การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
7020
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2555/04/07
คำถามอย่างย่อ
บุคลิกของอุบัย บิน กะอฺบ์?
คำถาม
บุคลิกของอุบัย บิน กะอฺบ์เป็นอย่างไร? อะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) มีทัศนะอย่างไรเกี่ยวกับเขา และมีรายงานฮะดีซจากเขาบ้างหรือไม่?
คำตอบโดยสังเขป

อุบัย บิน กะอฺบ์ เป็นหนึ่งของสหายที่มีชื่อเสียงที่สุดของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) และเป็นผู้มีเกียรติยิ่งทั้งในหมู่อะฮฺลิซุนนะฮฺ และชีอะฮฺ แหล่งอ้างอิงของฝ่ายชีอะฮฺมีบันทึกรายงานฮะดีซจำนวหนึ่ของเขาไว้ด้วย นักปราชญ์ผู้อาวุโสฝ่ายฮะดีซ, ยอมรับว่าเขาเป็นสหายของท่านศาสดา และเป็นหนึ่งในผู้บันทึกวะฮฺยู เมื่อพิจารณารายงานที่มาจากเขา, สามารถเข้าใจได้ถึงความรักที่เขามีต่ออะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอิมามอะลี (อ.)

คำตอบเชิงรายละเอียด

อุบัย บิน กะอฺบ์ เป็นหนึ่งของสหายที่มีชื่อเสียงที่สุดของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) เขาเป็นหนึ่งในกอรียฺอัลกุรอาน มีความสามารถและเชี่ยวชาญการอ่านอัลกุรอานเป็นอย่างดี[1]เขาเป็นผู้ได้รับความเคารพและมีเกียรติยิ่งทั้งในหมู่อะฮฺลิซซุนนะฮฺ และชีอะฮฺ[2]แหล่งอ้างอิงของชีอะฮฺ ได้บันทึกรายงานจำนวนหนึ่งของเขาไว้ด้วย และนักปราชญ์ฝ่ายริญาล, กล่าวว่า เขาคือเซาะฮาบะฮฺผู้ยิ่งใหญ่ของท่านศาสดาและเป็นหนึ่งในผู้บันทึกวะฮฺยู[3]เมื่อพิจารณารายงานที่มาจากเขา, สามารถเข้าใจได้ถึงความรักที่เขามีต่ออะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอิมามอะลี (อ.)

หนึ่งจากรายงานของเขาที่มีอยู่ในตำราอ้างอิงของฝ่ายชีอะฮฺ, คือ คำอธิบายของเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์การแต่งตั้งตัวแทนของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ซึ่งท่านได้กล่าวด้วยความเด็ดเดี่ยวรุนแรง, ท่านได้กล่าวถึงเหตุการณ์เฆาะดีรคุมและรายงานจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เกี่ยวกับเรื่องเคาะลิฟะฮฺ แก่ประชาชนทั้งหลาย ขณะเดียวกันก็เป็นการกล่าวตำหนิบรรดาผู้ที่ช่วงชิงตำแหน่งเคาะลิฟะฮฺไป

เฏาะบัรซียฺ ได้บันทึกรายงานของ อุบัย บิน กะอฺบ์ ไว้ในหนังสือ “อิฮฺติยาต” ไว้โดยละเอียด แต่เพื่อความเหมาะสมจะขอกล่าวบางวรรคบางตอนเท่านั้น กล่าวว่า :

