได้หรือไม่? บุคคลที่มีสติสัมปชัญญะและบรรลุนิติภาวะย่อมมีอิสระในการบริหารทรัพย์สินของตนในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นต้นว่าสามารถวะกัฟ หรือนะซัร หรือมอบให้ผู้อื่นตามแต่จะเห็นสมควร แต่หากเสียชีวิตไปแล้วก็จะสูญเสียสิทธิบางส่วนเหนือทรัพย์สินของตนไป แม้ผู้ตายระบุขอบเขตของพินัยกรรมเกินเศษหนึ่งส่วนสามของทรัพย์สินที่มี พินัยกรรมดังกล่าวก็จะมีผลเพียงเศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น สำหรับส่วนที่เกินจากนี้ หากทายาททุกรายบรรลุนิติภาวะแล้วและให้อนุญาตก็สามารถกระทำตามพินัยกรรมได้ทั้งหมด แต่หากทายาทที่บรรลุนิติภาวะบางรายให้อนุญาต ก็ให้ปฏิบัติตามพินัยกรรมตามสัดส่วนจำนวนของผู้ที่อนุญาต มิเช่นนั้นก็ให้ปฏิบัติเพียงกรอบเศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น[3] ส่วนหนี้สินของผู้ตายก็ให้สะสางให้เรียบร้อยก่อนที่จะแบ่งมรดกในหมู่ทายาท ไม่ว่าผู้ตายจะทำพินัยกรรมให้ชำระหรือไม่ก็ตาม 3. ทายาทสามารถจะปฏิเสธพินัยกรรมของผู้ตายที่เกี่ยวกับประเด็นมรดกได้หรือไม่? ทายาทจะต้องปฏิบัติตามในกรอบสิทธิพินัยกรรม (เศษหนึ่งส่วนสาม) และไม่มีสิทธิจะเพิกเฉยเด็ดขาด
  • สถานะและบุคลิกภาพของซุรอเราะฮฺ ณ บรรดาอิมามเป็นอย่างไร?
    3355 شخصیت های شیعی 2555/05/17
    ซุรอเราะฮฺ เป็นหนึ่งในสหายของอิมามมะอฺซูม (อ.) ที่มีฐานะภาพและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ณ อิมาม เขาถูกจัดว่าเป็นสหายอิจญฺมาอฺ หมายถึงความหน้าเชื่อถือ ความซื่อตรง และการพูดความจริงของเขา เป็นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รับรู้กันดีในหมู่สหายของอิมาม (อ.) แม้ว่าจะมีรายงานกล่าววิจารณ์เขาอยู่บ้างก็ตาม, แต่เมื่อนำเอารายงานเหล่านั้นมารวมกันแล้ว สามารถสรุปให้เห็นถึงความถูกต้องของเขามากกว่า และจัดว่าเขาเป็นหนึ่งในสหายที่ยิ่งใหญ่ และมีเกียรติคนหนึ่งของอิมาม (อ.) ...
  • โองการกุรอานกล่าวถึงประวัติและความสำคัญของประวัติศาสตร์นิพนธ์ไว้หรือไม่?
    3284 วิทยาการกุรอาน 2555/03/18
    ส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ก็คือ “การเล่าความหลัง” ซึ่งกุรอานได้ใช้สิ่งนี้ในการนำเสนอหลักคำสอนในโอกาสต่างๆ เรื่องราวที่กุรอานเน้นเป็นพิเศษก็คือเรื่องราวของบรรดาศาสนทูต ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 1. نَقُصُّ عَلَيْكَ مِنْ أَنْباءِ الرُّسُل เราจะเล่าเรื่องราวของเหล่าศาสนทูตให้เจ้าฟัง[i] 2. وَ لَقَدْ أَرْسَلْنا رُسُلاً مِنْ قَبْلِكَ مِنْهُمْ مَنْ قَصَصْنا عَلَيْكَ وَ مِنْهُمْ مَنْ لَمْ نَقْصُصْ عَلَيْك เราได้ส่งศาสนทูตก่อนหน้าเจ้า ได้เล่าเรื่องราวของพวกเขาบางคน และมิได้เล่าเรื่องราวของบางคน[ii] 3. وَ رُسُلاً قَدْ قَصَصْناهُمْ عَلَيْكَ ...
  • การสู่ขออดีตภรรยาของอับดุลลอฮ์ บิน สะลามที่ชื่ออุร็อยนับโดยอิมามฮุเซน(อ.)และยะซีดในเวลาเดียวกัน มีผลต่อเหตุการณ์กัรบะลาอย่างไร?
    4196 تاريخ بزرگان 2554/12/21
    ตำราประวัติศาสตร์บางเล่มระบุว่าแม้ยะซีดจะมีสิ่งบำเรอกามารมณ์อย่างครบครันแต่ก็ยังอยากจะเชยชมหญิงที่มีสามีแล้วอย่างอุร็อยนับบินติอิสฮ้ากภรรยาของอับดุลลอฮ์บินสะลามมุอาวิยะฮ์ผู้เป็นพ่อของยะซีดจึงคิดอุบายที่จะพรากหญิงสาวคนนี้จากสามีเพื่อให้ลูกชายของตนสมหวังในกามราคะอิมามฮุเซน(อ.) ทราบเรื่องนี้เข้าจึงคิดขัดขวางแผนการดังกล่าวโดยใช้บทบัญญัติอิสลามทำลายอุบายของมุอาวิยะฮ์และปล่อยให้อุร็อยนับคืนสู่อับดุลลอฮ์บินสะลามผู้เป็นสามีอีกครั้งหนึ่งทำให้ยะซีดหมดโอกาสที่จะย่ำยีครอบครัวนี้ได้อีกต่อไปแม้รายงานทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้จะมีข้อกังขามากพอสมควรแต่สมมติว่าเป็นเรื่องจริงก็มิไช่เรื่องเสียหายสำหรับอิมามฮุเซนแต่อย่างใดกลับจะชี้ให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและเมตตาธรรมของท่านในการรักษาเกียรติยศครอบครัวมุสลิมได้เป็นอย่างดีอนึ่งไม่มีตำราที่มีชื่อเสียงเล่มใดระบุว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ยะซีดแค้นฝังใจและก่อเหตุนองเลือดที่กัรบะลา ...
  • การเล่นนกพิราบในอิสลามมีกฎอย่างไรบ้าง, เพราะเหตุใด?
    4771 สิทธิและกฎหมาย 2555/01/23
    การกระทำดังกล่าวโดยตัวของมันแล้วไม่มีปัญหาทางชัรอียฺแต่อย่างใดแต่โดยปกติแล้วถ้าเป็นการกลั่นแกล้งคนอื่นหรือเพื่อนบ้านซึ่งในบางพื้นที่ประชาชนจะมองว่าเขาเป็นคนมักง่ายเห็นแก่ตัวดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่าการกระทำเช่นนั้นมีปัญหา, ด้วยเหตุนี้มัรญิอฺตักลีดจึงได้มีทัศนะเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากกระทำนั้นไว้ดังนี้:สำนักฯพณฯท่านอายะตุลลอฮฺอัลอุซมาคอเมเนอียฺ (

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    49620 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    46142 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    34038 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    31684 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    26468 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    26116 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    22682 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    21242 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    20905 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    19987 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...

ลิ้งก์ต่างๆ