หลังจากที่การเทศนสของ, อบูบักร์ – วันศุกร์แรกของเดือนรอมฎอน – อุบัย บินกะอฺบ์ ได้ลุกขึ้นและกล่าวว่า ..กลุ่มผู้อพยพที่มุ่งหวังความพึงพอพระทัยของพระเจ้า และได้รับการยกย่องไว้ในอัลกุรอานของพระเจ้า, และโอ้ ชาวอันซอรเอ๋ย ผู้อาศัยอยู่ในเมืองที่มีแต่ความศรัทธา ด้วยเหตุนี้เอง อัลลอฮฺ ทรงกล่าวถึงพวกท่านไว้ในอัลกุรอาน พวกท่านลืมแล้วหรือ หรือว่าพวกท่านพยายามทำให้ตัวเองลืม พวกท่านได้เปลี่ยนแปลงพันธสัญญาแล้วหรือ หรือว่าพวกท่านได้เปลี่ยนศาสนาแล้ว หรือว่าพวกเขาเลือกสิ่งแย่กว่า หรือว่าไร้ความสามารถไปเสียแล้ว? พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่า ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) ในวัน เฆาะดีรคุม นั้นท่านได้กล่าวคำเทศนาในหมู่พวกเราอย่างชัดถ้อยชัดคำ ท่านได้นำเอาอะลี มาแสดงตนต่อหน้าพวกเรา พร้อมกับกล่าวว่า : “บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นผู้ปกครองของเขา อะลีคนนี้ก็เป็นผู้ปกครองเขาด้วย และบุคคลใดที่ฉันเป็นศาสดาของเขา อะลีก็คือผู้ปกครองเขา” พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวแก่เขาว่า “โอ้ อะลีเอ๋ย สถานะของเธอ ณ ฉันเปรียบเสมือนสถานภาพของฮารูน ณ มูซา เว้นเสียแต่ว่าหลังจากฉัน จะไม่มีนบีคนใดถูกส่งมาอีก, วาญิบสำหรับประชาชนต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามเธอหลังจากฉัน, เหมือนกับที่พวกเขาได้เคยปฏิบัติตามฉันมาก่อนในช่วงที่ฉันยังมีชีวิตอยู่”

ฉันไม่มีสิ่งใดที่จะแจ้งอีกต่อไป, นอกจากวาญิบสำหรับประชาชนต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามเธอหลังจากฉัน, เหมือนกับที่พวกเขาได้เคยปฏิบัติตามฉันมาก่อนในช่วงที่ฉันยังมีชีวิตอยู่”

พวกท่านทั้งหลายลืมคำพูดนี้ของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) แล้วหรือ ที่กล่าวว่า : “เมื่อใดก็ตามที่ฉันไม่ได้อยู่ในหมู่พวกเธอ ฉันได้แต่งตั้งให้อะลีเป็นตัวแทนในหมู่พวกเธอ บุรุษผู้ประหนึ่งตัวฉันเอง”

พวกท่านจำไม่ได้หรือว่า ก่อนที่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) จะจากไป, พวกเราได้รวมตัวกันอยู่ภายในบ้านของฟาฏิมะฮฺ (อ.) ท่านศาสดา กล่าวว่า อัลลอฮฺ ทรงมีวะฮยูแก่มูซาว่า เธอจงเลือกพี่น้องของเธอขึ้นมา แล้วตั้งให้เขาเป็นนบี, แล้วให้ครอบครัวของเขาและบุตรหลานของตนเป็นแบบอย่าง, เพื่อจะได้ช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากทุกความชั่วร้าย และสะอาดจากทุกความสงสัยคลางแคลงใจ แล้วมูซาก็ได้เลือกฮารูน, แล้ทรงทำให้บุตรหลานของเขาเป็นศาสดาแห่งวงศ์วานอิสราเอล. ขณะที่อัลลอฮฺ ทรงประทานวะฮฺยูแก่ศาสดาว่า (ให้ปฏิบัติประหนึ่งมูซากันฮารูน) กล่าวคือ เธอจงเลือกอะลี ให้เป็นพี่น้องของเธอ, และบุตรของเขาก็คือบุตรของเธอ (จงตั้งให้พวกเขาเป็นอิมาม) ซึ่งฉันได้ให้พวกเขาเป็นประหนึ่งบุตรหลานของฮารูน พึงรู้ไว้เถิดว่า ฉันได้ทำให้นบูวัติสิ้นสุดลงแล้วที่เธอ และหลังจากเธอแล้วจะไม่ส่งนบีคนใดลงมาสั่งสอนอีก” และบุตรหลานเหล่านั้นก็คือ บรรดาอิมามที่ได้รับทางนำแล้วนั่นเอง, ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า พวกท่านทั้งหลายหลังจากท่านศาสดาจากไปแล้ว พวกท่านได้บิดพลิ้วและทำลายสัญญาที่ให้แก่ท่านศาสดา, ปัญหาเรื่องอิตรัตของเขาพวกท่านก็มีความขัดแย้งกัน พวกท่านได้นำเอาคนอื่นมาแล้วก็จัดการเลือกตั้งขึ้นมา”[4]

เรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมดบ่งบอกให้เห็นว่า อุบัย บิน กะอฺบ์ นั้นยอมรับวะลายะฮฺของอะลี ตามคำแนะนำของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ที่เกี่ยวกับอะลี (อ.) และเขายังได้สนับสนุนเชิญชวนให้บุคคลอื่นปฏิบัติเยี่ยงเขา, อุบัย บิน กะอฺบ์ หลังจากศาสดาได้จากไปได้ประมาณ 2-3 ปี เขาก็ได้เสียชีวิต, แต่ช่วงการเสียชีวิตของเขามีความเห็นต่างกันบ้าง เนื่องจากบางกลุ่มกล่าวว่า เขาได้เสียชีวิตในยุคสมัยของ อุสมาน แต่ตามคำกล่าวของ อิบุ ฮะญัร ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “อัลอะซอบะฮฺ” เชื่อว่า เขาได้เสียชีวิตในยุคสมัยของอุมัรเคาะลิฟะฮฺที่สอง ประมาณปี ฮ.ศ. ที่ 22[5]

บทสรุปสุดท้าย เนื่องจากรายงานฮะดีซของอุบัย บิน กะอฺบ์ มิได้มีกล่าวไว้ในแหล่งอ้างอิงของฝ่ายชีอะฮฺ มากนัก, ด้วยเหตุนี้ จึงไม่อาจกล่าวสรุปได้ว่าอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับรายงานของเขา

 


[1] อิบนุอับดุลบิร,อัลอิสตีอาบ ฟี มะอฺริฟะติลอัซฮาบ, เล่ม 1, หน้า 65, ดารุลญะลีล, เบรูต, ปี 1412.

[2] เหมือนกับว่าในตำราของฝ่ายซุนนีกล่าวว่า เคาะลิฟะฮฺ ที่สอง ได้ตั้งฉายานามแก่เขาว่า “ซัยยิดุลมุสลิมีน” อิบนุอะซีร, อะซะดุลฆอบะฮฺ, เล่ม 1, หน้า 61. ดารุลฟิกรฺ, เบรูต, ปี 1409.

[3] อัลลามะฮฺ ฮิลลียฺ, ฟัฎล์ บิน ฮะซัน, อิฮฺติญาจญฺ, แปลโดยมาซันดะรอนนียฺ, เล่ม 1, หน้า 254, - 260, สำนักพิมพ์ อิสลามียะฮฺ,เตหะรอาน, ปี 1381.

[4] เฏาะบัรซียฺ,ฟัฎล์ บิน ฮะซัน, อิฮฺติยาจญฺ, แปลโดยมาซันดะรอนนี, เล่ม 1 หน้า 254, -260,สำนักพิมพ์ อิสลามียะฮฺ,เตหะรอาน, ปี 1381.

[5] อัสกาลานียฺ, อิบนุ ฮะญัร, อัลอะซอบะฮฺ, เล่ม 1, หน้า 181, ดารุล กุตุบ อัลอะลัมมียะฮฺ, เบรูต, 1415.

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • มีหนทางใดบ้างสำหรับรักษาสายตาอันร้ายกาจ?
    5102 چشم زخم و طلسم
    สายตาอันร้ายกาจเกิดจากผลทางจิตวิญญาณ ซึ่งไม่มีเหตุผลในการปฏิเสธแต่อย่างใด,ทว่ามีเหตุการณ์จำนวนมากมายที่เราได้เห็นกับตาตัวเอง มัรฮูมเชคอับบาส กุมมี (รฮ.) แนะนำให้อ่านโองการที่ 51 บทเกาะลัม เพื่อเยียวยาสายตาอันร้ายกาจ, ซึ่งเมื่อพิจารณาสาเหตุแห่งการประทานลงมาของโองการแล้ว เหมาะสมกับการรักษาสายตาอันร้ายกาจอย่างยิ่ง นอกจากโองการดังกล่าวแล้ว ยังมีรายงานกล่าวเน้นถึง การอ่านอัลกุรอานบทอื่นเพื่อรักษาสายตาอันร้ายกาจไว้อีก เช่น อัลกุรอานบท »นาส« »ฟะลัก« »ฟาติฮะฮฺ« »เตาฮีด« นอกจากนี้ตัฟซีรอีกจำนวนมากยังได้กล่าวเน้นให้อ่านอัลกุรอานบทที่กล่าวมา ...
  • เพราะเหตุใดชีอะฮฺจึงบิดเบือน
    5257 เทววิทยาดั้งเดิม
    สำหรับความกระจ่างในประเด็นดังกล่าวนี้จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นสำคัญต่อไปนี้1. ถ้าหากวัตถุประสงค์ของท่านจากคำว่าชีอะฮฺหมายถึงความประพฤติที่ผิดพลาดซึ่งชีอะฮฺบางคนได้กระทำลงไปแล้วนำเอาความประพฤติเหล่านั้นพาดพิงไปยังนิกายชีอะฮฺถือว่าไม่มีความยุติธรรมสำหรับชีอะฮฺเอาเสียเลยเนื่องจากอิสลามโดยตัวตนแล้วไม่มีข้อบกพร่องอันใดทั้งสิ้นทุกข้อบกพร่องนั้นมาจากมุสลิมของเรา2. ...
  • จริงหรือไม่ที่บางคนเชื่อว่าพระเจ้าเป็นเพียงแค่พลังงานเท่านั้น?
    4229 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลลอฮ์ทรงดำรงอยู่โดยไม่พึ่งพาสิ่งใดทรงปรีชาญาณทรงมีเจตน์จำนงและปราศจากข้อจำกัดและความบกพร่องทุกประการแต่พลังงานยังมีข้อบกพร่องและข้อจำกัดมากมายอีกทั้งยังปราศจากความรู้และการตัดสินใจเมื่อเทียบคุณสมบัติของพลังงานกับคุณลักษณะของพระเจ้าก็จะทราบว่าพระเจ้ามิไช่พลังงานอย่างแน่นอนเนื่องจาก: พลังงานคือสิ่งที่ขับเคลื่อนให้เกิดกริยาและปฏิกริยาต่างๆโดยพลังงานมีลักษณะที่หลากหลายไม่ตายตัวและสามารถผันแปรได้หลายรูปแบบพลังงานมีคุณสมบัติเด่นดังนี้1. พลังงานมีสถานะตามวัตถุที่บรรจุ2. พลังงานมีแหล่งกำเนิด3. พลังงานมีข้อจำกัดบางประการ4. พลังงานเปลี่ยนรูปได้แต่อัลลอฮ์มิได้ถูกกำกับไว้โดยวัตถุใดๆ
  • มัซฮับมาลิกีหรือฮะนะฟีไม่ถูกต้องกระนั้นหรือ?
    6639 เทววิทยาดั้งเดิม
    คุณควรหาคำตอบให้ได้ว่าความชอบดังกล่าวเกิดจากความนิยมชมชอบทั่วไปหรือตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล  หากตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลนั่นหมายความว่ามัซฮับอื่นๆยังมีข้อบกพร่องอยู่แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำของบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่แนวทางชีอะฮ์มีเหนือมัซฮับอื่นๆในอิสลามกล่าวคือชีอะฮ์ถือว่าอิมามมีภารกิจเสมือนนบีทุกประการ
  • ถ้าหากรายงานที่กล่าวประณามการสั่งสมทรัพย์สมบัติถูกต้อง, ดังนั้น ทรัพย์สมบัติของคนเราหรือแม้แต่ทรัพย์สินของบรรดาอุละมาอฺจะอธิบายว่าอย่างไร?
    4757 ปรัชญาเศรษฐศาสตร์
    ประการแรก: รายงานที่กล่าวถึง,แม้ว่าจะมีสายรายงานที่อ่อนแอก็ตาม, แต่เมื่อพิจารณารายงานอื่นที่กล่าวถึงประเด็นนี้, ก็จะสามารถลบล้างความอ่อนแอของสายรายงานฮะดีซดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
  • กรุณาแจกแจงแนวความคิดของเชคฏูซีในประเด็นการเมือง
    4060 کلیات
    ทุกยุคสมัยมักมีประเด็นปัญหาใหม่ๆให้นักวิชาการได้ขบคิดและตอบคำถามเรื่อยมาเชคฏูซีก็ถือเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รับผิดชอบภารกิจนี้อย่างดีเยี่ยมแนวคิดทางการเมืองการปกครองของเชคฏูซีสรุปได้ดังนี้ท่านไม่เห็นด้วยกับการจำแนกศาสนาจากการเมืองท่านใช้ข้อพิสูจน์ทางสติปัญญาชี้ให้เห็นว่าจำเป็นจะต้องมีรัฐบาลและระบอบการปกครองตลอดจนต้องมีผู้นำสูงสุด ท่านวิเคราะห์ประเด็นการเมืองด้วยหลักแห่ง"การุณยตา"(ลุฏฟ์)ของอัลลอฮ์กล่าวคืออัลลอฮ์จะแผ่ความการุณย์ด้วยการตั้งให้มีผู้นำสำหรับมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นนบีหรืออิมามหรือตัวแทนอิมามซึ่งภาวะผู้นำทางการเมืองคือหนึ่งในภารกิจของบุคคลเหล่านี้ในบริบททางวิชาการท่านให้ความสำคัญกับประเด็นภาวะผู้นำทางการเมืองของบรรดาฟะกีฮ์ความสำคัญของประเด็นดังกล่าวในสายตาประชาชนความเชื่อมโยงระหว่างภาวะดังกล่าวกับภาวะผู้นำของอิมามมะอ์ศูมตลอดจนอำนาจหน้าที่ของผู้ปกครองวิถีอิสลามเป็นพิเศษนอกจากนี้การที่ท่านรับเป็นอาจารย์สอนด้านเทววิทยาอิสลามในเมืองหลวงของราชวงศ์อับบาสิด
  • เพราะเหตุใดอัลลอฮฺ จึงไม่ตอบรับดุอาอฺขอฉัน?
    14050 دعا
    ดุอาอฺ คือหัวใจของอิบาดะฮฺ, ดุอาอฺคือการเชื่อมน้ำหยดหนึ่งกับทะเล และด้วยการเชื่อมต่อนั่นเองคือ การตอบรับ.ความสัมฤทธิ์ผลจากอัลลอฮฺต่างหาก ที่มนุษย์ได้มีโอกาสดุอาอฺต่อพระองค์, การตอบรับดุอาอฺนั้นมีมารยาทและเงื่อนไขอยู่ในตัว, ต้องเอาใจใส่ต่อสิ่งเหล่านั้น และต้องขจัดอุปสรรค์ที่ขวางกั้นให้หมดไป, อุปสรรคสำคัญอันเป็นเหตุให้ดุอาอฺไม่ถูกตอบรับคือ บาปกรรม,การรู้จักอัลลอฮฺก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ดุอาอฺถูกตอบรับ ...
  • เกิดอะไรขึ้นกับม้าของอิมามฮุเซน (อ.) ที่กัรบะลา
    5977 تاريخ بزرگان
    สายรายงานไม่ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของม้าของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ที่มีนามว่า "ซุลญะนาฮ" อย่างละเอียดนักแต่สายรายงานที่เชื่อถือได้ส่วนใหญ่ระบุว่าหลังจากที่อิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้วม้าตัวนี้ได้เกลือกกลั้วขนแผงคอกับเลือดอันบริสุทธิ์ของท่านแล้วมุ่งหน้าไปยังกระโจมและส่งเสียงร้องโหยหวนบรรดาผู้ที่อยู่ในกระโจมเมื่อได้ยินเสียงของซุลญะนาฮก็รีบวิ่งออกมาจากกระโจมจึงได้รับรู้ว่าอิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้ว[1]แต่ทว่าสายรายงานและหนังสือบางเล่มที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่เช่นหนังสือนาซิคุตตะวารีคได้กล่าวถึงเหตุการณ์อื่นๆนอกเหนือจากนี้เช่นกล่าวไว้ว่าม้าตัวนั้นได้โขกหัวกับพื้นบริเวณหน้ากระโจมจนตายหรือควบตะบึงไปยังแม่น้ำฟูรอตและกระโดดลงในแม่น้ำ[2][1]ซิยาเราะฮ์นาฮิยะฮ์
  • จะเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร?
    6704 ปรัชญาของศาสนา
    ผู้ที่คิดว่าศาสนาและวิทยาศาสตร์ไม่อาจจะปรับเข้าหากันได้แสดงว่าไม่เข้าใจธรรมชาติของศาสนาเทวนิยมโดยเฉพาะศาสนาอิสลามอีกทั้งไม่เข้าใจว่าพื้นที่คำสอนของศาสนาและพื้นที่ความรู้ของวิทยาศาสตร์ก็แยกออกเป็นเอกเทศ เมื่อพื้นที่ต่างกันก็ย่อมไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นคำสอนของศาสนามีอิทธิพลต่อมนุษย์ในสามพื้นที่ด้วยกันนั่นคือความสัมพันธ์กับตนเองความสัมพันธ์กับผู้อื่น(สังคมและสิ่งแวดล้อม) และความสัมพันธ์กับพระเจ้า และในฐานะที่อิสลามถือเป็นศาสนาที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดได้สนองตอบความต้องการของมนุษย์ทุกยุคสมัยด้วยกระบวนการที่เรียกว่า “อิจญ์ติฮาด”ซึ่งได้รับการวางรากฐานโดยวงศ์วานศาสดามุฮัมมัดส่วนเทคโนโลยีนั้นมีอิทธิพลเพียงในพื้นที่แห่งประสาทสัมผัสและมีไว้เพื่อค้นพบศักยภาพของโลกและจักรวาลที่ซ่อนอยู่ตลอดจนเพื่อประดิษฐ์เครื่องมือในการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากเนียะอฺมัตของอัลลอฮ์เท่านั้น จึงกล่าวได้ว่านวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ช่วยแผ่ขยายพื้นที่ในการตรากฏเกณฑ์ศาสนาให้กว้างยิ่งขึ้นเพราะในทัศนะอิสลามแล้วสามารถจะวินิจฉัยปัญหาใหม่ๆได้โดยใช้กระบวนการอิจญ์ติฮาดและอ้างอิงขุมความรู้ทางฟิกเกาะฮ์. ...
  • ความหมายของเตาฮีดคอลิกียะฮฺคืออะไร?
    7214 เทววิทยาดั้งเดิม
    เตาฮีด หมายถึงความเป็นเอกะหรือเอกเทศ, เตาฮีดคอลิกียะฮฺ หมายถึงจักรวาลและสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีผู้ใดสร้างขึ้นมา นอกจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงพิสุทธิ์ยิ่ง, สรรพสิ่งที่มีอยู่, ร่องรอยและกิจการงานของพวกเขา, แม้แต่มนุษย์และผลงานสร้างสรรค์ทั้งหมดของเขา หรือสิ่งที่พวกเขาค้นพบ โดยความเป็นจริงแล้วและมิได้เป็นการกล่าวอย่างเลยเถิด ทั้งหมดเหล่านั้นคือ สิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ ทั้งสิ้น ดังนั้น ทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกใบนี้คือ สิ่งถูกสร้างของพระองค์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าบางสิ่งปราศจากสื่อและบางสิ่งมีสื่อในการสร้าง ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    53305 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    51339 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    37799 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    34969 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    31850 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    29602 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24708 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    23669 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    23073 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    22046 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...